ข่าว

เข้มด่านโก-ลก!หวั่นมือคาร์บอมบ์อินเดียเข้าไทย

เข้มด่านโก-ลก!หวั่นมือคาร์บอมบ์อินเดียเข้าไทย

27 ต.ค. 2557

คุมเข้มด่านโก-ลก!หวั่นมือคาร์บอมบ์อินเดียเข้าไทย กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้ายันเป็นการแจ้งตามปรกติไทยไม่ใช่เป้าหมายก่อเหตุรุนแรง

               เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม มีรายงานข่าวแจ้งว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ได้แจ้งเตือนหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ให้เฝ้าระวังและตรวจสอบเข้ม นายจักตาร์ ซิงห์ ตารา ซึ่งเป็นผู้ก่อการร้ายชาวอินเดีย และเป็นมือประกอบระเบิดคาร์บอมบ์ที่มีหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยหลบหนีออกจากเรือนจำในประเทศอินเดีย เพื่อแฝงตัวเดินทางข้ามแดนไปยังประเทศมาเลเซียทางด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก เป็นทางผ่านไปยังประเทศปากีสถานอีกทอดหนึ่ง ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางรัฐบาลประเทศอินเดียได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยแล้ว

               ล่าสุด พ.ต.อ.อับดุลกอเดร์ บือแนสะเตง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเข้มบุคคลที่เดินทางเข้าและออกประเทศอย่างเข้มงวด พร้อมนำภาพถ่ายอิริยาบถต่างๆ ของ นายจักตาร์ ซิงห์ ตารา ลงในระบบออนไลน์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ในการตรวจสอบรูปพรรณสัณฐานของแต่ละบุคคลที่ใช้บริการในการประทับตราหนังสือเดินทาง รวมไปถึงเครื่องประดับที่เป็นจุดสังเกตได้ง่าย โดยนายจักตาร์ ซิงห์ ตารา จะใส่เลสกำไลที่ข้อมือขวา สวมนาฬิกาลักษณะตัวเรือนเป็นสี่เหลี่ยมที่ข้อมือซ้าย

               อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.นราธิวาส 36 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงโก-ลก และฝ่ายปกครอง ให้ปฏิบัติหน้าที่กันตามปกติและอยู่ในชั้นความลับ เกรงว่านายจักตาร์ ซิงห์ ตารา จะไหวตัวและหลบหนีตามช่องทางข้ามที่ผิดกฎหมายได้

               ทั้งนี้พ.อ.จุตพร กลัมพสุต รองเลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า สำหรับการแจ้งหน่วยความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เฝ้าระวังและตรวจสอบเข้มนายจักตาร์ ซิงห์ ตารานั้น  เป็นการแจ้งประสานความร่วมมือตามปกติที่อินเดียได้แจ้งประสานพร้อมแจกจ่ายรูปถ่ายไปยังหลายๆประเทศที่อยู่ในความร่วมมือเดียวกันในการต่อต้านการใช้ความรุนแรงได้แจ้งประสานมาเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น

               เพื่อร่วมกันสกัดกั้นผู้ก่อการร้ายไม่ให้หลบหนีซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีการแจ้งประสานความร่วมมือเข้ามา แต่ไม่ได้มีการยืนยันว่าคนร้ายจะใช้เป็นช่องทางในการหลบหนีแต่อย่างใด โดยในส่วนของประเทศไทยนั้นเบื้องต้นยังเชื่อว่าประเทศไทยไม่ใช่เป้าหมายในการหลบหนีเพื่อเดินทางไปประเทศที่สาม

               "เป็นการแจ้งประสานให้เฝ้าระวังผู้ร้ายข้ามแดนตามปกติ เนื่องจากผู้ที่หลบหนีมีคดีเกี่ยวกับการก่อเหตุรุนแรง ส่วนรายละเอียดและประวัติการก่อเหตุเชิงลึกนั้นเบื้องต้นยังไม่ทราบ เพียงแค่มีการประสานมาเท่านั้นและเชื่อว่าไม่น่ากังวลเพราะประเทศไทยไม่ใช่เป้าหมายที่ถูกจับตามอง" พ.อ.จตุพร กล่าว