ข่าว

นโยบาย'ไพบูลย์'ทำไม่ได้ย้ายแน่!

นโยบาย'ไพบูลย์'ทำไม่ได้ย้ายแน่!

27 ต.ค. 2557

'ไพบูลย์' ประชุมมอบนโยบายเร่งด่วน 3 เดือนต้องเห็นผล ทำไม่ได้ย้ายแน่ 'ดุษฎี' แนะปัดฝุ่นระบบแบล็กลิสต์ 'พรทิพย์' ระบุ อนาคตปฏิรูปยุติธรรมคงอีกยาวไกล

 
                             27 ต.ค. 57  พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประชุมมอบนโยบายสำคัญเร่งด่วน 5 ด้าน ให้กับข้าราชการกระทรวงยุติธรรม ว่า ให้เดินหน้าการทำงาน เห็นผลใน 3 เดือน ประกอบด้วย ด้านอำนวยความยุติธรรม และลดความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาพฤตินิสัย แก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด และการป้องกันการกระทำผิด การป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ โดยแต่ละด้านมีการทำแผนไว้แล้ว เหลือเพียงทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติ เพื่อขับเคลื่อนตามเป้าหมาย ทั้งนี้ในส่วนที่ยังมีปัญหา เช่น กรมราชทัณฑ์ ตนมีความคิดจะโอนย้ายไปอยู่กับกระทรวงมหาดไทยตามเดิม เพราะไม่แน่ใจว่ากรมราชทัณฑ์มีหน้าที่ฟื้นฟูพฤตินิสัย หรือเป็นศูนย์รวมความชั่วร้ายกันแน่ ที่ผ่านมา 4-5 เดือน กรมราชทัณฑ์ถือว่าล้มเหลว หลังจากนี้ตนจะใช้มาตรการเด็ดขาด เพราะเรือนจำมีพื้นที่จำกัด แต่ยังมียาเสพติด และโทรศัพท์มือถือหลุดรอดเข้าไปได้จำนวนมาก
 
                             พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ยาเสพติด 60% มาจากเครือข่ายในเรือนจำ ดังนั้นหากยังมีปัญหาอยู่ ภายใน 3 เดือน ผบ.เรือนจำ โดนย้ายแน่ ส่วนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ตนให้เวลา 6 เดือน หากแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ต้องย้ายเช่นกัน ที่ผ่านมา ตนพูดกับคนราชทัณฑ์มา 3-4 ครั้ง แต่ไม่เคยฟัง จนกระทั่งเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานีถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ตามวาระปราบปรามยาเสพติดที่ถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่ง ผบ.เรือนจำ ต้องรีบจัดการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เรียบร้อย ไม่เช่นนั้นก็จะโดนย้ายเช่นกัน แต่หากคิดว่าทำไม่ได้ ก็ให้เก็บของได้ตั้งแต่วันนี้เลย 
 
                             "ผมมอบนโยบายชัดเจน ให้คัดย้ายนักโทษที่มีอิทธิพลออกจากเรือนจำย่อยทั้งหมด ไม่เฉพาะบิ๊กเนมเท่านั้น แต่ระบบขับเคลื่อนมีปัญหา นักโทษที่มีอิทธิพลต่อนักโทษ และผู้คุมมากที่สุดในเรือนจำสุราษฎร์ ถูกเรือนจำเสนอชื่อให้ย้ายไปเรือนจำความมั่นคงสูง แต่ชื่อกลับถูกคัดออกในขั้นตอนการคัดกรองที่กรมราชทัณฑ์ กระทั่งเจ้าหน้าที่เรือนจำถูกยิงตาย ใครเป็นกรรมการชุดนี้ โดนผมตั้งกรรมการสอบแน่นอน"
 
                             พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้การสนับสนุนกรมราชทัณฑ์เรื่องการแก้ปัญหายาเสพติดมาโดยตลอด ทั้งเครื่องมือ และกฎหมาย ดังนั้นปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล จึงเป็นเหตุผลที่ต้องใช้มาตรการย้ายบุคคล ซึ่งเกณฑ์การพิจารณาความพอใจในการแก้ปัญหาไม่ได้มาจากราชทัณฑ์ แต่มาจากข้อมูลของหน่วยอื่น เช่น ตำรวจที่เป็นฝ่ายจับกุม หากยังพบว่ามีการซัดทอดจากผู้ต้องหาคดียาเสพติดว่ามีการสั่งค้าจากในเรือนจำ ผบ.เรือนจำ ต้องรับผิดชอบ เพราะถือเป็นความบกพร่องของเรือนจำ 
 
                             พ.ต.อ.ดุษฎี อารยะวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรับผิดชอบด้านปราบปรามยาเสพติด และอาชญากรรมพิเศษ กล่าวว่า การทำผิดคดียาเสพติด ไม่ได้มีความผิดด้านเดียว แต่ต้องเอาผิดฐานฟอกเงินด้วย แต่ที่ผ่านมา ยังไม่มีหน่วยงานรับเป็นเจ้าภาพชัดเจน นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่พัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดหลายคนเติบโตเข้ามาอยู่ในวงการเมือง บางคนกลายมาเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี หรือเป็นนักการเมืองในพรรคการเมืองใหญ่ ซึ่งน่าสงสัยว่าระบบแบล็กลิสต์ หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะในอดีตเราเคยไม่เสนอแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีประวัติพัวพันยาเสพติด สิ่งที่น่ากังวลมากคือวันนี้เจ้าหน้าที่ของเรือนจำที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดกลับถูกทำร้าย ตนเห็นควรที่จะให้มีการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอโทรศัพท์ที่ยึดได้ หากพบว่าเป็นของผู้ต้องขังคนใดให้เพิ่มโทษอีก 5 ปี 
 
                             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมมอบนโยบาย พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า สิบกว่าปีในกระทรวงยุติธรรม มีเรื่องราวที่น่าเรียนรู้มากมาย วันนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการเรียกประชุมผู้บริหารทุกกรมทั้งประเทศ หลังจากการปฏิรูประบบราชการแยกกระทรวงยุติธรรมออกจากศาล การประชุมครั้งแรกกลับไม่สร้างความประทับใจนัก นโยบายไปกันคนละทิศละทาง เริ่มจากรัฐบาลมอบตามที่สนใจ แต่ละกรมต้องรีบปรับแผนการปฏิบัติงาน โดยที่ยังไม่ได้มีโอกาสพบทั้งรัฐมนตรี และปลัดกระทรวง ยังไม่ได้มีการบูรณาการการทำงานตามนโยบายระหว่างหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรม มาวันนี้ได้ฟังผู้บริหารเล่าบ้าง บ่นบ้าง บรรยายบ้าง จากมุมมองจากตัวเองมากกว่ามุมมองเชิงระบบ เห็นทีอนาคตการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงคงอีกไกล