ข่าว

ย้อนรอย1ปีคดีฆ่าโหด‘ปลัดอบจ.ขอนแก่น’

ย้อนรอย1ปีคดีฆ่าโหด‘ปลัดอบจ.ขอนแก่น’

29 ต.ค. 2557

ย้อนรอย1ปีคดีฆ่าโหด‘ปลัดอบจ.ขอนแก่น’ ก่อนวันลงทัณฑ์ทีมสังหารทมิฬ : ศูนย์ข่าวภาคอีสานรายงาน

                 คดีสังหารโหด "สุชาติ โคตรทุม" ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2556 มาถึงวันนี้ผ่านครบ 1 ปีเศษ แม้คดีนี้หลายคนจะลืมเลือนไปแล้ว แต่ภรรยาและลูกของปลัดสุชาติ คงไม่มีทางลืมเลือนเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับครอบครัว และยังคงรอคอยวันที่ศาลจะพิพากษาเอาผิดกับกลุ่มคนร้ายที่ลงมือด้วยใจจดจ่อ

                 ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ปลัดสุชาติเสียชีวิตลง "ลำดวน โคตรทุม" ผู้เป็นภรรยาได้เรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้มีอำนาจสม่ำเสมอ เพราะกลัวว่า จะเป็นมวยล้ม เนื่องจากคดีนี้มีชื่อนักการเมืองใหญ่เข้ามาพัวพันเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสั่งฆ่าดังกล่าว

                 ล่าสุด คดีฆาตกรรมโหดได้เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล โดยเจ้าหน้าที่สืบพยานแวดล้อมเพื่อหาหลักฐานที่แน่นหนามามัดจำเลยทั้งหมดที่มีอยู่ 5 คน โดยหัวหน้าทีมสังหารนั้นเป็นถึง รองผกก.สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น และยังมีนายตำรวจยศดาบตำรวจอีกคนหนึ่งร่วมในทีมนี้ด้วย

                 หากย้อนรอยกลับไปสู่เหตุการณ์สังหารปลัด อบจ. เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2556 ในช่วงเช้าตรู่ และจากการสืบสวนพบว่า ทีมฆ่าปลัดนายสุชาติ นำโดย พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรม รองผกก.สภ.หนองเรือ จำเลยที่ 2   ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญพล ผบ.หมู่ สภ.หนองเรือ จำเลยที่ 1 เดินทางมาด้วยรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ซ สีบรอนซ์ทอง รถยนต์ของกลาง ที่ สภ.หนองเรือ ยึดเอาไว้ได้ในคดีอื่น 

                 นอกจากนี้ ยังมี นายประพันธ์ ศรีพิลัย จำเลยที่ 3 คนสนิทของ พ.ต.ท.สมจิตร และเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวให้แก่นักการเมืองชื่อดังคนหนึ่งของ จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นายปิยะพงษ์ มีกำบัง จำเลยที่ 5 และ นายบุญช่วย จูงกลาง จำเลยที่ 4 เป็นคนขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ แค็บ สีดำ มุ่งหน้าไปพบกันที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. บริเวณถนนประชาสโมสร

                 เมื่อถึงปั๊มน้ำมันในเวลาประมาณ 05.45 น. พ.ต.ท.สมจิตร และ ด.ต.วีระศักดิ์ ได้ลงจากรถเพื่อไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างนั้นกล้องวงจรปิดบันทึกเอาไว้ได้ จากนั้น พ.ต.ท.สมจิตรเดินกลับไปขึ้นรถกระบะสีดำ โดยมีนายประพันธ์ และจำเลยที่ 4 และ 5 นั่งอยู่ด้วย ก่อนจะขับรถออกจากปั๊มน้ำมันมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนกสิกรทุ่งสร้าง

                 ขณะที่ ด.ต.วีระศักดิ์ ขับรถแจ๊ซเข้าถนนจอมพลเลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านจอมพล เพื่อมาซุ่มดูต้นทางในที่ดินว่างเปล่าตั้งอยู่ใกล้ๆ กับบ้านของผู้ตาย ส่วน พ.ต.ท.สมจิตร และพวกที่นั่งมาในรถอีกคันได้เลี้ยวเข้าซอยกสิกรทุ่งสร้าง 20 จากนั้นได้ขับมาจอดรถ ซุ่มอยู่ในซอยเล็กๆ ใกล้บ้านผู้ตาย เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น.

                 กระทั่งเวลา 07.15 น. ผู้ตายได้ถอยรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว รถประจำตำแหน่งออกจากบ้านพัก โดยในขณะที่ประตูรั้วรีโมทเปิดออก ด.ต.วีระศักดิ์ โทรศัพท์แจ้งให้ พ.ต.ท.สมจิตร รับทราบทันที เมื่อรถยนต์ของผู้ตายถอยออกมาตั้งลำบนถนนหน้าบ้าน ระหว่างนั้นรถกระบะสีดำของ พ.ต.ท.สมจิตร ได้ขับมาจอดขวาง ซึ่งผู้ตายลงรถมาพูดคุยกับ พ.ต.ท.สมจิตร เล็กน้อย

                 จากนั้น พ.ต.ท.สมจิตร ได้ใช้อาวุธปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. ยิงผู้ตายหลายนัดจนล้มคว่ำ ก่อนที่นายประพันธ์จะใช้อาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38  ยิงซ้ำเข้าด้านหลังผู้ตายอีกหลายนัด เมื่อคนร้ายปฏิบัติการแล้วเสร็จ พ.ต.ท.สมจิตร กับพวก ได้นั่งรถกระบะสีดำกลับออกจากปากซอยกสิกรทุ่งสร้าง 20 เลี้ยวขวาไปตามถนนกสิกรทุ่งสร้างมุ่งหน้าไปทางค่ายทหารศรีพัชรินทร์

                 ขณะเดียวกัน ด.ต.วีระศักดิ์ ได้ขับรถฮอนด้าแจ๊ซ ออกจากถนนจอมพลเลี้ยวขวาไปตามถนนกสิกรทุ่งสร้าง มุ่งหน้าไปทางค่ายศรีพัชรินทร์เช่นเดียวกัน โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซขณะขับผ่านหมู่บ้านเอื้ออาทร (โกทา) ส่วนรถกระบะวีโก้ สีดำ ไม่สามารถจับภาพได้อีก

                 ภายหลังการก่อเหตุยิงได้ประมาณ 5 นาที  พ.ต.ท.สมจิตร ได้โทรศัพท์รายงานเหตุให้แก่นักการเมืองคนดังกล่าวรับทราบ ซึ่งการโทรศัพท์ในครั้งนั้น เจ้าหน้าที่สามารถจับสัญญาณการพูดคุยติดต่อได้หลังจากทั้งคู่คุยกันได้ประมาณ 5 นาที 

                 นอกจากนี้ ในเวลาประมาณ 09.00 น. กล้องวงจรปิดบริเวณแยกดอนโมง ถนนมะลิวัลย์ สามารถจับภาพรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ซ คันก่อเหตุวิ่งผ่านไปทาง สภ.หนองเรือ ก่อนจะเลี้ยวไปจอดที่ สภ.หนองเรือ โดย พ.ต.ท.สมจิตร และ ด.ต.วีระศักดิ์ ได้เข้าไปทำงานปกติ

                 ต่อมาในวันที่ 5 พฤษภาคม ช่วงพลบค่ำ ตำรวจได้ตั้งด่านจับกุม ด.ต.วีระศักดิ์ จำเลยที่ 1 ได้ที่ ต.กู่ทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ระหว่างเดินทางกลับจาก จ.สกลนคร โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

                 ส่วน พ.ต.ท.สมจิตร จำเลยที่ 2 ได้หลบหนีการจับกุมและได้เข้ามอบตัวที่กรุงเทพฯ โดยได้ส่งตัวมาควบคุมที่ สภ.ขอนแก่น ในชั้นสอบสวนยังให้การปฏิเสธ

                 ในขณะที่เพื่อนร่วมขบวนการคือ นายประพันธ์ จำเลยที่ 3 ได้หลบหนี ตำรวจติดตามความเคลื่อนไหวจากการใช้โทรศัพท์มือถือและจับกุมได้ที่อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในชั้นจับกุมได้ให้การปฏิเสธ

                 จากนั้นตำรวจได้ติดตามจับกุมตัว นายบุญช่วย จำเลยที่ 4  คนขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ คันก่อเหตุ โดยในชั้นสอบสวนให้การรับสารภาพต่อมาตำรวจได้ติดตามจับกุมตัวนายปิยะพงษ์ จำเลยที่ 5

                 ในชั้นจับกุม นายปิยะพงษ์ให้การปฏิเสธว่า คืนวันที่ 2 พฤษภาคม ได้นั่งกินเหล้าอยู่ที่บ้าน พ.ต.ท.สมจิตร ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งของ จ.ขอนแก่นจนถึงเวลา 4 นาฬิกา หลังดื่มกินเสร็จสิ้นได้ขึ้นไปนอนบนแค็บหลังรถกระบะโตโยต้า วีโก้ เมื่อตื่นมาอีกครั้งก็เห็นรถยนต์ไปจอดที่ปั๊มน้ำมัน โดยมี พ.ต.ท.สมจิตร ขึ้นมานั่งเบาะหน้าข้างคนขับแทน ส่วนนายประพันธ์ขยับมานั่งตรงแค็บ จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ก่อนจะเห็นนายประพันธ์ และ พ.ต.ท.สมจิตร วิ่งขึ้นรถกระบะวีโก้ ก่อนจะขับออกไป พร้อมยืนยันว่า  ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการสังหารดังกล่าวแต่อย่างใด

                 แม้เวลาจะผ่านไป 1 ปีเต็ม แต่คดีฆาตกรรมโหดปลัดสุชาติ ถือเป็นคดีที่คนขอนแก่นให้ความสนใจและติดตามอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่า เบื้องหลังการสังหารโหดในครั้งนี้ นอกจากจะมีกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมข้างต้นเป็นผู้ร่วมกระทำผิดแล้ว ยังมี "นักการเมืองระดับชาติ" เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้แยกดำเนินคดีดังกล่าวออกเป็นสองส่วนคือ 1.คดีร่วมกันฆ่า ซึ่งมีจำเลยอยู่ 5 คน ส่วนอีกคดีหนึ่งคือคดีจ้างวานฆ่า มีนักการเมืองชื่อดังเป็นผู้ต้องหา

                 คดีนี้กำลังเดินทางมาถึงสุดปลายทาง แต่จะถึงที่สุดหรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไป เพราะในวันที่ 29 ตุลาคม ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาตัดสินลงโทษกลุ่มฆาตกรทั้งหมดแล้ว...!  


..........................................

(หมายเหตุ : ย้อนรอย1ปีคดีฆ่าโหด‘ปลัดอบจ.ขอนแก่น’ ก่อนวันลงทัณฑ์ทีมสังหารทมิฬ : ศูนย์ข่าวภาคอีสานรายงาน)