ข่าว

รวม2ผู้ต้องหาตั้งรง.แปรรูปไม้เถื่อนยึดไม้ได้กว่า30ล.

รวม2ผู้ต้องหาตั้งรง.แปรรูปไม้เถื่อนยึดไม้ได้กว่า30ล.

26 ต.ค. 2557

หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นค.6 บึงกาฬ สนธิกำลังทหารและตำรวจ จับ 2 ผู้ต้องหาลักลอบตั้งโรงงานแปรรูปไม้ ยึดไม้พะยูงมูลค่า 30 ล้านบาท

 
 
          วันที่ 26 ต.ค.57 เมื่อเวลา 08.00 น.  นายอดุลย์รัตน์  ตั้งทวี ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) สืบทราบว่ามีการลักลอบตั้งโรงงานแปรรูปไม้เถื่อน บ้านเลขที่ 76 หมู่ที่ 12 บ้านโนนสง่า ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ จึงสั่งการให้ นายสุรัตน์  วิเศษลา หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นค.6 บึงกาฬ สนธิกำลังกับ ร.อ.ชัยพร  เขื่อนพงศ์ ผบ.ร้อย ฉก.รส.ที่ 1332 ร.ท.วิทยา  สิงห์อร ผบ.ร้อย ทพ.2103  พ.ต.ท.สุชาติ บุปปาจันโท ผบ.ร้อย ตชด.244 อาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึกเข้าตรวจค้นบริเวณภายในโกดังลานรับซื้อยางพาราบุญธรรมการยาง ซึ่งทำรั้วคอนกรีตสูง 2 เมตรล้อมรอบ 
 
          ในที่เกิดเหตุพบนายสนอง พาพันธ์ อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 44 หมู่ 10 ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ และนายสมชาย  จอดนอก อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 60 หมู่ที่ 3 ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี กำลังใช้เลื่อยโซ่ยนต์ใช้ไฟฟ้า 2 เครื่องเลื่อยไม้พะยูงจึงเข้าจับกุม พร้อมยึดไม้พะยูงได้เป็นจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท  
 
          จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนอ้างว่าได้รับการว่าจ้างจาก  นางสาวธนพรรณ ประชานันท์  ให้มาแปรรูปไม้ตามสัญญาว่าจ้างทำของลงวันที่  22 ต.ค.57 ซึ่งต่อมาผู้ที่อ้างตัวเป็น นางสาวธนพรรณ ได้ออกมาพบกับเจ้าหน้าที่โดยนำเอกสารซื้อขายและขนย้ายไม้พะยูงอย่างถูกต้องมาแสดง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ปักใจเชื่อในหลักฐานดังกล่าวและจะนำผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง และแจ้งข้อนายสนองและนายสมชายว่าตั้งโรงงานแปรรูปไม้ภายในเขตควบคุมและมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ ดำเนินคดี
.......................................
(หมายเหตุ ภาพประกอบข่าว)


จับไม้แปรรูป-โรงงานไม้เถื่อนในโรงเรียน
 
          เมื่อเวลา 07.30น. วันที่ 26 ตุลาคม พ.อ.บุญประสิทธิ์  มีสะอาด รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุตรดิตถ์ (รอง ผอ.กอ.รมน.จว.อต.) รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีกลุ่มบุคคลได้อาศัยช่วงปิดภาคเรียนเข้าไปลักลอบตัดไม้และแปรรูปไม้ภายในโรงเรียนบ้านสุมข้าม หมู่ 4 ตำบลนาขุม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ จึงสั่งการเจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุตรดิตถ์ (กอ.รมน.อุตรดิตถ์) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.317 บ้านโคก และหน่วยป้องกันและรักษาป่า ที่ อต.6 (ห้วยน้อยกา) กว่า 20 นาย เข้าตรวจสอบและอายัดท่อนไม้ประดู่ ไม้มะค่าโมง และที่แปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ พร้อมอุปกรณ์ในการแปรรูปไม้จำนวนมาก
 
          ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบริเวณใต้ถุนบ้านพักครูพบมีชุดเฟอร์นิเจอร์ชุดใหญ่ที่แปรรูปทำจากไม้ประดู่ เฉพาะตัวโต๊ะหน้ากว้างกว่า 2 เมตร ยาว 4 เมตร และส่วนขาโต๊ะ พร้อมอุปกรณ์เลื่อนโซ่ยนต์ สายไฟที่มีการต่อสายขึ้นไปยังบ้านพักครู ลักษณะคล้ายใช้ไฟฟ้าจากที่ดังกล่าว และอุปกรณ์ในการขัดเงา ทำสีเฟอร์นิเจอร์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบโรงอาหาร พบท่อนไม้มะค่าโมง ตัดเป็นท่อนหน้ากว้าง 40-60 เซนติเมตร สูง  90 เซนติเมตร จำนวน 30 ท่อน ขัดเงาและลงแลคเกอร์อย่างสวยงามใช้เป็นที่นั่ง พบอุปกรณ์ในการแปรรูปไม้อีก 1 ชุดใหญ่และท่อนไม้ที่ยังไม่ได้แปรรูปกระจัดกระจายภายในโรงเรียน พร้อมควบคุมตัวนายอภินิษฐ์  ขันลา และนายมงคล ประทุม ชาวบ้านตำบลบ้านโคก ขณะกำลังแปรรูปไม้ดังกล่าว เพื่อสอบสวนขยายผลถึงการตั้งโรงเลื่อยและนำไม้ต้องห้ามมาทำการแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ภายในโรงเรียนซึ่งเป็นสถานที่ราชการต่อไป
          ผู้สื่อข่าวรายงานขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบไม้และอุปกรณ์ในการแปรรูปไม้ พบคณะครูนำโดยนายชำนาญ นาสอน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสุมข้าม นั่งจับกลุ่มอยู่หน้าอาคารเรียนไม้ ที่มีป้ายข้อความ “โรงเรียนวิถีพุทธ” ในสีหน้าที่ค่อนข้างเคร่งเครียด
 
          นายชำนาญ กล่าวว่า โรงเรียนบ้านสุมข้าม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 2 เปิดสอนตั้งแต่อนุบาล 1 ถึง 6 มีเด็กนักเรียนทั้งสิ้น 48 คน มีครูสอน จำนวน 3 คน ไม้ดังกล่าวเป็นซากไม้เก่าที่ล้มตายภายในโรงเรียนมานานแล้ว เห็นว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ ช่วงปิดภาคเรียนจึงจ้างช่างเข้ามาแปรรูปเพื่อใช้เป็นโต๊ะเก้าอี้ ชุดรับแขก สำหรับไว้ที่ห้องเรียน โรงอาหารและห้องพักครู ไม่ได้ส่งขายแต่อย่างใด ซึ่งทางคณะกรรมการสถานศึกษาอยากเห็นโรงเรียนพัฒนาและมีความสวยงาม ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เบื้องต้นรายงานให้ทางผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาอุตรดิตถ์ได้รับทราบต่อไป
 
          อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดไว้เพื่อตรวจสอบ เนื่องจากเป็นการตั้งโรงเลื่อยไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ และต้องมีการพิสูจน์แหล่งที่มาของไม้ต่อไป
 
รวม2ผู้ต้องหาตั้งรง.แปรรูปไม้เถื่อนยึดไม้ได้กว่า30ล.