ข่าว

เขยฝรั่ง..สะใภ้อินเตอร์:‘สาวตัวเล็ก หัวใจบิ๊กไบค์’

เขยฝรั่ง..สะใภ้อินเตอร์:‘สาวตัวเล็ก หัวใจบิ๊กไบค์’

30 ต.ค. 2557

"สาวตัวเล็ก หัวใจบิ๊กไบค์" : คอลัมน์ เขยฝรั่ง..สะใภ้อินเตอร์ เรื่อง... ศุภกร อรรคนันท์ เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน

 
 
          ชีวิตเมื่อเริ่มเข้าสู่การเป็นวัยรุ่น และมีแฟนตั้งแต่อายุยังน้อย จนนำไปสู่การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ทำให้เธอต้องหยุดพักการเรียนไป หลังคลอดลูกสาวคนแรกกับสามีชาวไทยได้เพียง 1 เดือน ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตก็เกิดขึ้น เมื่อสามีเห็นเธอเป็นกระสอบทราย ทุบตีทำร้ายบ่อยครั้ง แล้วความอดทนก็สิ้นสุด เมื่อพ่อตรงเข้าทำร้ายลูกตัวเล็กๆ อย่างรุนแรง "แม่" จะปกป้องลูกอย่างไร 
 
          ปัจจุบันเธอคือ "สุนีย์ เฮย์ส" หรือ "นี" อายุ 32 ปี หญิงสาวตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ผู้ที่ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาชีวิต ที่ต้องสู้อย่างโดดเดี่ยวเพียงลำพัง การที่เธอต่อสู้ดิ้นรนด้วยความอดทนความอุตสาหะ เพื่อสร้างครอบครัวให้เกิดความสุข ความอบอุ่นขึ้นมาได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย 
 
          “วันที่ตัดสินใจพาลูกออกมาจากสามีไทย เพราะเขาเมาแล้วทำร้ายลูก ซ้อมทุบตีเรามาก่อนยังไม่กลัวเท่ากับที่เขาทำกับลูกเลย คืนนั้นพอเขาหลับ จึงตัดสินใจหอบลูกกลับมาอยู่กับแม่และพี่ชาย เขาก็ยังตามมาหาเรื่องขู่ฆ่าสารพัด ไปไหนไม่ได้เลย ต้องช่วยแม่ขายของชำที่บ้าน โดยมีพี่ชายคอยดูแลความปลอดภัยให้ตลอดเวลา นับว่าชีวิตของเราช่วงนั้นกว่าจะผ่านมาสบายตอนนี้ได้สุดยอดมาก จนกระทั่งเราได้แต่งานกับสามีคนที่ 2 และไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษ” 
 
          “เจสัน เฮย์ส” เป็นลูกค้ามาซื้อของที่ร้านของแม่เธอ ทั้งเธอและเจสัน คบกันได้ประมาณ 1 ปี จึงแต่งงานแล้วเดินทางไปอาศัยอยู่กับเขาที่ประเทศอังกฤษ 5 ปี เธอไปทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล เพื่อเก็บเงินช่วยกัน จนกระทั่งตั้งท้องน้อง “แอนนี่ เฮย์ส” จึงกลับมาคลอดและทำธุรกิจด้วยกันที่พัทยา จ.ชลบุรี โดยใช้ชีวิตร่วมกันรวมประมาณ 13 ปี จึงได้หย่าร้างกับสามีคนที่ 2 ไป เพราะสามีขาดความรับผิดชอบในการดูแลครอบครัว 
 
          “หลังจากกลับจากประเทศอังกฤษ เราได้เงินมาก้อนหนึ่ง มาซื้อบ้าน ซื้อตึกให้เช่า และทำร้านซักรีด พร้อมกับมาคลอดน้องแอนนี่ที่พัทยา เขาเริ่มเที่ยวดื่มกินกับเพื่อนเพราะอยู่ว่างๆ ไม่ได้ทำอะไร ไม่สนใจดูแลครอบครัว ปล่อยให้เราทำงานและดูแลลูกอยู่เพียงคนเดียว จนธุรกิจบ้านและตึกให้เช่าเจ๊งไป เพราะการที่เขาไม่สนใจทำงาน ให้เวลาเขาได้ประมาณ 4 ปี แต่ก็ยังไม่เปลี่ยน พอปีที่ 5 จึงเริ่มแยกกันอยู่ ทำให้เหตุการณ์เลวร้ายกว่าเดิม เขาเที่ยวดื่มมากขึ้นกว่าเดิม จนกระทั่งอีก 4 ปีจึงหย่าร้างกัน รวม 13 ปีที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน” 
 
          แม้ว่าห้วงชะตาชีวิตของเธอจะผ่านการแต่งงาน มีสามีมาแล้ว 2 คน และมีลูกสาว  2 คน ซึ่งเป็นภาระอันหนักหน่วงสำหรับผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ ใช่ว่าเธอจะยอมพ่ายแพ้ ตรงกันข้าม พลังแห่งความเป็นแม่ที่ต้องเลี้ยงดูลูกให้เติบใหญ่ ให้ได้รับโอกาสที่ดีทางสังคม เพื่ออนาคตที่ดีของลูกๆ เธอจึงต่อสู้ด้วยความอดทน ขยันทำงาน กระทั่งวันหนึ่ง เธอได้เจอ “แอนโทนี่ พรีสลี่ย์" นักแข่งรถมอเตอร์ครอส แรลลี่ ชาวอังกฤษ วัย 42 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ภายในซอยเดียวกับร้านซักรีดของเธอ และได้มาใช้บริการซักรีดที่ร้าน ทำให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสพูดคุยกัน 
 
          "ตอนพบกันครั้งแรก เขาขาหักจากประสบอุบัติเหตุรถล้ม ในการแข่งขันแรลลี่ ต้องพักรักษาตัวที่เมืองไทยประมาณ 3-4 เดือน หลังจากพูดคุยทำความรู้จักกัน เขาขอเบอร์โทรไว้ แจ้งว่าจะโทรมาให้ไปรับ ส่งเสื้อผ้าที่ซัก นานวันก็โทรมาฝากซื้อของกินของใช้บ้าง ส่วนตัวเราชอบเกี่ยวกับรถบิ๊กไบค์ ก็เลยสอบถาม ก็เลยคุยกันตั้งแต่นั้น ทุกวันก็จะเดินกะเผลกมานั่งคุยด้วย มาเล่าเรื่องไปแข่งขันรถที่ไหน เราก็ถูกใจเพราะพูดในสิ่งที่ต่างคนต่างชอบใจอยู่แล้ว จากนั้นเขาก็พาไปดูที่สนามแข่งรถ" 
 
          ความสนิทสนมมีมากขึ้น จนกลายเป็นต้องเห็นหน้ากันทุกวัน บางวันก็โทรศัพท์ ส่งข้อความมาชวนไปกินข้าวด้วยกัน แต่ก็ปฏิเสธไป เพราะเข็ดในเรื่องความรัก ห่วงความรู้สึกลูกๆ ขอคบกันห่างแบบนี้ดีกว่า เป็นอย่างนี้อยู่นานเกือบปี จนลูกสาวคนโตบอกว่า "แม่ก็ไปกินข้าวกับเขาสักทีสิ " เมื่อเห็นว่าลูกสาวเปิดทางจึงยอมเปิดใจให้กับเขา ออกไปกินมื้อเย็นด้วย ความรักเริ่มต้นสานต่ออย่างจริงจัง และตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาได้  4-5 ปีแล้ว และมีลูกสาวด้วยกันอีก 1 คน คือ น้องอลิช พรีสลี่ย์ 
 
          “รู้สึกเป็นห่วงผู้หญิงตัวเล็กคนเดียว ยังมีภาระเลี้ยงดูลูกสาว 2 คน แต่ก็เห็นเขาสู้ ไม่เคยท้อ ไม่บ่นให้ได้ยิน เห็นขยันตั้งใจทำงาน ได้แอบย้ายมาเช่าห้องฝั่งตรงข้ามร้านซักรีดของเธอ แอบมองทุกวัน ก็เห็นแต่ทำงาน ไม่หน้าหงิกหน้างอ ด่าทอ มองไปครั้งใดก็เห็นทำงานอยู่อย่างนั้น ส่วนอดีตของเขา เลิกรากันไปได้ 4-5 ปีแล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่จะกลับมาหากันอีก ผมขอเป็นคนดูแลครอบครัวแทนจะดีกว่า" 
 
          วันนี้ แอนโทนี่ กลับไปทำงานที่บ้านเกิด ขับรถพ่วงเทรลเลอร์ขนาด 22 ล้อ ขนส่งเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ เพื่อช่วยกันเก็บเงินสร้างอนาคตที่สมบูรณ์ โดยจะเดินทางกลับมาเยี่ยมภรรยาและลูก ปีละประมาณ 4 ครั้ง ซึ่ง 25 ธันวาคมนี้ เขาจะกลับมาฉลองคริสต์มาสกับภรรยาและลูกๆ รอวันที่จะได้มาอยู่ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ 
 
.......................................
(หมายเหตุ "สาวตัวเล็ก หัวใจบิ๊กไบค์" : คอลัมน์ เขยฝรั่ง..สะใภ้อินเตอร์  เรื่อง...  ศุภกร อรรคนันท์  เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน)