ข่าว

ปธน.‘รูสเซฟฟ์’บราซิลชนะลต.รอบสองเฉียดฉิว

ปธน.‘รูสเซฟฟ์’บราซิลชนะลต.รอบสองเฉียดฉิว

27 ต.ค. 2557

ประธานาธิบดี "ดิลม่า รูสเซฟฟ์" ของบราซิล ชนะการเลือกตั้งรอบสองอย่างเฉียดฉิว

 
          ประธานาธิบดี ดิลม่า รูสเซฟฟ์ ของบราซิล คว้าชัยชนะอย่างเฉียดฉิวในการเลือกตั้งรอบที่สองเมื่อวันอาทิตย์ ที่นับเป็นการแข่งขันที่สูสีที่สุด นับตั้งแต่บราซิลกลับคืนสู่ประชาธิปไตย เมื่อ 30 ปีก่อน โดยหลังจากนับคะแนนไปได้ 99.5 เปอร์เซ็นต์ พบว่า ประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์ ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคแรงงาน ได้คะแนนเสียง 51.6 เปอร์เซ็นต์ ส่วนนายเอซิโอ เนเวส ผู้ท้าชิง ได้ 48.4เปอร์เซ็นต์ โดยมีผู้ออกไปใช้สิทธิ์ราว 3 ล้านคน 
 
          ประธานาธิบดีรุสเซฟฟ์ วัย 66 ปี ยังได้ทวิตข้อความขอบคุณหลังแน่ใจว่าได้รับชัยชนะ โดยเธอยืนอยู่หน้าป้ายที่เขียนข้อความว่า "รัฐบาลใหม่, แนวคิดใหม่" (New Government, New Ideas) และภาพขนาดยักษ์ของเธอ ที่ถ่ายสมัยที่ยังเป็นสมาชิกกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการทหาร เธอได้กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุน ที่เริ่มต้นด้วยอดีตประธานาธิบดีหลุยส์ อินาซิโอ ลูล่า ดา ซิลวา อดีตประธานาธิบดี และผู้ให้คำปรึกษาทางการเมืองแก่เธอ ตอนที่เธอก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งต่อจากเขา เมื่อปี 2553 โดยบอกว่า "ขอขอบคุณจากก้นบึ้งของหัวใจ นักสู้หมายเลข 1 ของเรา ประธานาธิบดีลูล่า" ทำให้นายลูล่าถึงกับหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตา นอกจากนี้ เธอยังกล่าวขอบคุณชาวบราซิลทุกคน โดยบอกว่า "ไม่มีข้อยกเว้น" 
 
          ชัยชนะของประธานาธิบดีนางรูสเซฟฟ์ ทำให้ระยะเวลาการบริหารประเทศ ของพรรคแรงงานหรือ PT ขยายออกไปอีก โดยผู้สมัครของพรรคครองตำแหน่งประธานาธิบดี มาตั้งแต่ปี 2546 โดยชูผลงานการปรับขึ้นค่าแรงและเพิ่มสวัสดิการสังคมตลอด 12 ปี โดยอยู่ภายใต้ประธานาธิบดีลูล่า 8 ปี และประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์อีก 4 ปี ช่วยฉุดประชาชนหลายล้านคนขึ้นมาจากความยากจน ขึ้นไปอยู่ในกลุ่มคนชั้นกลาง และเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของคนยากจนให้สุขสบายขึ้น 
 
          นักวิเคราะห์การเมืองจากสถาบันคลังสมอง "เกตุลิโอ วาร์กัส ฟาวเดชั่น"  มองว่า ประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์ ได้เอาทุกกลุ่มในสังคมไปอยู่ข้างเธอ แต่นโยบายเศรษฐกิจมหภาคในช่วง 4 ปี ที่เธออยู่ในอำนาจ อ่อนแออย่างมาก เงินเฟ้อหวนกลับมาอีก และบราซิลกำลังตกอยู่ในภาวะถดถอยในทางเทคนิคและการใช้จ่ายของภาครัฐก็เกินควบคุม มีโอกาสน้อยมากที่เธอจะสามารถหลอมรวมทางสังคม ไปพร้อมๆ กับการสร้างความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจมหภาค
 
          ประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์และนายเนเวส ได้ทำให้ชาวบราซิลออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่ยังติดอยู่กับนโยบายประชานิยมในเรื่องของสวัสดิการสังคมของ PT กับกลุ่มคนที่สนใจนโยบายของนายเนเวสที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจเนื่องจากอยากเห็นบราซิลกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา และใหญ่เป็นอันดับที่ 7 ของ โลกแห่งนี้ เกิดความแตกแยกเป็นครั้งแรก ระหว่างคนยากจนที่อยู่ทางเหนือกับคนร่ำรวยทางใต้ 
 
          แต่นักวิเคราะห์ มองว่า อนาคตของบราซิลภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์ อยู่ในภาวะมืดมนตั้งแต่เธอเข้าบริหารประเทศ เศรษฐกิจเติบโตเพียง 7.5 เปอร์เซ็นต์ แต่อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นเรื่อยๆ, ประชาชนจำนวนออกมาประท้วงต่อต้านการคอรัปชั่น, การใช้จ่ายของภาครัฐสูงอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน โดยเฉพาะงบประมาณการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ขณะที่ระบบการศึกษา, ด้านสาธารณสุขและระบบการขนส่งไม่ได้มาตรฐาน