ข่าว

เพลิงไหม้ตลาดโรงเกลือวอดกว่า10ล.

เพลิงไหม้ตลาดโรงเกลือวอดกว่า10ล.

29 ต.ค. 2557

จนท.พิสูจน์หลักฐาน-ปภ.สระแก้ว ตรวจพื้นที่ไฟไหม้ตลาดโรงเกลือ พบไฟไหม้ร้านค้าขายเสื้อผ้า-เสื้อกันหนาวมือสองวอดไป24คูหาค่าเสียหายหลายล้านบาทคาดไฟฟ้าลัดวงจร

 
 
          วันที่ 29 ต.ค.57 เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.อ.เจนเชิง ประทุมสุวรรณ รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว รรท.ผกก.สภ.คลองลึก ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เสถียร วงศ์อุดมธรรม พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว พร้อมด้วย พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต สวป.สภ.คลองลึก ได้นำ เจ้าหน้าที่วิทยาการ(พิสูจน์หลักฐาน) ตร.ภ.จว.สระแก้ว ,นางจรัส ใยเยื้อ ปภ.จว.สระแก้ว(ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว) และ พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด ผกก.ตม.จว.สระแก้ว เดินทางเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เหตุเพลิงไหม้ในตลาดโรงเกลือ ซึ่งได้เกิดเพลิงไหม้เมื่อคืนวันที่ 28 ต.ค. 57 เวลา 22.30 น.โดยมี เจ้าหน้าที่ทหาร จทบ.สระแก้ว,และ เจ้าหน้าที่ทหารพรานจาก ร้อย ทพ.1206   เข้าไปควบคุมดูแลรักษาพื้นที่บริเวณเพลิงไหม้เพื่อป้องกันไม่ให้พ่อค้า แม่ค้าชาวเขมรเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินในจุดที่เพลิงไหม้ โดยใช้รั้วเหล็กมาปิดกั้นพื้นที่ไว้ โดยมีบรรดาพ่อค้า แม่ค้า และกรรมกรชาวเขมรจำนวนมากมายืนดูความเสียหายของร้านค้าที่เกิดเพลิงหลายร้อยคน
 
          โดย เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณจุดเพลิงไหม้ซึ่งเป็นร้านค้าปลูกติดกันเป็นห้องแถวหันหลังชนกันรวม 24 ห้อง อยู่ด้านหลังห้องน้ำกองอำนวยการตลาดโรงเกลือ(อบจ.) พบเศษเสื้อผ้ามือสอง,เสื้อกันหนาวมือสอง,รองเท้ามือสองและหมวก ถูกเพลิงไหม้กองรวมอยู่กับโครงหลังคาเหล็ก เป็นจำนวนมาก โดย เจ้าหน้าที่กองวิทยาการ ได้เข้าทำการถ่ายรูปและเก็บหลักฐานบางส่วนเพื่อนำไปพิสูจน์ถึงสาเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นร้านค้าจำหน่ายเสื้อผ้ามือสองอีกทั้งได้มีการเก็บกระสอบเสื้อกันหนาวมือสองที่พ่อค้า แม่ค้าชาวเขมรสั่งมากักตุนไว้ขายช่วงหน้าหนาวจำนวนมาก ซึ่งทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีอีกทั้งร้านค้าปลูกติดกันคล้ายสลัมทำให้ยากแก่การดับเพลิงอีกด้วย และช่วงเกิดเหตุเพลิงไหม้เวลาประมาณ 22.30 น.ซึ่งเป็นเวลาที่ด่านพรมแดนอรัญประเทศ ปิดแล้วชาวเขมรเดินทางกลับประเทศไปหมดแล้ว ทำให้หาพยานเห็นเหตุการณ์ลำบาก ซึ่งจากการสอบถามพยานบางคนพบว่า เมื่อรู้ว่าไฟไหม้ไฟก็ลามติดไปทั่วหมดแล้ว จึงยังไม่สามารถสรุปถึงร้านต้นเพลิงได้ต้องรอนำหลักฐานไปตรวจทางวิทยาศาสตร์เสียก่อน
 
          ทางด้านนางจรัส ใยเยื้อ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว เผยว่า เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ตลาดโรงเกลือเมื่อคืนนี้ เจ้าหน้าที่ทุกส่วนได้ช่วยกันอย่างเต็มที่จึงสามารถสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปติดตลาดเบญจวรรณ ซึ่งอยู่ติดกันได้ ทำให้ความเสียหายมีเพียงแค่ร้านค้าจำนวน 24 ร้านค้าซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างตลาดโรงเกลือ(อบจ.)กับตลาดเบญจวรรณ ส่วนความเสียหายนั้นคาดว่าสูงมากอาจจะหลายล้านบาท เนื่องจากสอบพบว่า พ่อค้า แม่ค้าชาวเขมรได้มีการนำเสื้อผ้าและเสื้อกันหนาวมือสองมาตุนไว้เพื่อขายช่วงหน้าหนาวจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ทาง อบจ.สระแก้ว และ จทบ.สระแก้ว ได้นำเต้นท์มาตั้งเพื่อรับเรื่องประเมินค่าเสียหายจากพ่อค้า แม่ค้าชาวเขมรที่ร้านค้าถูกไฟไหม้ เราคงดูแลได้เฉพราะความเดือดร้อนเบื้องต้นเท่านั้นไม่สามารถช่วยเหลือได้มากกว่านี้เนื่องจากเป็นร้านค้าที่ไม่มีเลขที่อีกทั้งเป็นของชาวเขมรซึ่งความช่วยเหลือยังไม่สามารถไปดูแลได้



เพลิงไหม้ตลาดโรงเกลือวอดกว่า10ล.
 
          ร.ต.อ.เสถียร วงศ์อุดมธรรม พนักงานสอบสวนเวร สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งจาก ร.อ.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 28 ต.ค.57 ว่าได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ในตลาดโรงเกลือ บริเวณหลังห้องน้ำข้างที่ทำการกองอำนวยการตลาดโรงเกลือ(อบจ.) หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว และ พ.ต.อ.เจนเชิง ประทุมสุวรรณ รอง.ผบก.ภ.จ.สระแก้ว รรท.ผกก.สภ.คลองลึก ทราบเป็นการด่วน จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต สวป.สภ.คลองลึก ,ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว ฉก.กรม.ทพ.12 รีบรุดเดินทางเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ 
 
          พบเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารร้านค้าหลังห้องน้ำกองอำนวยการตลาดโรงเกลือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้าจำหน่ายและเก็บเสื้อผ้าและเสื้อกันหนาวมือสอง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทำให้ไฟโหมแรงมากและลามติดต่ออาคารข้างเคียงอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานขอสนับสนุนรถดับเพลิงและรถน้ำจาก เทศบาลเมืองอรัญประเทศ,เทศบาลตำบลป่าไร่,เทศบาลตำบลท่าข้ามและเทศบาลตำบลบ้านใหม่หนองไทร นอกจากนี้ยังได้ขอสนับสนุนรถน้ำและรถดับเพลิงจาก ฉก.กรม.ทพ.12, เจ้าหน้าที่สระแก้ว และ ร.12 พัน 3 รอ.(กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์) ระดมรถดับเพลิงและรถน้ำเกือบ 20 คันมาช่วยกันดับเพลิง ซึ่ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการดับเพลิง  เนื่องจากเป็นอาคารร้านค้าที่ปลูกติดกันเป็นห้องแถวจำนวน 2 แถวหันหลังชนกันและร้านค้าส่วนใหญ่เป็นร้านค้าจำหน่ายเสื้อผ้ามือสอง และทำเป็นโกดังเก็บเสื้อกันหนาวมือสองไปในตัวด้วย ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี 
 
          อีกทั้งมีลมกระโชกแรงทำให้ไฟยิ่งโหมแรงมากขึ้น เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้รถแบคโฮ มาทำลายร้านค้าบริเวณช่องทางขึ้นตลาดเบญจวรรณ เพื่อสกัดไม่ให้เพลิงลามขึ้นไปติดตลาดเบญจวรรณ ท่ามกลางชาวเขมรนับพันคนที่แห่มามุงดูไฟไหม้ เนื่องจากร้านค้าที่ถูกไฟไหม้ส่วนใหญ่เป็นของชาวเขมร ซึ่ง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาดับเพลิงนานกว่า 1 ชม.ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้   จึงต้องเร่งระดมรถดับเพลิงและรถน้ำจากส่วนราชการทั้งจังหวัดสระแก้ว รวมกว่า 30 คัน  มาช่วยกันดับเพลิง และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เวลา 23.30 น. 
 
          จากการตรวจสอบพบว่า อาคารร้านค้าที่ถูกเพลิงไหม้วอดไปจำนวนกว่า 20 คูหา คาดว่าค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เนื่องจากเป็นทั้งร้านจำหน่ายเสื้อผ้าและเป็นโกดังเก็บเสื้อกันหนาวมือสองที่แม่ค้าชาวเขมรสั่งมาตุนไว้เพื่อรอจำหน่ายในหน้าหนาวนี้ ส่วนสาเหตุเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเป็นร้านค้าของชาวเขมรและเป็นช่วงเวลาที่ปิดด่านแล้ว ต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้และต้นเพลิงอีกครั้ง