
สนช.นัดถกถอดถอน'ยิ่งลักษณ์'12พ.ย.
29 ต.ค. 2557
'พรเพชร' แจง สนช.นัดประชุม 6 พ.ย. เพราะยังข้องใจฐานความผิดของสำนวนถอดถอน 'สมศักดิ์-นิคม' 12 พ.ย.พิจารณาปม 'ยิ่งลักษณ์' เคาะ 5 กมธ.ยกร่างรธน. 30 ต.ค.นี้
29 ต.ค. 57 นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า ในการประชุม สนช.วันที่ 30 ต.ค. จะมีวาระพิจารณาเลือกสมาชิก สนช.ไปเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามสัดส่วน สนช. จำนวน 5 คน ทั้งนี้ผลการรับสมัครสมาชิก ฯ ที่ต้องการเข้าไปทำหน้าที่ดังกล่าว ที่ได้ปิดรับสมัครไปเมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 29 ต.ค. พบว่า มีผู้ยื่นใบสมัครทั้งสิ้น 11 คน เบื้องต้น ผู้ที่ยื่นใบสมัครนั้นเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และเหมาะสม ไม่มีลักษณะที่ขัดต่อคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว กำหนด ดังนั้น รายชื่อทั้งหมดนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม สนช.ให้ลงมติคัดเลือกโดยการลงคะแนนลับ
นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สนช. เปิดเผยถึงขั้นตอนการลงคะแนนเลือก สนช.เป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า จะไม่มีการแสดงวิสัยทัศน์ใดๆ ของผู้ที่สมัครเข้ารับเลือกไปทำหน้าที่ดังกล่าว เพราะถือว่าผู้สมัครนั้นเป็นที่รู้จักของสมาชิก ฯ ดีอยู่แล้ว ทั้งนี้จะไม่มีการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครซ้ำอีก เพราะคุณสมบัติของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ นั้นถือเป็นคุณสมบัติเดียวกันกับสมาชิก สนช.อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเข้าสู่วาระการประชุมดังกล่าว จะใช้วิธีให้เจ้าหน้าที่ในห้องประชุมแจกบัตรลงคะแนนให้กับสมาชิก ฯ ที่นั่งประจำที่ และให้ สนช.ที่รับบัตร ลงนามรับบัตรลงคะแนน จากนั้นให้ทำเครื่องหมายเลือก สนช.ที่ต้องการให้เข้าไปทำหน้าที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ห้องประชุม เพื่อนำเข้าสู่ระบบนับคะแนนอีกครั้ง เบื้องต้นคาดว่า ขั้นตอนและวิธีการดังกล่าว จะแล้วเสร็จภายในเวลา 11.30 น.
นายสมชาย กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวจะลงคะแนนเลือกบุคคลให้ไปทำหน้าที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 5 คน โดยยึดหลักว่า เป็นผู้เคยยกร่างกฎหมาย , เคยเป็นผู้ใช้กฎหมาย , เป็นนักนิติศาสตร์ , เป็นนักรัฐศาสตร์ และเพศหญิง
สำหรับรายชื่อ สนช. ที่สมัครเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 11 คนประกอบด้วย
1. พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม , 2. นายดิสทัต โหตระกิตย์ , 3. นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน , 4. นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ , 5. นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง
6. นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ , 7. นายประมุท สูตะบุตร , 8. พล.อ.นิวัติ ศรีเพ็ญ , 9. นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ , 10. พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ และ 11. นายปรีชา วัชราภัย
นัดถกถอดถอน 'ยิ่งลักษณ์' 12 พ.ย.
นายพรเพชร กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้พ้นจากตำแหน่ง จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเอกสารประกอบหลายร้อยหน้า ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีพฤติการณ์จงใจกระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 178 ส่อขัดต่อ พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน 2534 มาตรา 11 (1) และยังขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 58 ซึ่งตนและวิป สนช.ได้พิจารณาอย่างละเอียดแล้วเห็นว่า แม้สำนวนจะอ้างฐานความผิดตามรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ยกเลิกไปแล้ว แต่สำนวนถอดถอนยังอ้างการทำความผิดตาม พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน 2534 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช ที่ยังคงบังคับใช้อยู่
ดังนั้นตนจึงสั่งบรรจุเข้าเป็นวาระการประชุมของ สนช.นัดพิเศษ ในวันที่ 12 พ.ย.เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ตามข้อบังคับที่ 150 ตนจะส่งสำเนาเอกสารไปให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และสมาชิก สนช.ได้รับทราบเพื่อพิจารณา ส่วนกรณีถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา นั้น สาเหตุที่ สนช.นัดประชุมในกรณีดังกล่าวอีกครั้ง ในวันที่ 6 พ.ย.นั้น เนื่องจาก สนช.ยังสงสัยในฐานความผิดของสำนวนถอดถอนนายสมศักดิ์ และนายนิคม ที่ยังไม่แน่ชัด เพราะฐานความผิดนั้น ผิดตามรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ยกเลิกไปแล้ว วิป สนช.จึงมีมติให้นำเข้าสู่การประชุมของ สนช.ในวันที่ 6 พ.ย. ว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในอำนาจของ สนช.หรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า การถอดถอนนายนิคม และนายสมศักดิ์ ต่างจากกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างไร นายพรเพชร กล่าวว่า กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น ตนตรวจสอบแล้วเห็นว่า คำร้อง ข้อกล่าวหา ฐานความผิดนั้น ครบถ้วน แม้จะอ้างรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ถูกยกเลิกไป แต่ก็ยังมีฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ที่ยังบังคับใช้อยู่ ตนจึงดำเนินการไปตามข้อบังคับ แต่กรณีของนายนิคม และนายสมศักดิ์ นั้น ยังไม่ชัดเจนว่า สามารถดำเนินการตามข้อบังคับได้หรือไม่ จึงต้องขอความเห็นจากที่ประชุมในวันที่ 6 พ.ย. อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ไม่มีประเด็นใดต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และการทำงานของ สนช.ก็ไม่ได้ยืดเยื้อ



