
'ประยุทธ์'เตือน'สปท.'อย่าทำผิดก.ม.
27 ต.ค. 2557
'ประยุทธ์' เตือน สถาบันปฏิรูปประเทศไทย อย่าเคลื่อนไหวผิดก.ม. พร้อมรับฟังข้อเสนอปฏิรูปปท. พอใจการทำงาน 5 เดือน รับเป็นห่วงเศรษฐกิจปีหน้า
27 ต.ค. 57 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่เครือข่ายภาคประชาชนรวมกันเปิดตัว สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า รัฐบาลเกี่ยวข้องกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพียงสภาเดียว นอกจากนั้นต้องไปดูว่าอะไรที่รัฐบาลกำหนดเพิ่มเติมไป อย่างเช่น ที่ปรึกษา และช่องทางที่ส่งรายละเอียดเข้ามาได้ผ่าน กอ.รมน. ศูนย์ดำรงธรรม และสำนักเลขาธิการรัฐสภา นั่นคือช่องทางของรัฐบาล นอกเหนือจากนั้นคือ ไม่ใช่ ซึ่งถ้า สปท.จะมีเรื่องเสนอมา ต้องไปทำตามช่องทางดังกล่าว
ส่วนถ้า สปท.จะมีการจัดเวทีคู่ขนานนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องไปดูในส่วนของกฎหมาย ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ต้องให้รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย พิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า สปท.ระบุว่า จะทำหน้าที่เหมือนสภากระจก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สภากระจก มันตั้งได้หรือเปล่า ตนไม่รู้ ตอนนี้ก็ต้องลองดู เพราะวันนี้เราก็มีกฎหมายอยู่ อย่างไรก็ตาม ตนไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น พวกท่านก็ไปเสนอเข้ามาตามช่องทางไม่น่าเป็นปัญหา
"ผมไม่ขัดข้องที่จะรับฟังความคิดเห็นของคนทั้งประเทศ ทั้งนี้อยากให้เข้าใจว่า ฟังกันแล้ว ก็หาทางออก หาข้อสรุปให้ได้ ถ้าฟังกันแล้ว ไปกันไม่ได้ แล้วจะฟังทางไหน ทุกคนคือประชาชนไทยหมด ไม่ว่าจะมาจากกลุ่มใดก็แล้วแต่ โดยทำอย่างไรจะหาข้อสรุปได้นั่นคือเรื่องสำคัญ ถ้าขัดแย้งตั้งแต่ต้น ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ ผมเรียนอีกครั้งว่า การปฏิรูปแก้ไขในปีเดียวไม่ได้ทั้งหมด ซึ่งทั้ง 11 ด้าน ต้องมีมาตรการระยะสั้นให้สำเร็จใน 1 ปี จากนั้นรัฐบาลต่อไปก็ไปทำให้เกิดกลไกต่อ นี่เป็นการเริ่มต้น แต่ก็ขัดแย้งกันอีกแล้ว ซึ่งผมไม่อยากจะยุ่งเกี่ยว แต่ผมรับผิดชอบตรงนี้ ก็อยากจะขอร้องให้ทุกคนไปหาช่องทางให้เกิดการปฏิรูปให้ได้ คนไทยทุกกลุ่มล้วนรักชาติ รักแผ่นดิน แต่ต้องหาข้อสรุปให้ได้ และอยู่บนพื้นฐานของประเทศชาติ ถ้าเราดีจริงก็ไม่มีปัญหา สุดท้ายก็เข้ามาในระบอบประชาธิปไตยของเราอยู่แล้ว"
พอใจการทำงาน 5 เดือน รับเป็นห่วงเศรษฐกิจปีหน้า
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงผลสำรวจ (โพลล์) คะแนนของ คสช.ที่ลดลง ว่า เป็นการสำรวจโพลล์จากคนจำนวนจำกัดจะมีขึ้นบ้างลงบ้างก็ไม่เป็นไร ถ้าขึ้นก็มีกำลังใจเพิ่ม แต่หากลงกำลังใจก็ลดลง แต่ไม่เป็นไร โดยส่วนตัวคิดเพียงว่าตนเองแก้ไขปัญหาได้มากหรือยัง และเพียงพอหรือไม่ ทั้งเรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้าซึ่งมีจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้เราเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาเก่าที่หมักหมม ขณะเดียวกันการเดินหน้าพัฒนาประเทศก็ต้องดำเนินต่อไป ซึ่งตนเชื่อว่าเราจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้พอใจในการทำงานและอยากให้ทุกคนพอใจในการทำงานของเราซึ่งทำงานในทุกๆ มิติ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจเราพยายามอธิบายตัวเลขต่างๆ และนำมาเป็นบรรทัดฐาน แต่สิ่งสำคัญเราจะรวมพลังกันอย่างไรเพื่อต่อสู้กับเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงหรือจะสร้างภูมิคุ้มกันอย่างไร ซึ่งขณะนี้รัฐบาลพยายามอนุมัติงบประมาณลงไปแต่จะต้องไม่ให้เกิดการทุจริต
ผู้สื่อข่าวถามถึงความพึงพอใจหรือไม่ในการทำงานที่ผ่านมา 5 เดือนทั้งในนาม คสช.และรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีความพอใจ แต่อยากให้ทุกคนพอใจด้วยทั้งหมดว่าสิ่งที่รัฐบาลทำงานมานั้นทำในทุกมิติ ด้านเศรษฐกิจทุกวันนี้ก็พยายามอธิบายให้เห็นว่าตัวเลขต่างๆ ที่ประเมินมานั้นก็ต้องดูไว้เพื่อเป็นบรรทัดฐาน สิ่งสำคัญคือเราจะรวมพลังกันอย่างไรในการที่จะต่อสู้กับภัยทางด้านเศรษฐกิจและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เช่นอยู่อย่างพอเพียง การสร้างภูมิคุ้มกัน วันนี้รัฐบาลเองก็พยายามอัดฉีดเม็ดเงินลงไป แต่ก็ต้องไปดูปัญหาเรื่องการทุจริตอีก ซึ่งในการปฏิบัติจะต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้เมื่อรัฐบาลดูแลกันขนาดนี้แล้ว ก็ยังปล่อยให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก อีกหน่อยคนคงไม่กล้าทำอะไร รัฐบาลเองก็ไม่กล้าปล่อยเงินลงไปชาวบ้านก็จะไม่มีเงิน เศรษฐกิจก็เดินต่อไปไม่ได้ ทั้งนี้ฝ่ายเศรษฐกิจเองก็ได้รายงานมาโดยตลอด
เมื่อถามว่าเศรษฐกิจในปีหน้ามีความน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า เป็นห่วง เพราะเศรษฐกิจโลกก็ตกลง กำลังซื้อจากต่างชาติก็ลดลง หลายๆ ประเทศก็เจอปัญหาเช่นกัน การดูแลรัฐสวัสดิการที่มากเกินไปซึ่งทั้งโลกมีเหมือนกันหมด วันนี้รัฐบาลก็ได้เตรียมแผนในการรับมือไว้แล้วแต่ไม่ได้หมายความว่าทำ 2-3 วัน หรือปีเดียวจะสำเร็จ เช่นการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคส่งออกของไทยที่ผ่านมาไม่มีการทำและสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเศรษฐกิจไทย ซึ่งตนไม่ได้โทษใคร ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของภาคเอกชนที่ทำมาตลอดรัฐเป็นเพียงเข้าไปสนับสนุนบ้าง แต่วันนี้รัฐบาลพยายามสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้น ผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดโลก มีการเจรจาพูดคุยกับรัฐบาลทั่วโลกและประเทศเพื่อนบ้านว่าทำอย่างไรเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้เป็นทิศทางเดียวกันโดยแต่ละฝ่ายควรมีการส่งเสริมกันอย่างไรโดยไม่ต้องมาแข่งขันกันเอง หรือสินค้าบางประเภทผลิตออกมาก็เพื่อทำการค้าขายแค่ในกลุ่มประเทศอาเซียน ก็จะทำให้เราอยู่ได้เพราะถ้าหวังพึ่งการส่งออกไปยังประชาคมอื่นๆ คิดว่าคงยาก เพราะทั้งโลกเศรษฐกิจตกลงหมดเพลือเพียงประเทศใหญ่ๆ ที่ยังอยู่ได้ วันนี้เกือบทุกประเทศทั่วโลกประสบปัญหาเช่นเดียวกัน
"ก็ขอให้ใจเย็นๆ และอดทน และผมไม่ได้บอกให้ทุกคนคิดเหมือนกับผม คิดต่างได้แต่อย่างสร้างความขัดแย้ง อยู่ร่วมกันให้ได้มีอะไรก็ขอให้เสนอเข้ามา ผมยินดีรับฟังทั้งหมดไม่ว่าจะเขียนหรือเสนอแนะอะไรเข้ามา เพราะที่ผ่านมาเราขาดการสร้างความเข้าใจ ขาดการสร้างความเข้มแข็ง ความชัดเจนว่ายุทธศาสตร์จะเดินหน้าอย่างไร ยอมรับว่าเป็นงานที่ยากที่จะสร้างความเข้าใจในระยะเวลาที่สั้น เราเพิ่งผ่านมาเพียง 5 เดือน โดยรัฐบาลเพิ่งบริหารประเทศมาเพียงเดือนเศษๆ แต่ปัญหาที่มีอยู่นั้นเกิดขึ้นมานานมาก รัฐบาลเข้ามาก็ต้องมาแก้ปัญหาตามหลัง และสร้างความเข้มแข็งให้กับราชการด้วย ดังนั้นเรื่องอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องก็ขอให้ลดลงจะได้ไม่สร้างความขัดแย้งเพิ่มเติมขึ้นมาอีก"
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า 5 เดือนที่ผ่านมานายกรัฐมนตรียังมีอะไรที่ไม่พอใจ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเวลาที่มีอยู่นั้นจำกัด เพราะมีการสั่งการไปค่อนข้างมาก วันนี้ติดตามทุกเรื่องทุกงาน รัฐมนตรีทุกคนก็ตื่นตัวในการทำงานเกรงว่างานที่รัฐบาลสั่งไปจะทำให้ครบหรือไม่ วันนี้รัฐบาลคิดในทุกมิมติไม่ใช่ว่าต่างคนต่างทำงานแต่เป็นลักษณะการบูรณาการงานร่วมกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนประชาชนในต่างจังหวัดว่า ขอแก้ปัญหาที่มีอยู่ตรงนี้ก่อน อย่างไรก็ตามในพื้นที่ต่างจังหวัดก็เริ่มหมุนเวียนลงพื้นที่ไปบ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในตอนท้ายการให้สัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า “โอเคมั้ย เวลาเขียนอย่าเขียนให้เกิดความขัดแย้งนะ”
ลั่นไทยส่งออกข้าวขึ้นอันดับ 1 ของโลกอีกในปี 58
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงเป้าหมายของรัฐบาลที่จะทำให้ข้าวไทยกลับมาครองแชมป์ส่งออก ว่า ขณะนี้ข้าวไทยกลับมาเป็นอันดับ 1 ในการส่งออกระดับอาเซียนอยู่แล้ว ส่วนการเป็นอันดับ 1 ในการส่งออกระดับโลกนั้นก็คาดว่ามีโอกาสโดยมีการประมาณในปี 2558 จะสามารถส่งออกข้าวให้ได้ 11 ล้านตันจากเดิมที่ส่งออก 9 ล้านตัน ซึ่งคงเป็นไปตามที่ได้ประเมินกันไว้เพราะปีหน้าเราก็ยังผลิตได้เพียงพอ แต่อาจจะลดลงบ้างเนื่องจากน้ำน้อยไม่สามารถทำนาปรังได้ แต่วันนี้เราก็ส่งเสริมข้าวที่มีคุณภาพดีทั้งข้าวนาปี ทั้งในส่วนข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว และที่เราเสียแชมป์การส่งออกข้าวเนื่องจากมีการแข่งขันด้านราคาที่ประเทศอื่นมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า เราจึงต้องเร่งแก้ไขเรื่องต้นทุนการผลิตของเรา ทำอย่างไรให้นาเล็กๆ รวมกันเป็นแปลงใหญ่เพื่อปรับเรื่องการลงทุนการใช้เครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ เพราะนาผืนเล็กค่าใช้จ่ายจะเยอะกว่า ถ้าปรับให้เป็นนาผืนใหญ่ก็พอจะอยู่ได้ สำหรับนโยบายการจำกัดพื้นที่การปลูกข้าวนาปรังก็จะไม่เป็นอุปสรรคสวนทางกับการตั้งเป้าหมายในปี 2558 ที่ไทยจะเป็นแชมป์การส่งออก เพราะข้าวนาปรังเป็นข้าวอีกคุณภาพหนึ่งบางพื้นที่ก็ปลูกไม่ได้ผลเพราะมีปัญหาแล้งซ้ำซาก ซึ่งส่วนใหญ่คนยากจนเป็นคนทำนา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องเข้ามาดูแล
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงตัวเลขการระบายข้าวขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ที่ยังไม่ได้มีการส่งผลความคืบหน้ามายังรัฐบาลว่า คาดว่าคงทยอยส่งมา ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นการเคลียร์บัญชีก่อนที่ตนจะเข้ามาที่อาจจะไม่ตรงกันอยู่บ้าง มีเรื่องการทำสัญญาซื้อขาย และการเคลียร์บัญชีต่างๆ ซึ่งตนรับยอดมาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ส่งยอดมาในจำนวน 18 ล้านบาทตัน ซึ่งวันนี้ก็ได้มีการตรวจสอบซึ่งมีทั้งมาตรฐานและไม่มีมาตรฐาน เสื่อมราคาหรือข้าวหาย โดยคณะกรรมการระบายข้าวจะสรุปกันภายในเดือนนี้ถ้ามีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายก็จะส่งให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการ โดยคณะกรรมการที่จะสรุปผลในเดือนนี้เป็นกรรมการระบายข้าว ไม่ใช่คณะกรรมการที่จะไปจับใครติดคุก
เมื่อถามว่าแต่ทางกระทรวงการคลังระบุว่ายังไม่ได้ข้อมูลตัวเลขจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กระทรวงการคลังรับผิดชอบในเรื่องบัญชีทั้งหมดเป็นผู้คุมยอดใหญ่ทั้งหมดที่มีทั้งเงินกู้และเงินต่างๆ ซึ่งมียอดอยู่แล้วแต่อาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง ทั้งในส่วนที่ อคศ.และ อตก. รับผิดชอบ เป็นเรื่องภายในของเขาเอง เพื่อเคลียร์ยอดใหญ่ ซึ่งตัวเลขยอดนี้จะต้องส่งเข้ามาให้กับรัฐบาล ซึ่งตอนที่รัฐบาลมเข้ามาตัวเลขที่เกี่ยวข้องยังไม่เรียบร้อย ตนจึงตัดยอด 18 ล้านตันมาตรวจสอบตามที่มีบัญชีสรุปอยู่ ดังนั้นถ้าบัญชีไม่ตรงกันในส่วนภายในของเขาเองก็ต้องไปเคลียร์มา และไปหาว่าทำไมยอดถึงไม่ตรง ต้องหาคนมารับผิดชอบ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในการตรวจสอบจำนวนข้าวจะแบ่งออกเป็น 1. ข้าวที่มีคุณภาพตรงตามเกณฑ์ 2. ข้าวที่ไม่มีคุณภาพหรือคุณภาพต่ำลงมาซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้มีราคาสูงขึ้น ซึ่งก็ต้องมีค่าใช้จ่าย 3. ข้าวเสื่อมราคาที่จะต้องขายเป็นอย่างอื่นที่ เช่น นำมาทำเอทานอล และ 4. คือจำนวนที่ขาดหายไปยอดไม่ตรงกับบัญชี ซึ่งทั้ง 4 ข้อก็เป็นประเด็นทางกฎหมายทั้งหมด ซึ่งจะต้องปรึกษากับฝ่ายกฎหมายว่าระหว่างที่มีตรวจสอบนั้นจะนำข้าวออกไปขายได้หรือไม่ เพราะถ้าไม่ขายก็จะเกิดปัญหาที่จะต้องเสียค่าดูแลคลังข้าวเดือนละประมาณ 2 พันล้านบาท
เมื่อถามว่ายอดที่ได้มารัฐบาลได้มีแผนในการระบายข้าวต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องมีแผนการระบายข้าวแต่เป็นเรื่องของอนาคตและในขณะนี้เราต้องเตรียมแผนรองรับข้าวในรอบใหม่ในเดือน พ.ย.ก่อน ซึ่งเวลาที่ไปเจรจากับประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่เขาสนใจที่จะซื้อข้าวใหม่มากกว่า
สั่ง จนท.กระทรวง รับเรื่องร้องเรียนโดยตรง
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กรณีมีคำสั่งให้ทุกกระทรวงส่งเจ้าหน้าที่มาประจำที่ศูนย์บริการประชาชน ว่า เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก บางเรื่องข้าราชการของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งเราได้เปิดช่องทางเพิ่มขึ้น ทุกกระทรวงก็จัดคนมารับเรื่องไป ตนบอกแล้วว่า ปัญหาต้องแก้สองทาง คือ จากรัฐบาลสั่งการลงไป และในพื้นที่ โดยศูนย์ดำรงธรรมก็แก้ปัญหาไป วันนี้มีการรับเรื่องโดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อไม่ให้งานมาตกหนักที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ประชุมจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา จากนั้นให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า ในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี 2557 นั้น มีการจัดกิจกรรมหลายกิจกรรมด้วยกัน โดยที่ประชุมวันนี้ ได้ตั้งคณะกรรมการศึกษา วางแผนงาน และนำข้อสังเกตต่างๆ ไปพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ก่อนจัดทำเป็นรายละเอียดออกมา ซึ่งกิจกรรมจะมีขึ้นหลายวัน ทั้งในส่วนของการจัดละคร การ์ตูนแอนิเมชั่น คอนเสิร์ต และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ที่ท้องสนามหลวง ในวันที่ 5 ธ.ค. รวมถึงการถวายพระเกียรติของทหาร ตนคาดว่าในการประชุมครั้งหน้า จะสามารถสรุปรายละเอียดได้ และต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้คนช่วยกันสร้างความรัก ความสามัคคี และทำให้พระเจ้าอยู่หัว พระราชินี ทรงมีความสุข
ระบุ ผอ.ใหญ่โครงการโรคเอดส์ ชื่นชมการแก้ปัญหาของไทย
พล.อ.ประยุทธ์ ให้การต้อนรับ นายมิเชล ซิดิเบ (Michel Sidibé) ผู้อำนวยการใหญ่โครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) และรองเลขาธิการสหประชาชาติ เข้าเยี่ยมคารวะ โดยนายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณ UNAIDS ที่ได้ให้การสนับสนุนและร่วมมือกับประเทศไทยในด้านต่างๆ มาโดยตลอด พร้อมกล่าวถึงสถานการณ์โรคเอดส์ในประเทศไทยว่า ไทยเผชิญปัญหาเอดส์ มากว่า 30 ปี และแก้ปัญหาโดยร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม องค์การระหว่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง พร้อมกล่าวถึงนโยบายของไทยในการต่อสู้กับ HIV / AIDS ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ UNAIDS ค.ศ. 2011-2015 ที่กำหนดวิสัยทัศน์มุ่ง “เป้าหมายที่เป็นศูนย์” ไว้ 3 ด้าน ได้แก่ ไม่ให้มีผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ ไม่มีการเลือกปฏิบัติ และหยุดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคเอดส์
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยให้การสนับสนุนทุกประการเพื่อให้ผู้ป่วยในทุกชนชั้นสามารถเข้าถึงยาต้านไวรัส รวมถึงการดูแลแรงงานข้ามชาติในไทยให้เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพ เพื่อรับสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมถึงการป้องกันและการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ทั้งนี้ในการแก้ปัญหาโรคเอดส์ของไทยใช้งบประมาณส่วนใหญ่ (ร้อยละ 90) ซึ่งได้รับการจัดสรรโดยรัฐบาล และแม้กองทุนโลกเพื่อต่อสู้โรคเอดส์ วัณโรค และโรคมาลาเรีย (Global Fund) จะยุติการสนับสนุนงบประมาณแก่ไทย ในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่ประเทศไทยก็จะยังคงดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ด้วยงบประมาณของไทยเอง
ด้านผู้อำนวยการใหญ่ UNAIDS กล่าวแสดงความชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่แสดงบทบาทที่แข็งขันในด้าน HIV / AIDS โดยระบุว่า รู้สึกประทับใจที่นายกรัฐมนตรีมีความรู้เกี่ยวกับประเด็นปัญหาด้าน HIV / AIDS อย่างลึกซึ้ง พร้อมยืนยันว่า UNAIDS ยินดีสนับสนุนการดำเนินงานของไทยในทุกด้านเพื่อแก้ปัญหา HIV / AIDS นอกจากนี้ผู้อำนวยการใหญ่ UNAIDS ยังแสดงความชื่นชมรัฐบาลไทยที่ยึดมั่นในพันธกรณี และการดำเนินการเพื่อขจัดโรคเอดส์ในไทยภายในปี ค.ศ. 2030 และเชื่อมั่นว่าไทยจะสามารถยุติปัญหาเอดส์ได้สำเร็จตามเป้าหมายก่อนระยะเวลาที่กำหนดไว้
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ผู้อำนวยการใหญ่ UNAIDS ได้กล่าวชื่นชมมาตรการในการแก้ปัญหาโรคเอดส์ของประเทศไทย ซึ่งเรามีชื่อเสียง และอยู่ในเกณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา สามารถเป็นแบบอย่างในภูมิภาคอาเซียนได้ ซึ่ง ผอ.ใหญ่โครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ พอใจ และพร้อมให้การสนับสนุนไทยในการแก้ปัญหาโรคเอดส์ทุกมิติ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยมีการแก้ปัญหาโรคเอดส์ในหลายมิติด้วยกัน ทั้งเรื่องการป้องกัน การช่วยเหลือฟื้นฟู และสิ่งที่เรานำหน้าได้ขณะนี้คือการทำให้คนเข้าถึงกระบวนการรักษา และมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความพอเพียง ในการมีชีวิตอยู่ต่อไป นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเรื่องการเสพยาเสพติดโดยใช้เข็ม โดยตนคิดว่าในอนาคตปัญหาเหล่านี้จะดีขึ้น เพราะสิ่งที่เป็นปัญหาขณะนี้เราแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเป็นส่วนใหญ่ ตนจึงเสนอว่าให้แก้ที่ต้นเหตุ คือ เรื่องความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และอีกเรื่องคือ ตนเสนอว่าทำอย่างไรประเทศในภูมิภาคที่ทำเกษตรกรรม ทำอย่างไรจะมีรายได้สูงขึ้น โดยเฉพาะพืชผลที่มีความจำเป็น มีรายได้ทันเทียมกับประเทศอุตสาหกรรม ซึ่งนายมิเชล เองก็ให้ว่าเป็นข้อเสนอที่มีประโยชน์และจะนำไปหารือต่อไป
วอน ขรก.เสียสละเพื่อ ปชช. ยันพร้อมดูเรื่องค่าตอบแทน
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กรณี สมาพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย เรียกร้องให้มีการปรับโครงสร้าง และเพิ่มค่าตอบแทน ว่า เรื่องนี้กำลังดูอยู่ โดยในชั้นต้น ต้องยอมรับว่าปัญหาในบ้านเรามีมาก เราเป็นข้าราชการ ในช่วงแรกก็ต้องเสียสละบ้าง ตนก็ดูอยู่ว่าจะดูแลคนเหล่านี้ได้อย่างไร ไม่ใช่เริ่มทำ ก็เริ่มเรียกร้อง ตนยังไม่เรียกร้องอะไรเลย และกำลังชื่นใจว่าทุกคนเสียสละกันดี อยากให้เข้าใจว่างานเยอะขึ้น แต่เป็นหน้าที่ของข้าราชการของแผ่นดินในการดูแลประชาชน ส่วนเรื่องผลประโยชน์ ค่าตอบแทน ตนจะดูให้



