
สมชายสารภาพผลักผัวญี่ปุ่นตกบันไดตาย
25 ต.ค. 2557
คุมตัว สมชาย-พรชนก ทำแผนฆ่าผลัก คาชิโตชิ อดีตสามีชาวญี่ปุ่นตกบันไดดับ ขณะที่ศาลอาญาอนุญาตฝากขังผลัดแรก-ค้านประกัน
25 ต.ค.57 เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่25 ตุลาคม 2557 พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.อ.สมชัย อินตาพวง รองผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้พาตัว สมชาย แก้วบางยาง และนางพรชนก ไชยะปะ 2 ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบการรับสารภาพที อาคารพาณิชย์ 2 คูหา 4 ชั้น เลขที่ 99/427-428 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังรื้อคดีเก่าเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา
โดยนายสมชาย รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือผลักนาย คาชิโตชิ ทานากะ สามีคนที่ 2 ของนางพรชนก ไชยะปะ ตกบันได เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2546 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัว นางพรชนก เข้าชี้จุดทำแผนภายในอาคารดังกล่าว นางพรชนก ได้เกิดอาการเครียดจนเป็นลม เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น จนรู้สึกตัว และนำตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ฝากขังที่ศาลอาญาต่อไป ขณะที่นายสมศักดิ์ แซ่ลิ้ม น้องชายของนายสมชาย ได้เข้ามาเป็นพยานบุคคลในการทำแผนครั้งนี้ด้วย โดยบอกว่าทั้งสองสั่งว่าหากใครถาม ก็ให้บอกว่า นายคัตซึโทชิ ทานากะ สามีคนที่ 2 ของนางพรชนก ไชยะปะ ตกบันได เสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ
ด้านพล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับสำนวนการสอบสวนในคดีนี้ ได้มีพยานบุคคลที่ยืนยันการกระทำผิดของของผู้ต้องหา มีพยานเอกสาร พยานวัตถุ และคำให้การรับสารภาพของผู้กระทำผิด ทั้งในขณะที่สอบปากคำเป็นพยานได้เล่าเรื่องราวต่างๆว่าได้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และได้รวบรวมหลักฐานที่มีทั้งหมดรวมทั้งพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ สถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลักฐานทางกองพิสูจน์หลักฐาน เมื่อมารวมกันแล้วสามารถยืนยันได้ว่า การเกิดเหตุในครั้งนั้นไม่ได้เกิดเหตุจากการตกบันได และผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นก็ได้ให้การเป็นประโยชน์ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดนำเสนอศาล เพื่อขออนุมัติจับกุมและออกหมายจับ นายสมชาย และนางพรชนก ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน” ซึ่งนายสมชายก็ได้มานำชี้ที่เกิดเหตุประกอบให้การรับสารภาพแล้ว ส่วนนางพรชนก ยังให้การภาคเสธ ส่วนขั้นตอนต่อไปก็จะรวบรวมพยานเอกสารและพยานวัตถุทั้งหมด สรุปสำนวน เสนออัยการเพื่อส่งฟ้องศาลต่อไป
ส่วนเมื่อประมาณสิบปีที่ผ่านมานั้นคดีเป็นอุบัติเหตุตกบันได นั้น เนื่องจากว่า นางพรชนก ได้สั่งให้พยานทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่าเป็นอุบัติเหตุตกบันได และสั่งให้พยานไม่พูดถึงว่า นายสมชายอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ทางพนักงานสอบสวนก็จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้นตามสำนวนชันสูตรผลิกศพ แต่ต่อมาได้มีพยานคือนายสมศักดิ์ ได้ให้การว่า เหตุที่เกิดขึ้นจริงนั้น ไม่ใช่ที่เคยให้การไว้ในอดีต เนื่องจากถูกพี่สะใภ้คือนางพรชนกสั่งไว้ วันนี้จึงได้เล่าเหตุการณ์จริงทั้งหมดให้ฟัง พร้อมกับเชิญนายแพทย์ที่ชันสูตรศพ มาดูที่เกิดเหตุจริงแพทย์ได้ยืนยันว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นที่ศพนั้น ไม่สอดคล้องกับที่เกิดเหตุจากการตกบันไดตามปกติ
ศาลอาญาอนุญาตฝากขังผลัดแรก ผัว-เมีย ฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น ค้านประกัน
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ 25 ต.ค. เวลา 10.00 น. พ.ต.ท.สุศรันย์ ศรีบุญเจริญชัย พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สภ.บางเสาธง ควบคุมตัว นายสมชาย แก้วบางยาง อายุ 47 ปี คนขับแท็กซี่ชาวสมุทรปราการ และนางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี ภรรยา ชาวจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ต้องหาร่วมกัน ฆ่าหั่นศพ นายชิมาโต โยชิโนริ อายุ 79 ปี ครูสอนภาษาญี่ปุ่นเสียชีวิต มาเพื่อยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.- 5 พ.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ยังต้องรอสอบพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการปล่อยชั่วคราวด้วย เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และเป็นคดีเกี่ยวกัความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อีกทั้งเกรงว่าหากได้รับการปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งสองจะหลบหนี
โดยคำร้องฝากขัง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ย.57 นางพรชนก ผู้ต้องหาที่ 2 ได้พานายโยชิโนริ ที่มีอาการป่วยไปรักษาที่ รพ.บางนา 2 เมื่อแพทย์จะรับตัวไว้ทำการรักษา นางพรชนก ได้ขอพานายโยชิโนริ ออกจากโรงพยาบาล ต่อมาวันที่ 14 ต.ค.นายชิมาโต เท็ตซูโอ บุตรชายของนายโยชิโนริ ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ว่าบิดาหายตัวไป โดยที่ห้องพักที่ศรีวราแมนชั่น แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. มีลักษณะพิรุธ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ พบบัตรเอทีเอ็มของนายโยชิโนริ และจากการตรวจสอบพบว่านางพรชนก นำไปกดถอนเงินตามสถานที่ต่างๆ รวม 14 ครั้ง เป็นเงิน 720,000 บาท จึงจับกุมนางพรชนก ผู้ต้องหาที่ 2 พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ
ต่อมานางพรชนกได้รับการประกันตัวและหลบหนีไปพร้อมกับนายสมชาย ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งเจ้าหน้าที่เห็นว่าในคดีนี้มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับญี่ปุ่น จึงใช้อำนาจตามกอัยการศึกเชิญนายสมชายและนางพรชนก ผู้ต้องหาที่1-2 มาซักถามอีกครั้งปรากฏว่านายสมชาย ผู้ต้องหาที่ 1 รับสารภาพว่าฆ่าหั่นศพนายโยชิโนริที่บ้านพักของนางพรชนก ผู้ต้องหาที่ 2 จากนั้นได้ร่วมกันนำชิ้นส่วนศพไปทิ้ง ที่คลองบางนางทิ้ม หมู่ 7 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และได้นำสมุดบันทึก บัตรเครดิต 5-6 ใบ คีย์การ์ดที่พัก นามบัตร ไปเผาทิ้ง และนำเงินสดจำนวน 3,000 บาทของผู้ตายไป
ต่อมาเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบจุดที่ทิ้งศพ พบชิ้นส่วนศพนายโยชิโนริ ถูกชำแหละ แยกบรรจุอยู่ในถุง 4 ถุง รวมถึงฟันปลอม ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า ดีเอ็นเอของศพดังกล่าว ตรงกับดีเอ็นเอของนายชิมาโต เท็ตซูโอ บุตรชายผู้ตาย พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญาออกหมายจับ และจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองดำเนินคดี และแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย , ร่วมกันลอบฝังซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเพื่อปิดบังการตายหรือสาเหตุการตาย , ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร , ร่วมกันกระทำการใดๆแก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรศพเสร็จสิ้น ในการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปโดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางคดี , ร่วมกันทำให้เสียหายทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ เอกสารใดของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ในชั้นสอบสวนนางพรชนก ผู้ต้องหาที่ 2ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนนายสมชาย ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้ อย่างไรก็ดีในชั้นฝากขัง ยังไม่ปรากฏว่ามีผู้มายื่นหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสองแต่อย่างใด
ทั้งนี้ พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ ผกก.สภ.บางเสาธง ได้กล่าวว่า การฝากขังผู้ต้องหาทั้งสอง พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เมื่อเป็นคดีอุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษสูงเป็นที่สนใจต่อสื่อมวลชนและประชาชน ขณะนี้พนักงานสอบสวนหมดอำนาจการควบคุมตัวผู้ต้องหาแล้ว จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก ก่อนหน้านี้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจสภาพร่างกายที่ รพ.บางบ่อ ผลการตรวจแพทย์ระบุว่าสภาพร่างกายและจิตใจปกติดีไม่มีความความเครียด อย่างไรก็ดี สภ.บางเสาธง จะจัดเจ้าหน้าที่เสริมคุยกับผู้ต้องหาเพื่อไม่ให้เกิดความกังวล ขณะที่ผู้ต้องหายืนยันเหตุจูงใจในการฆ่าเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ ขณะที่นางพรชนก รับสารภาพเพียงว่ารู้เห็นเหตุการณ์ แต่ยังไม่ยอมรับว่าร่วมลงมือฆ่า
พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย กล่าวว่า ส่วนคดีการเสียชีวิตของนายคัตสึโตชิ ทานากะ ตกบันไดเสียชีวิตเมื่อปี 2546 ในพื้นที่ สภ.บางพลี จะแยกสำนวนการสอบสวนกัน เนื่องจากเป็นเหตุต่างกรรมต่างวาระ ทั้งนี้สำนวนการเสียชีวิตของนายคัตสึโตชิ ทานากะ ยังอยู่ระหว่างการยื่นคำร้องขอชั้นสูตรพลิกศพ ว่าเป็นการตายโดยผิดธรรมชาติหรือไม่ ยังไม่มีการแจ้งข้อหาใคร ขณะที่ได้มีการเร่งสอบสวนเพิ่มเติมและหาหลักฐานใหม่ เมื่อคืนที่ผ่านมามีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เดินทางมาสอบสวนคดีดังกล่าวเพิ่มเติมเพื่อความกระจ่างชัดและเป็นธรรมของทุกฝ่าย หากเป็นการตายผิดธรรมชาติจะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อไป



