
ยืนคุก37ปี'ฮอลแลนด์'อนาจารด.ช.
28 ต.ค. 2557
ศาลฎีกา พิพากษายืน จำคุก 37 ปี หนุ่มใหญ่ฮอลแลนด์ วัย 56 ปี อนาจารเด็กชาย พยานโจทก์ เด็กผู้เสียหาย ตำรวจ เบิกความสอดคล้อง หลักฐานมีน้ำหนัก
28 ต.ค. 57 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.745/2551 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวิลเลียม เจอร์ราด นอปเปียน ( Willem Gerard Knoppien) อายุ 56 ปี ชาวเนเธอร์แลนด์ และนายธเนศ หรือ กวัก บัวหลวง อายุ 37 ปี เป็นจำเลยที่ 1- 2ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป พาเด็ก หรือจัดให้เด็กกระทำการใดเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น , พาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดา-มารดา เพื่อการอนาจาร หรือแสวงหากำไร , กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยขู่เข็ญ หรือใช้กำลังประทุษร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 , 279 , 282 , 283 และ 317
ตามฟ้องอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 51 บรรยายพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อปลายเดือน มี.ค. 2550 จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันพราก ด.ช.น้อย (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ผู้เสียหายไปจากบิดาและมารดาเพื่อการอนาจาร โดยจำเลยที่ 2 เป็นธุระจัดหาพา ด.ช.น้อย ไปยังบ้านของจำเลยที่ 1 โดยอ้างหลอกลวงจ้างไปทำความสะอาด แล้วจำเลยที่ 1 ได้ใช้อวัยวะเพศ ถูไถหน้าท้องเด็กผู้เสียหาย กระทั่งสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง รวม 4 ครั้ง โดยทุกครั้งหลังกระทำการดังกล่าว จำเลยที่ 1 จะมอบเงินให้จำเลยที่ 2 ครั้งละ 200 บาท และให้เงินกับเด็กผู้เสียหายครั้งละ 120 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักจำเลยที่ 1 พบหนังสือลามก รวม 9 เล่ม จึงแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ
โดยศาลชั้นต้น พิพากษาเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 52 ให้จำคุกนายวิลเลียม จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 37 ปี ส่วนนายธเนศ จำเลยที่ 2 ให้จำคุก 26 ปี 8 เดือน ต่อมานายวิลเลียม จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์สู้คดีเพียงคนเดียว ขณะที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ต่อมานายวิลเลียมจำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้ว เห็นว่าโจทก์มีผู้เสียหาย และตำรวจกองบังคับการปราบปราบการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี (ปดส.) เป็นพยานเบิกความได้สอดคล้องต้องกัน ประกอบนายธเนศ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่าได้พาเด็กผู้เสียหายไปยังบ้านเกิดเหตุ โดยจำเลยที่ 1 ได้กระทำอนาจาร ใช้มือลูบคลำอวัยวะเพศผู้เสียหาย 2 ครั้ง และใช้ปากอมอวัยวะเพศ ผู้เสียหาย อีก 2 ครั้ง ขณะที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็ก ก็ได้เบิกความยืนยันข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้กระทำอนาจารโดยปราศจากการลังเล ไม่มีพิรุธ และไม่มีเหตุที่จะเสแสร้ง แต่งเรื่องขึ้นมาปรักปรำใส่ร้ายจำเลยที่ 1 พยานหลักฐานโจทก์จึงประกอบไปด้วยเหตุผล มีน้ำหนักมั่นคงให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดจริง ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน
ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว นายวิลเลียม จำเลย ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัวตั้งแต่ชั้นพิจารณา ก็ถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวไปคุมขังยังเรือนจำเพื่อรับโทษตามคำพิพากษาต่อไป โดยนายวิลเลียม มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีญาติหรือคนใกล้ชิดมาร่วมฟังคำพิพากษาแต่อย่างใด



