ข่าว

‘สุวณา’ว่าที่อธิบดีดีเอสไอลั่นเร่งกอบกู้วิฤตศรัทธา

‘สุวณา’ว่าที่อธิบดีดีเอสไอลั่นเร่งกอบกู้วิฤตศรัทธา

28 ต.ค. 2557

‘สุวณา’ว่าที่อธิบดีดีเอสไอพร้อมเริ่มงานทันที ลั่นเร่งกอบกู้วิฤตศรัทธา

                28ต.ค.2557นางสุวณา  สุวรรณจูฑะ  ว่าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  กล่าวภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ว่า  ตนสามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีตามคำสั่งของพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งตั้งให้เข้าไปรักษาราชการแทนอธิบดีดีเอสไอเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยในวันพรุ่งนี้ ( 29 ต.ค.) พล.อ.ไพบูลย์จะไปตรวจเยี่ยมการทำงานของดีเอสไอและมอบนโยบาย จากนั้นตนจะเรียกประชุมเพื่อรับทราบปัญหาภายในที่เป็นวิกฤตต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วน  สำหรับบทบาทที่ได้รับมอบหมายคือให้เข้าไปวางระบบบริหารในดีเอสไอว่าควรจะเดินหน้าอย่างไร นอกจากนี้พล.อ.ไพบูลย์ยังเน้นย้ำหลายครั้งให้ดีเอสไอปฏิบัติตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด คือ ทำงานเป็นมืออาชีพ เป็นที่ยอมรับของสังคมและประชาชน ส่วนตัวเชื่อว่าศักยภาพของคนดีเอสไอสามารถทำได้ โดยตนจะเข้าไปกำกับและวางมาตรการบริหารความเสี่ยง

                นางสุวณากล่าวถึงประเด็นที่ถูกมองว่าไม่เคยผ่านงานสอบสวนและไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านกฎหมายว่า ดีเอสไอมีพนักงานสอบสวนที่มีความเชี่ยวชาญมากเพียงพออยู่แล้ว อธิบดีมีหน้าที่กลั่นกรองตรวจสอบการใช้เครื่องมือทุกอย่างให้เต็มศักยภาพ แม้ว่าตนจะไม่เคยผ่านงานสอบสวน แต่เคยเป็นกรรมการคดีพิเศษ และเคยเข้ามารักษาในการตำแหน่งรองอธิบดีดีเอสไอช่วงสั้นๆ สมัยที่เป็นอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพก็เคยทำงานร่วมกับดีเอสไอมามาก โดยเฉพาะคดีที่ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงถือว่ามีประสบการณ์ในกระบวนการยุติธรรม ส่วนเรื่องกรอบเวลาในการทำงานตนไม่ได้จำกัดเวลาให้ตัวเอง แต่จะทำให้รวดเร็วที่สุด ขณะที่รัฐมนตรีก็ไม่ได้กดดันเรื่องกรอบเวลา และยังรับปากว่าจะระดมทีมงานทั้งกระทรวงมาช่วยกันขับเคลื่อนดีเอสไอ ไม่ได้ให้เข้ามาแก้ปัญหาโดยลำพัง แต่จะส่งทีมงานมาช่วยอย่างเต็มที่

                ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวยุบดีเอสไอ นางสุวณา กล่าวว่า อยู่ที่ดีเอสไอว่าจะทำให้สังคมมั่นใจได้หรือไม่ ซึ่งตนมั่นใจในความสามารถของคนดีเอสไอ  โดยหลังเข้ารับตำแหน่งจะเรียกประชุมผู้บริหารว่าสิ่งใดเป็นวิกฤตที่ต้องแก้ไข แต่ในส่วนของดีเอสไอมีกฎหมาย คำสั่ง และระเบียบต่างๆ ชัดเจนอยู่แล้ว อธิบดีเพียงแต่เข้าไปกำกับการใช้อำนาจ ในส่วนของงานบริหารบุคคลที่มีการฟ้องร้องและขอความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายทุกครั้ง ถือเป็นอีกภารกิจที่ต้องเข้าไปแก้ไข คนที่ทำงานต้องได้สิทธิประโยชน์ตามผลงานและสิ่งที่ควรได้รับ ดีเอสไอต้องมีความพิเศษในการทำงาน เพราะได้รับการสนับสนุนพิเศษหลายอย่างจากรัฐ

                "ยอมรับว่าดีเอสไอมีปัญหาเข้าขั้นวิกฤต ประชาชนเสื่อมศรัทธา ต้องเข้าใจว่าศรัทธาเวลาลดจะลดเร็ว แต่เวลาเพิ่มจะค่อยๆเพิ่ม ต้องใช้เวลานาน ภาระที่ตนเข้ามารับผิดชอบถือเป็นงานที่ท้าทาย เหนื่อยและหนัก แต่เมื่อได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาก็จะทำเต็มที่ โดยตนเหลือเวลาทำงานอีกเพียง 2 ปี ก่อนเกษียณอายุราชการ "ว่าที่อธิบดีดีเอสไอกล่าว

                สำหรับคดีการเมืองที่อยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอนั้น นางสุวณา กล่าวว่า เชื่อว่าการให้ความเป็นธรรมในการดำเนินคดีถือเป็นเรื่องสำคัญ หากให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายก็จะยอมรับได้  อย่างไรก็ตาม ตนขอปฏิเสธว่าการได้รับตำแหน่งครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนายก่อพงศ์  สุวรรณจูฑะ  สามี โดยยืนยันว่าครอบครัวไม่มีความสนิทสนมกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  ที่ผ่านมาตนดูแลงานด้านกระบวนการยุติธรรมมาตลอด จึงได้รับการเสนอชื่อให้เข้ามาทำงานในหลายหน้าที่ ก่อนหน้านี้ก็ไม่รู้ล่วงหน้าว่าถูกวางตัวให้เป็นอธิบดีดีเอสไอ รู้เพียงว่ารัฐมนตรีให้ไปทำงานในตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิบดีดีเอสไอ  แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะให้เป็นตัวจริง

                นางสุวณา  สุวรรณจูฑะ เป็นอธิบดีดีเอสไอที่เป็นผู้หญิงคนแรก. โดยนางสุวณา  เกิดเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2498 ปัจจุบันอายุ 58 ปี จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เมื่อปี 2521  สมรสกับนายก่อพงศ์  สุวรรณจูฑะ มีบุตรชาย 3 คน  โดยประวัติรับราชการตั้งแต่ปี 2522 ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน 3 สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม  จากนั้นอีก 10 ปี ในปี 2533 รับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการเงิน กองคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม  ปี 2538 เป็นผอ.กองคลัง  สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ปี 2544 เป็นผู้ช่วยปลัดกระทรวงยุติธรรม  และปี 2545 ได้ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม  อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จากนั้นได้เลื่อนเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม  ดูแลภารกิจการอำนวยความยุติธรรม