ข่าว

 เพิ่มค่าอาหารไทย

เพิ่มค่าอาหารไทย

07 ก.ค. 2552

อาหารไทยเป็นสินค้าในหมวดการท่องเที่ยวตัวหนึ่ง ที่ถูกยกขึ้นมาเป็นสินค้าสำหรับดึงดูดลูกค้าเข้าประเทศ และยังมีโครงการครัวไทยไปครัวโลก อันหมายถึงสนับสนุนให้มีการเปิดร้านจำหน่ายอาหารไทยไปยังต่างประเทศมากขึ้น เพื่อให้คนต่างชาติได้รู้จักอาหารไทยและอยากที่จะมาเ

 ผมในฐานะคนชอบเที่ยวที่เดินทางไปทั่ว ทั้งในแบบควักกระเป๋าใช้เงินตัวเองและอาศัยเงินคนอื่น อีกทั้งยังเป็นคนชอบหาอาหารชนิดต่างๆ มารับประทาน ไม่ว่าจะเป็นในเมืองไทยหรือในต่างประเทศ ทำให้มองเห็นถึงจุดของการสร้างมูลค่าเพิ่มในอาหารไทย โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติมแม้แต่น้อย

 ปีที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปนั่งในร้านอาหาร “กอมม์ เช ซัว” ในประเทศเบลเยียม ซึ่งเป็นร้านอาหารที่บรรจุเอาไว้ในหนังสือ “1 ใน 1,000 สถานที่ ที่ต้องไปก่อนตาย” เจ้าของและผู้ปรุงอาหารคือ มร.ปิแอร์  ไวนองต์ เป็นผู้ปรุงอาหารที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่สำหรับผมที่เป็นนักติชิมแล้ว รสชาติอาหารแม้จะดีกว่าปกติทั่วไปก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เลอเลิศจนถึงขนาดที่กินแล้วได้ขึ้นสวรรค์

 แต่สิ่งที่ก่อให้เกิดความคิดในการสร้างมูลค่าของอาหารและตัวร้านก็คือ โต๊ะที่ผมและคณะพรรคไปนั่งรับประทานในวันนั้น เป็นโต๊ะยาวในครัวที่เรียกกันว่า “เทเบิ้ล เชฟ (Table Chef)” หมายถึงโต๊ะที่นั่งโดยสามารถมองเห็นพ่อครัวปรุงอาหารได้ทุกขั้นตอน เท่ากับว่านั่งกินกันในครัวนั่นเอง แต่การได้กินอาหารโดยมองเห็นผู้ปรุงทำสดๆ อย่างนี้ กลับต้องจ่ายแพงที่สุด แพงกว่าการกินอาหารจานเดียวกันจากทุกตำแหน่งของร้าน

 หากเป็นในบ้านเราก็เท่ากับว่าได้กินผัดผักบุ้งไฟแดงหรืออาหารตามสั่งทั่วไป ที่มองเห็นแม่ครัวเอาตะหลิวเคาะขอบกระทะดังโป๊งเป๊งนั่นเอง แต่การบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวกลับทำให้ที่นั่งซึ่งมองเห็นหรืออยู่ใกล้กับครัวของร้านอาหารไทยดังที่ว่ามา กลับกลายเป็นที่นั่งซึ่งคนรังเกียจอยากหนีไปไกลๆ เพราะทั้งร้อนเตาไฟทั้งหนวกหูจากเสียงตะโกนสั่งการและเคาะกระทะตะหลิว หลายครั้งที่ทำให้ลูกค้าที่เคยหลงใหลในรสชาติของอาหาร ต้องเลิกรากับร้านที่โปรดปรานไปเลยทีเดียว เพราะมองเข้าไปเห็นความสกปรกของห้องครัวด้วยตาตนเอง

 ในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมาซึ่งผมมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง ไปรับประทานอาหารในร้านชื่อ เอมม่าส์ กลางกรุง ออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งกว่าที่จะลงมือตักอาหารเข้าปากได้ ก็ต้องรอให้บริการสาวสวยเอาอาหารมาวางไว้ที่ด้านหน้าของทุกคนในคณะให้ครบถ้วน จากนั้นสาวสวยคนเดิมจึงจะยืนประกาศสรรพคุณ และบรรยายถึงวัตถุดิบของอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าแต่ละคนจนครบ   

 ทุกคนจึงจะเริ่มลงมือคว้ามีดคว้าส้อมมาเฉือนจิ้มป้อนเข้าปากได้ กรรมวิธีการที่กว่าจะได้กินยากเย็นแสนเข็ญอย่างนี้ ทำให้อาหารที่ร้านเอมม่าส์โด่งดังจนต้องจองคิวล่วงหน้าเป็นเดือนก่อนไปกิน และราคาแพงจนถึงขนาดที่อยากจะเลียก้นจานให้เกลี้ยง จนไม่ต้องล้างกันไปเลยทีเดียว

 ผ่านการกินอาหารจากร้านระดับโลก (ด้านชื่อเสียง) ทำให้อดคิดย้อนกลับมาถึงอาหารไทยไม่ได้ว่า หากมีการจัดระบบในครัวกันใหม่ให้ดูสะอาดตา ไม่ร้อนจนเหงื่อหยดและไม่ดังโฉ่งฉ่างจนหนวกหู ลูกค้าจะได้ดูการปรุงที่สลับซับซ้อนกว่าอาหารฝรั่งทางยุโรปจนเพลินตา และถ้ามีการประกาศคุณค่าของเครื่องปรุงแต่ละชนิดของอาหารไทย 

 ที่ฝรั่งยอมยกให้อยู่แล้วว่าล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ ดังเช่นไวน์มาสเตอร์ที่ต้องมาสาธยายแยกแยะไวน์แต่ละขวด ราวกับว่ามีโอกาสได้ดื่มด่ำรสชาติมาจนครบถ้วนแล้ว ก็น่าจะทำให้อาหารไทยแต่ละจานสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มด้านราคาขึ้นมาได้อีกอักโขทีเดียว