ข่าว

‘เจิมศักดิ์’ฉะ‘บวรศักดิ์’ห้ามสปช.นั่งควบกมธ.

‘เจิมศักดิ์’ฉะ‘บวรศักดิ์’ห้ามสปช.นั่งควบกมธ.

28 ต.ค. 2557

‘เจิมศักดิ์’ฉะ‘บวรศักดิ์’มีปัญหาทางวุฒิภาวะ หลังพิจารณากำหนดข้อบังคับการประชุม ห้ามสปช.นั่งควบกมธ.สามัญ-กมธ.ยกร่างรธน.

              28ต.ค.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หลังจากที่ที่ประชุมเสียงข้างมากเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการ กิจการสภาปฏิรูป (วิป สปช.) ชั่วคราว ถึงหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วน สปช. ตามที่รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 กำหนด 20 คน โดยให้ที่ประชุมลงคะแนนคัดเลือก พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวาณิช สปช. ฐานะประธานคณะกรรมการยกร่างข้อบังคับการประชุม สปช. อภิปรายว่าสำหรับข้อเสนอของวิปฯ สปช. ที่ระบุว่าผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะดำรงตำแหน่งใดเป็น กรรมาธิการสามัญ ของ สปช. ไม่ได้จนกว่าการดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ และเพื่อประโยชน์ไม่ให้มีส่วนได้ส่วนเสีย ห้ามไม่ให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายใน 2 ปี นับแต่วันที่พ้นตำแหน่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีผู้ที่ไม่เห็นด้วย ในประเด็นดังกล่าวจะนำไปพิจารณาในที่ประชุมของกรรมการยกร่างข้อบังคับ การประชุม สปช. ในวันที่ 29 ต.ค.

              เบื้องต้นตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ว่าที่รองประธานสปช. คนที่ 1 ระบุว่าต้องเปิดกว้างให้ผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็น สปช. ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกให้เข้ามาร่วมทำงานอย่างใกล้ชิด จึงมีรายละเอียดที่จะกำหนดในร่างข้อบังคับการประชุม สปช. คือ ให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ดำรงตำแหน่ง ในกมธ.วิสามัญประจำสภาสปช. ได้ 1 คณะ แต่จะดำรงตำแหน่ง ประธานหรือเลขานุการ ไม่ได้ เหตุผลที่เปลี่ยนชื่อจากกมธ.สามัญ เป็นกมธ.วิสามัญเพื่อเปิดกว้างให้บุคคลภายนอกเข้ามาทำงานร่วม สปช. เบื้องต้นจะกำหนดให้มีสัดส่วน 1 ใน 5 หรือจำนวน 7 คน

              นายบวรศักดิ์ อภิปรายคัดค้านว่า การทำงานของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะต้องทำงาตลอดทั้งสัปดาห์ และแบบห้ามรุ่งหามค่ำ ดังนั้นควรให้สมาชิกฯ ที่ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของกมธ. เท่านั้น และไม่ถือว่าเป็นองค์ประชุม เพราะหากให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นกรรมาธิการ สปช. อาจทำให้มีปัญหา ทั้ง 2 กมธ.ได้ โดยเฉพาะเวลาขาดประชุม

              “เวลาขาดจากกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ อาจอ้างว่าไปประชุมกมธ.สภาสปช. ซึ่งจริงหรือไม่ ก็ไม่รู้ เช่นเดียวกันกับการขาดประชุมกมธ.ของ สปช. อาจทำให้องค์ประชุมมีปัญหา ถ้าจะเขียนก็ให้ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ โดยไม่นับเป็นองค์ประชุม ถึงจะเหมาะสม และเข้าประชุมเรื่องที่จำเป็นและสำคัญเท่านั้น ” นายบวรศักดิ์ กล่าว

              ทำให้นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สปช. อภิปรายตำหนิการให้ความเห็นของนายบวรศักดิ์ว่าเป็นการแสดงวุฒิภาวะที่มีปัญหา หากเป็นไปตามข่าวที่นายบวรศักดิ์ จะเข้าไปเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วมีความคิดดังกล่าวอาจทำให้มีปัญหา และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะมีท่าทีแบบนี้ไม่ได้ ข้อเสนอของนายบวรศักดิ์นั้นตนไม่ขัดข้อง แต่การอภิปรายด้วยถ้อยคำดังกล่าวทำให้ตนต่อต้านและต้องการลุกเสนอญัตติให้โหวตคะแนนสวนทางแต่ตนจะไม่ทำ

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในประเด็นดังกล่าวที่ประชุมไม่ได้มีข้อสรุปใดๆ และในวันที่ 29 ต.ค. กรรมการร่างข้อบังคับสปช. จะมีการหารือกัน ในเวลา 09.30 น. เพื่อพิจารณาในรายละเอียดต่อไป
 

สปช.เห็นชอบข้อเสนอวิปฯ

             อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 14.15 น. สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ประชุมเพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาปฏิรูป (ชั่วคราว) ถึงหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วน สปช. ตามที่รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 กำหนดและที่ประชุมสปช.ลงมติเห็นชอบ คือ จำนวน  20 คนมาจากสมาชิก สปช. ทั้งหมดต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยมีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน วิปฯสปช. ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมเฉพาะคราว
    
             เมื่อเข้าสู่วาระพิจารณานายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการ วิปฯ สปช. นำเสนอรายงานการประชุมวิปฯ สปช.ชั่วคราว ถึงพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีได้มาซึ่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วน สปช. จำนวน 20 คน คือ 1.บุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องมีความสามารถ เหมาะสม สมัครใจ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 โดยต้องกรอกใบสมัครด้วยตนเอง, 2. สมาชิกสปช. ทั้ง 11 ด้านและแต่ละจังหวัด ทั้ง 4 ภาค สามารถพิจารณาเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมและไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ด้านละ 1 คนหรือมากกว่า 1 คน หรืออาจไม่เสนอสมาชิกใดเลยก็ได้ ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ์สปช. ที่ต้องการสมัครเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้รับการเสนอชื่อจากด้านต่างๆ และรายภาค สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้เอง โดยผู้ที่จะสมัคร ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 29 ต.ค. ก่อนเวลา 12.00 น. , 3. ให้ที่ประชุมสปช. พิจารณาเลือกซึ่งได้รับการเสนอชื่อหรือสมัคร จำนวน 20 คนจากรายชื่อผู้สมัครและได้รับการเสนอชื่อ โดยสปช. สามารถเลือกกมธ.ไม่เกิน 20 คน และให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดลำดับที่ 1 ถึง 20 เป็นผู้ได้รับการสรรหาจาก สปช. เป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กรณีที่มีเลือกมากกว่า 20 คนให้ถือว่าเป็นบัตรเสีย
        
             นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่าผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะดำรงตำแหน่งใดเป็น กรรมาธิการสามัญ ของ สปช. ไม่ได้จนกว่าการดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ และเพื่อประโยชน์ไม่ให้มีส่วนได้ส่วนเสีย ห้ามไม่ให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายใน 2 ปี นับแต่วันที่พ้นตำแหน่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ
        
             จากนั้นที่ประชุมได้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ได้ท้วงติงของข้อเสนอของวิปฯสปช. ชั่วคราว โดยเฉพาะข้อห้ามที่ไม่ให้สมาชิก สปช. ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการอื่นใด ควบคู่กับการทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ  โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จนทำให้นายเทียนฉาย ระบุว่า ในข้อเสนอตามมติวิปฯ สปช. ชั่วคราว ประเด็นห้ามดำรงตำแหน่ง กมธ.ใดคู่ไปกับ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงประเด็นห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดภายใน 2 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ขอชะลอการพิจารณาไปก่อน และให้นำไปพิจารณาในช่วงพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุม สปช. ดังนั้นขอให้ที่ประชุมพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีได้มาซึ่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ขอให้ที่ประชุมได้ลงมติในข้อเสนอของวิปฯ สปช. ชั่วคราว ทันที โดยเสียงข้างมากของที่ประชุม 165 เสียง ต่อ47 เสียง เห็นชอบตามข้อเสนอของวิปฯ สปช. ชั่วคราว ทั้งมีผู้งดออกเสียง 10 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง

             นายดุสิต เครืองาม สปช. อภิปรายเสนอว่าขอให้ฝ่ายเลขานุการสปช. นำเอกสารรวมถึงรายชื่อของผู้ที่กรอกใบสมัครเข้ารับการลงคะแนนเลือกเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สมาชิก สปช. ได้ศึกษาประวัติ และความรู้ ประสบการณ์ เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือก สปช. เข้าไปทำหน้าที่
        
             จากนั้นนายเทียนฉาย ชี้แจงว่าขอให้ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้ารับเลือกเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญและมีคุณสมบัติไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนด รับใบสมัครพร้อมกรอกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่งให้เจ้าหน้าที่หน้าห้องประชุมรัฐสภา ชั้น 2 ก่อนเวลา 12.00 น. ของวันที่ 29 ต.ค. จากนั้นในเวลา 14.00 น. ตนได้นัดประชุมสปช. นอกรอบอีกครั้งเพื่อลงคะแนนเลือกบุคคลเข้าไปทำหน้าที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต่อไป