
แฟนคลับแน่น เปิดตัวหนังสือ 'LINEกนก'
26 ต.ค. 2557
แฟนคลับแน่น เปิดตัวหนังสือ 'LINEกนก'
ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 19 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่จัดไว้ให้ประชาชนหรือหนอนหนังสือที่มีหัวใจรักการอ่าน โดยเฉพาะ "บูธของเนชั่น" ที่ขนทัพเหล่าหนังสือคุณภาพมานำเสนอมากมาย รวมทั้งยังมีการจัดเสวนาพูดคุยกับเหล่าผู้เขียนหนังสือ หมุนเวียนมามอบความรู้และความสุขกันโดยตลอด
ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม มีการเปิดตัวหนังสือ "Line กนก (ลายกนก)" ของ "กนก รัตน์วงศ์สกุล" คนข่าวตัวจริงแห่งสำนักข่าวเนชั่น โดยภายในงานมี นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานกรรมการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมพูดคุยบนเวที แถมยังได้ นายธีระ ธัญไพบูลย์ และ นายนันทขว้าง สิรสุนทร มาเป็นพิธีกรบนเวที งานนี้จัดขึ้น ณ บูธเนชั่น เอ็ม 49 โซน ซี 1 หรือเวทีกิจกรรม โซนเอเทรียม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
บรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังการเปิดตัวหนังสืออย่างล้นหลาม หลังจากแถลงข่าวเสร็จนายกนกได้แจกลายเซ็นให้แฟนๆ ที่ซื้อหนังสือ ซึ่งมาต่อแถวเข้าคิวเป็นจำนวนมาก
นายกนกกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการทำหนังสือ "Line กนก (ลายกนก)" ว่า หลังจากผลงานหนังสือเล่มที่ 5 "กนกตกข่าว" มีแฟนๆ ให้การตอบรับดีมาก ประกอบกับช่วงนี้มีรายการโทรทัศน์ของตัวเองคือ รายการ "Line กนก" ซึ่งออกอากาศทุกคืนวันอาทิตย์ เวลา 20.00 น. ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 (ทรู หรือ จานดาวเทียมช่อง 32) ทำให้ทีมงานเกิดความคิดขึ้นมาว่า หนังสือเล่มนี้จะเป็นการต่อยอดเนื้อหารายการ หรือแปลงร่างรายการโทรทัศน์มาเป็นหนังสือ แต่ยังคงครบถ้วนด้วยความน่าสนใจ ในแบบฉบับหนังสือวาไรตี้ บันเทิง วัฒนธรรมสังคม และความมั่นคงของมนุษย์
"หนังสือเล่มนี้แปลงมาจากรายการโทรทัศน์ชื่อ ลายกนก มาเป็นพ็อกเก็ตบุ๊กเล่มนี้ ซึ่งรายการลายกนกจะเป็นรายการที่ได้ไปสอบถามบุคคลผู้มีความสามารถหรือมีคุณสมบัติพิเศษ และมีชื่อเสียงในหลากหลายวงการ รวมถึงหลากหลายองค์กร อย่างตอนที่ทำเรื่องโรงเรียนสุนทราภรณ์ ผมเคยนำเสนอเรื่องการก่อตั้งโรงเรียนสุนทราภรณ์การดนตรี ซึ่งได้ไปสัมภาษณ์ครูดำ (นายพูลสุข สุริยพงษ์รังษี) ถึงการเปิดโรงเรียนสอนเด็กๆ ที่น่าชื่นใจมาก เพราะสุนทราภรณ์จะเป็นวงดนตรีที่ไม่มีวันดับสูญ เพราะมีเด็กเล็กๆ ไปเรียนร้องเพลงตลอด
ถามว่าทำไมในหนังสือเล่มนี้ถึงหนักไปในทางเรื่องราวเก่าๆ อย่างเรื่องโรงหนัง แผ่นเสียง เวิ้งนาครเขษม เพราะมันมาจากลายของผม คือ ลายกนก หรือสไตล์ของผม อย่างในเรื่องจะมีเนื้อหาของโรงหนัง ที่ก่อนจะถึงยุคสยามสแควร์ในปัจจุบัน มันมียุคของวังบูรพา โรงหนังแกรนด์ที่ฉายหนังไทย โรงหนังคิงฉายหนังจีน โรงหนังควีนฉายหนังแขก มันถึงเรียกว่ายุคโก๋หลังวัง ซึ่งเป็นยุคก่อนที่ ตระกูลตันสัจจา จะไปเปิดสยามสแควร์ ในปี พ.ศ.2509 ทำให้มีโรงหนังสยามเกิดขึ้น จากนั้นจึงมีการย้ายศูนย์รวมวัยรุ่นจากวังบูรพาไปอยู่ที่สยาม และมีโรงหนังลิโด้ ที่เปิดในปี พ.ศ.2511 ส่วนโรงหนังสกาล่า เปิดในปี พ.ศ.2512 ตามกันมา จนถึงทุกวันนี้ศูนย์รวมวัยรุ่นก็ยังอยู่ที่สยาม" นายกนก กล่าว
นักข่าวนักเขียนคนดัง กล่าวด้วยว่า คอนเซ็ปต์ของหนังสือเล่มนี้ คือ อยากให้รายการโทรทัศน์ของตัวเองได้แปลงสภาพเป็นหนังสือ เพื่อให้คนที่อาจจะไม่ได้ดูโทรทัศน์ เพราะยุคปัจจุบันคนดูบางส่วนมีอุปนิสัยชอบดูรายการโทรทัศน์ย้อนหลัง
"เรากลัวว่า คนที่จะคอยไปดูทีวีย้อนหลังจะไม่มีเวลา เลยทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ให้แฟนรายการ และแฟนหนังสือ ได้รู้เรื่องราวว่า ในรายการของผมมีอะไรที่ผ่านไปแล้วบ้าง เผื่อท่านจะอยากไปดูรายการย้อนหลัง เพราะเนื้อหารายการจะมีเรื่องราวมากมาย เล่าความทรงจำย้อนอดีตกลับไป ที่คนรุ่นใหม่อาจจะไม่รู้ เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาของผมในแต่ละปีมีความแตกต่างกันออกไป อย่างปี พ.ศ.2557 ผมก็มีพ็อกเก็ตบุ๊กเป็นของตัวเอง ซึ่งในพ็อกเก็ตบุ๊กจะมีตอนที่ผมเขียนขึ้นมาใหม่ และไม่เกี่ยวกับในรายการ เพราะตอนที่ผมทำพ็อกเก็ตบุ๊กเล่มนี้ เป็นช่วงที่คุณแม่ของผมไม่สบาย ผมเลยต้องเขียนหนังสือเล่มนี้กึ่งสัมภาษณ์ คือจะมีทีมงานมาสัมภาษณ์และแกะเทปผมไปเขียน ในช่วงที่ผมอาจจะต้องไปดูแลคุณแม่ แต่จะมี 3 ตอนที่ผมเขียนเอง คือเรื่องของคุณแม่ เขียนไปก็เศร้าไป เพราะในที่สุดคุณแม่ผมก็จากไปแล้ว ซึ่งจะมีภาพคุณแม่ของผมในช่วงสุดท้ายที่ผมได้ดูแลท่านอยู่ในหนังสือเล่มนี้ด้วย"
ทั้งนี้ นายกนก กล่าวถึงผลงานที่จะมีต่อเนื่องไปนอกจากหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กที่แฟนๆ ผู้รักการอ่านจะได้สัมผัส ยังจะมีทอล์กโชว์ครั้งแรก ในชื่อว่า "ข่าวข้น คนกนก" หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "ทอล์กกะถีบ ปิดห้องคุย" จัดขึ้นที่หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน สามารถจองบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา
"การเกิดทอล์กโชว์ครั้งนี้ เพราะคุณสุทธิชัยอยากให้จัด อาจจะมีเนื้อหาที่พูดถึงเรื่องราวในปี พ.ศ.2557 ซึ่งเป็นปีที่มีการปฏิวัติรัฐประหาร เป็นปีที่ผมได้ไปรณรงค์เดินขบวนทางด้านการเมือง และมีเพื่อนใหม่กลับมาเยอะแยะ เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านแวดวงการโทรทัศน์ จากที่เคยมีฟรีทีวีแค่ 6 ช่อง กลายเป็น 24 ช่อง หรือ 48 ช่อง ฉะนั้นไม่ว่าผมจะอายุเท่าไหร่ ผมจะไม่ลืมปีนี้เลย เพราะเป็นปีที่มีการพลิกผันของหลายวงการ โดยการจัดทอล์กโชว์ครั้งนี้จะมีเพียง 1 รอบ และไม่มีการทำดีวีดีขาย เนื่องจากบางเรื่องที่เราจะทอล์กกัน คงไม่สามารถนำไปเผยแพร่ทางโทรทัศน์ได้ มันจะเป็นเรื่องเอ็กซ์คลูซีฟมากที่เราจะปิดห้องคุยกัน"
ส่วนแขกรับเชิญที่จะมาในทอล์กโชว์ครั้งนี้ คือ สินเจริญบราเธอร์ และน้องแพรว (น.ส.คณิตกุล เนตรบุตร) แต่ที่เซอร์ไพรส์ไปกว่านั้น ซึ่งผมเพิ่งรู้ คือจะมีอาจารย์ยิ่งศักดิ์ (นายยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์) มาด้วย ผมก็ถามทีมงานว่า อาจารย์ยิ่งศักดิ์เกี่ยวอะไรกับทอล์กโชว์ ทีมงานบอกว่า อาจารย์ยิ่งศักดิ์มีเรื่องจะมาถามผม ส่วนสคริปท์คำถามเขาไม่ยอมบอกว่าจะมาถามเรื่องอะไร ซึ่งอาจารย์จะมาถามผมสดๆ ในวันนั้นเลย และเท่าที่ผมรู้ อาจารย์ยิ่งศักดิ์ถามโหดมาก นอกจากนี้จะมีแขกสุดพิเศษที่บอกไม่ได้ ซึ่งจะปรากฏตัวแค่ 2 ซีน ในแบบฉนับที่เขาก็ไม่เคยทำมาก่อน เชื่อว่าทุกคนที่มาดู พอบุคคลท่านนี้ปรากฏตัวขึ้นมา คุณจะต้องกรี๊ดแตกชัวร์" นายกนก กล่าว
ด้าน นายสุทธิชัย ได้ร่วมพูดคุยบนเวทีเกี่ยวกับชีวิตของนายกนกและการจัดทอล์กโชว์ครั้งนี้ ว่า เพราะเล็งเห็นถึงศักยภาพในอีกด้านหนึ่งของผู้ประกาศข่าวคนนี้ เหมือนกับตอนที่ขอให้ผู้ประกาศข่าวชื่อดังมาจัดรายการโทรทัศน์ในยุคที่นายกนกยังจัดรายการวิทยุเนชั่นเรดิโอ เพราะเชื่อมั่นว่าผู้ประกาศข่าวชื่อดังต้องทำได้
"ตอนนั้นที่ผมชวนเขามาจัดรายการโทรทัศน์ ยังไงเขาก็ไม่ยอมทำ ปฏิเสธตลอด เพราะเขารู้สึกว่า วิทยุ มันดีแล้ว เพราะยุคนั้นวิทยุกำลังเฟื่องฟู สปอตโฆษณาเยอะมาก ฉะนั้นคนทำวิทยุจะมีความมั่นใจในตัวเองมาก และไม่มีใครคิดว่า วันหนึ่งรายการวิทยุมันจะดร็อปลงไป ผมพูดอย่างไรเขาก็ยังไม่ยอมมาจัดรายการโทรทัศน์ จนสุดท้ายผมต้องใช้คำพูดว่า เอาอย่างนี้แล้วกัน ผมไม่ขอร้องคุณแล้ว ผมขอสั่งคุณเลย ให้คุณมาจัดรายการ ต้องใช้อำนาจความเป็นเจ้านายเท่านั้นแหละเขาถึงยอมมาทำ และอยู่มานานถึง 20 ปี จนถึงทุกวันนี้ เพราะผมมองเห็นศักยภาพของเขา และผมมั่นใจว่า เขาทำได้ เพียงแต่ในตอนนั้น ตัวเขาเองอาจจะยังไม่มั่นใจ เพราะเป็นอะไรที่ใหม่มาก"
"ฉะนั้นในทอล์กโชว์ครั้งนี้ เชื่อเถอะว่าต้องสนุกมาก ซึ่งผมกดดันให้เขาทำตั้งแต่ 2-3 ปีที่แล้ว ยังไงเขาก็ไม่ยอมทำ จนสุดท้ายผมต้องสั่งให้เขาทำ และผมเชื่อว่าทอล์กโชว์ครั้งนี้ จะพิสูจน์ความสามารถของคุณกนกบนเวทีสดๆ ว่า มีมากไม่ใช่มีอยู่แค่ในรายการทีวี" นายสุทธิชัย กล่าว



