ข่าว

‘สังศิต’นำเปิดตัวสถาบันปฏิรูปประเทศไทย

‘สังศิต’นำเปิดตัวสถาบันปฏิรูปประเทศไทย

26 ต.ค. 2557

‘สังศิต’นำเปิดตัวสถาบันปฏิรูปประเทศไทย พธม.ร่วมเพียบ วิปโยนสนช.ตัดสินคนนอกร่วมร่างรธน. ‘ดิเรก’หนุนตัวแทนพรรคการเมืองร่วม

               26ต.ค.57 นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) , นายสุริยะใส กตะศิลา อดีตผู้ประสานงานแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สปช. , นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำ พธม. และกลุ่มนักวิชาการอิสระ  ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว " สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) หรือ Thailand Reform Institute (TRI)" ที่มีกรรมการ สปท.19 คน และที่ปรึกษา 6 คน รวม 25 คน  โดยมีนายสังศิต เป็นประธานสถาบัน สปท.และนายสุริยะใส เป็น ผอ.สถาบัน สปท. โดย สปท.เป็นการรวมตัวของเครือข่ายภาคประชาชนต่างๆ ในการเป็นสถาบันทางสังคม และศูนย์ประสานงานด้านวิชาการ รวมทั้งเป็นองค์กรเข้าร่วมประสานการเคลื่อนไหวกับกลุ่มต่างๆ เพื่อการพัฒนาประเทศ ประชาธิปไตย สู่สังคมธรรมาธิปไตยอย่างแท้จริง ภายหลังเกิดกระแสตื่นตัวเรื่องการปฏิรูปประเทศไทย


               นายสังศิต กล่าวว่า สปท.จะเป็นพื้นที่สาธารณะมุ่งพัฒนาการเมืองภาคประชาชนและนวัตกรรมทางการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศสู่สังคมธรรมาธิปไตยอย่างแท้จริง ซึ่งการปฏิรูปที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศให้ทันสมัยนั้นต้องให้ประชาชนมีอำนาจมากขึ้น โดยเป้าหมายของ สปท. 1.จะสนับสนุนเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายประชาสังคมทุกภาคส่วนในการร่วมปฏิรูปประเทศไทย2.ตรวจสอบติดตาม ผลักดันนโยบายสาธารณะเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อสังคมโดยยึดหลักธรรมาภิบาล-การมีส่วนร่วมของประชาชน3.รณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ขับเคลื่อนให้ความรู้ความเข้าใจด้านการต่อสู้ของขบวนการภาคประชาชน4.จัดการศึกษาอบรมให้คำปรึกษา บริการทางวิชาการ ข้อมูลข่าวสารเรื่องการเมืองการปกครอง การเมืองภาคประชาชนและการปฏิรูปประเทศ 5.มุ่งพัฒนาส่งเสริมงานวิชาการและสนับสนุนการเมืองภาคประชาชน6.สร้างองค์ความรู้ นวัตกรรมใหม่ทางวิชาการ งานวิจัยและเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการเมือง

               นายสังศิต กล่าวถึงพันธกิจของ สปท.ด้วยว่า ในระยะสั้นจะติดตามการทำงานของ สปช. ทำหน้าที่ สภากระจก โดยจะจัดเวทีคู่ขนานกับ สปช.เพื่อระดมความเห็นจากภาคประชาสังคม แล้วเสนอต่อ สปช.เป็นระยะๆ ส่วนพันธกิจระยะกลาง จะตรวจสอบกระบวนการปฏิรูปช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลผลัดอำนาจ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของกระบวนการปฏิรูป และติดตามการตรากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการทบทวนหรือยกเลิกกฎหมายเก่าที่ขัดแย้งรัฐธรรมนูญและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูป และในระยะยาว สปท.จะผลักดันสร้างสานกระบวนการปฏิรูปให้มีพลวัตร เข้าใจ เข้าถึง เท่าทันการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการปลูกฝังจิตสำนึกการคิดใหม่ สร้างทางเลือกใหม่เพื่อหลุดจากการเมือง และการศึกษาที่ล้มเหลว

               ขณะที่ สปท.ก็มีข้อเสนอ ต่อ คสช.และ สปช.ด้วย ดังนี้ 1.ต้องทำให้การปฏิรูปประเทศไทย เป็นวาระแห่งชาติ และมีความยั่งยืนด้วยการระดมความเห็นจากทุกภาคส่วนให้มากและเป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อให้ประชาชนรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าภาพการปฏิรูปอย่างแท้จริงไม่ใช่เรื่องของคนที่เป็น สปช. แค่ 250 คน หรือแค่ คสช.เท่านั้น 2.คสช.และสปช. ต้องไม่ปิดกั้นการจัดทำกิจกรรมจัดเวทีเพื่อเสนอความเห็นและข้อเรียกร้องในการปฏิรูป3.ขณะที่ สปท.เห็นว่า การปฏิรูป ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำให้เสร็จเพียง 1 ปี แต่ต้องใช้เวลาพอสมควร ดังนั้น คสช.และ สปช.จึงจำเป็นต้องวางและกำหนดกลไก หรือองค์กรที่จะทำหน้าที่ผลักดันการฏิรูปในระยะยาวด้วย

               นายสังศิต ประธาน สถาบันสปท.กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีกลุ่มต่างๆ ตื่นตัวและเรียกร้องในการปฏิรูป คสช.จึงต้องแยกกิจกรรมดังกล่าว ออกจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล หรือกลุ่มคลื่นใต้น้ำ ซึ่งไม่ต้องการเข้าใจผิด

               ขณะที่นายสุริยะใส ผอ.สถาบัน สปท. กล่าวเสริมว่า  หลังจากนี้ช่วงกลางเดือน พ. ย.นี้ สปท.เตรียมจัดเวทีเชิญเครือข่ายต่างๆ นำเสนอปัญหา และมุมมองการปฏิรูปซึ่งเราก็จะแจ้งให้ สปช.และคสช.ทราบถึงการจัดกิจกรรมด้วยเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจในการเคลื่อนไหวในช่วงที่มีการประกาศกฎอัยการศึกด้วยซึ่งหาก สปช.จะร่วมรับฟังด้วยเราก็ไม่ขัด

               ด้านนายพิภพ ธงไชย กรรมการสถาบัน สปท. กล่าวด้วยว่า ท่าที่สำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญ สปท.ควรชี้ให้สังคมเห็นได้ชัดว่า ข้อดี-ข้อเสียของรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 คืออะไร เพื่อให้การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีส่วนกับการปฏิรูป และการปฏิรูป ที่สำคัญต้องปฏิรูปแล้วไม่ทำให้ทหารต้องกลับมายึดอำนาจอีก

               ด้านนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ที่ปรึกษา  สถาบัน สปท . กล่าวว่า การปฏิรูปต้องพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมและโครงสร้างคนในประเทศไทย ไม่ใช่แค่เรื่องการแก้กฎหมาย และรัฐธรรมนูญกติกาทางสังคมเหมือนที่เคยทำกันมาในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ดังนั้นในการปฏิรูปจึงต้องใช้ระยะพอสมควร สปท.จึงต้องทำงานร่วมกัน สปช.-ครม.

               อย่างไรก็ดีภายหลังการแถลงข่าว สปท.ก็ได้จัดสัมมนาแสดงความเห็นในหัวข้อ " ทิศทางปฏิรูป และทิศทางรัฐธรรมนูญ " ซึ่งนักวิชาการและกลุ่มเกษตรกร ภาคประชาชนต่างๆ ต้องการให้การปฏิรูปส่งเสริมสิทธิประชาชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งต้องเขียนกฎหมายให้ส่งเสริม สนับสนุนเสรีภาพในการชุมนุมรวมกลุ่มตามสมควร ไม่ทำให้กลุ่มแรงงาน ผู้มีฐานะยากจนถูกจำกัดสิทธิ หรือมีอุปสรรคในการใช้สิทธิแม้จะมีการบัญญัติคุ้มครองไว้ในรัฐธรรมนูญแล้วก็ตามรวมทั้งการปฏิรูปตำรวจ เรื่องอำนาจการสอบสวนคดีอาญา

               ขณะนายเจิมศักดิ์ ที่ปรึกษาสถาบัน สปท ซึ่งร่วมสัมมนา ได้กล่าวย้ำด้วยว่า การปฏิรูปจะต้องแก้ไขวัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์ในสังคม ไม่ให้ต้องรู้สึกพึงพาผู้มีอำนาจ เงินตรา ต้องสร้างคนรุ่นใหม่ ส่วนหน้าตารัฐธรรมนูญที่อยากเห็น คือ กฎหมายที่จะไม่ให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่น การผูกขาดอำนาจ


วิปโยนสนช.ตัดสินคนนอกร่วมร่างรธน.

               นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านพลังงานและเลขานุการคณะกรรมาธิการประสานงานกิจการสปช. (วิป สปช.ชั่วคราว)​  ให้สัมภาษณ์ว่า วันพรุ่งนี้(27 ต.ค.) เวลา 09.00 น.สมาชิกสปช. แต่ละกลุ่มจะประชุมนอกรอบเพื่อพิจารณาข้อเสนอของวิปชั่วคราว สปช. ที่มีแนวทางให้คัดเลือกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สัดส่วนสปช. 20 คน แบ่งเป็นสมาชิก 15 คนและบุคคลภายนอก 5 คน

                จากนั้นเวลา 10.00 น.ที่ประชุม สปช. จะพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวของวิปชั่วคราวสปช. ​โดยจะมีการเปิดโอกาสให้สมาชิกสปช.แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ก่อนจะลงมติ และในช่วงบ่าย สปช.แต่ละด้านจะแยกกันไปประชุมเพื่อหาบุคคลที่เหมาะสมเป็นตัวแทนเข้าไปเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และวันที่ 28 ต.ค. ที่ประชุมสปช. จะให้ความเห็นชอบเรื่องดังกล่าว ส่วนการที่สมาชิกสปช.บางคนคัดค้านข้อเสนอของวิปสปช.ชั่วคราวนั้น ถ้าสมาชิกสปช.ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับและว่าอย่างไร วิปสปช. ชั่วคราว ก็พร้อมปฏิบัติตาม

 

"ดิเรก"หนุนตัวแทนพรรคการเมืองร่วม


               นายดิเรก ถึงฝั่ง สปช.จ.นนทบุรี กล่าวว่า ตนมีข้อเสนอว่าระหว่างที่มีการร่างรัฐธรรมนูญ ควรมีการทำประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความเห็นและนำมาใช้เป็นแนวทางการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งบุคคลที่จะทำหน้าที่กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องมีความเป็นกลาง ไม่ใช้ความอคติมาร่างรัฐธรรมนูญ เพราะจะทำให้รัฐธรรมนูญมีปัญหา หากเลือกตั้งเสร็จก็จะมีการแก้รัฐธรรมนูญอีก รวมทั้งกรรมาธิการฯ ควรยึดหลักการร่างรัฐธรรมนูญเป็นกลางที่สุด ไม่หนักไปทางหนึ่งทางใดหรือซ้ายจัด ขวาจัด


               ส่วนการให้คนนอกสัดส่วนของสปช. 5 คนร่วมเป็นกรรมาธิการฯนั้น เห็นว่าหากเป็นตัวแทนจากพรรคการเมืองก็เห็นด้วย แต่ถ้าคนนอกไม่ใช่ตัวแทนพรรคการเมืองก็จะมีคำถามว่าสมาชิกสปช. 250 คน ก็เป็นคนภายนอกการเมือง ซึ่งการให้สัดส่วนคนนอกจะทำให้ลดแรงกดดันการร่างรัฐธรรมนูญได้ ทั้งนี้ตนปฏิเสธเป็นกรรมาธิการฯ แล้วเนื่องจากต้องการทำงานด้านการเมือง ที่เป็นปัญหาของประเทศทำให้เกิดการรัฐประหาร จึงต้องแก้ปัญหาการเมือง รวมทั้งทำงานแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและเศรษฐกิจด้วย เพราะทั้ง 3 เรื่องเป็นหัวใจปัญหา ต้องทำทันที


"ชวลิต"เชื่อกลุ่มสปช.วิ่งเต้นชิงกมธ.ยกร่าง


               นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) บางกลุ่มชิงโควต้า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ตนไม่มีความเห็นในประเด็นนี้ เวลานี้เป็นเวลาให้โอกาสคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และรัฐบาลในการทำงานตามโรดแมพที่วางไว้ แม้จะมีผู้ที่มีความคิดสุดโต่งและมีส่วนได้เสียในการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมาได้รับการคัดเลือกเข้ามาเป็น สปช.จำนวนหนึ่ง และพยายามเสนอตัวเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญตามที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ แต่จำนวนผู้ที่มีความคิดสุดโต่งดังกล่าวมีจำนวนน้อยกว่า สปช.สายความมั่นคงมาก จึงไม่น่าจะมีน้ำหนักในการเขียนกติกาเพื่อทำลายล้างกันทางการเมือง ตนคิดว่าบทเรียนการเขียนรัฐธรรมนูญปี 2550 คงทำให้ คสช.และรัฐบาลนำมาเป็นข้อคิดข้อเตือนใจในอันที่จะไม่กระทำซ้ำ เพราะจะยิ่งสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองไม่รู้จักจบสิ้น

 

“ไพบูลย์”ค้านคนนอกนั่งกมธ.ยกร่างฯ 
 
 
                นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการประสานงาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.)  ระบุว่า คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญควรมีสัดส่วนจาก สปช.15 คน และ จากคนนอกอีก 5 คน ว่า เห็นส่วนตัวไม่เห็นด้วยเนื่องจากไม่อยากให้มีการตัดสิทธิของสมาชิกที่ตั้งใจเข้ามาทำงาน ควรจะให้โอกาสสมาชิกก่อน แต่หากการแสดงความจำนงเข้ามาเป็น กมธ.ยกร่าง รธน.ของเพื่อนสมาชิกสปช.ไม่ถึง 20 คน ค่อยเปิดโอกาสให้คนนอกเข้ามาทำหน้าที่ก็ยังไม่สาย
 
                “การประชุมวันจันทร์ที่ 27 ต.ค.นี้  ผมจะอภิปรายคัดค้านไม่เห็นด้วย กับ วิปสปช.และจะขอความเห็นจากสมาชิก ในการโหวตว่าเห็นด้วยกับแนวคิดของทางวิปสปช.หรือไม่ ซึ่งแล้วแต่มติในที่ประชุมว่าจะรับรองความเห็นดังกล่าวหรือไม่”  นายไพบูลย์ กล่าว