ข่าว

‘ประยุทธ์’ยันจ่ายเงินชาวนาครบแน่

‘ประยุทธ์’ยันจ่ายเงินชาวนาครบแน่

25 ต.ค. 2557

‘ประยุทธ์’ยันจ่ายเงินชาวนาครบแน่ พร้อมแจงโครงการช่วยชาวสวนยาง แก้หนี้นอกระบบด้วย ‘จัดนาโนไฟแนนซ์-ออกพ.ร.บ.ทวงหนี้’ วอนเจ้าหนี้ให้มีความเมตตา กรุณาอย่าข่มขู่

                24ต.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ“คืนความสุข ให้คนในชาติ”ประจำวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2557 ว่าวันจันทร์ที่ผ่านมา รัฐบาลโดย ธ.ก.ส. ได้เริ่มช่วยเหลือพี่น้องชาวนาตามที่ ครม. ได้อนุมัติแล้ว ก็จะทยอยจ่ายเงินพี่น้องชาวนาให้ทั่วถึง หากท่านใดยังไม่ได้ไปลงทะเบียน ก็ขอให้ไปลงทะเบียน  หากท่านใดลงทะเบียนแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงิน ก็ขอให้อดใจรอสักเล็กน้อย ทาง ธ.ก.ส. เองจะทยอยจ่ายเงินท่านให้ครบทุกคนแน่ ก็ขอให้มั่นใจ แล้วก็ช่วยกันแก้ไขในเรื่องของการทุจริตต่างๆ ด้วย  อย่าไปเชื่อใครทั้งสิ้นท่านต้องรับเงินด้วยมือของท่านเอง สำหรับผู้ที่ทำนาจริง

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่าชาวสวนยางนั้น ล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการให้ความช่วยเหลือชาวสวนยางขั้นต้นตามที่คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เสนอ ใน 4 โครงการ ได้แก่  1) โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยจะช่วยรับซื้อยางในราคาเป้าหมายที่ 60 บาท/ กก.ในชั้นต้น   2) โครงการชดเชยรายได้พี่น้องชาวสวนยางไร่ละ 1000 บาทต่อไร่ ไม่เกินครอบครัวละ 15 ไร่  3) โครงการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ชาวสวนยางพารารายย่อย เพื่อประกอบอาชีพเสริม รายละไม่เกิน 1 แสนบาท และ  4) โครงการ สนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบการยาง

               "ผมได้สั่งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและศึกษาถึงรายละเอียดในการให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น และโปร่งใส  คาดว่าอีกไม่นานนี้ ความช่วยเหลือคงจะถึงมือพี่น้องชาวสวนยางแน่ๆ ครับ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

               พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการพักหนี้เกษตรกร ปัญหาหนี้นอกระบบปัญหาของพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยที่มีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงิน แต่ไม่สามารถที่จะไปกู้ยืมเงินผ่านธนาคารทั่วไปได้ อยากให้ทุกท่านทราบว่า ยังมีอีกหลายหน่วยงานให้การสนับสนุนและสามารถช่วยเหลือท่านได้ในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรการเงินชุมชน กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ในพื้นที่   ซึ่งในสัปดาห์นี้ ครม. ก็ได้มีมติเห็นชอบการจ่ายดอกเบี้ยชดเชยให้กับสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรตามโครงการพักหนี้เกษตรกร รายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้คงค้างต่ำกว่า 500,000 บาท  โครงการนี้ รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่เป็นลูกหนี้กับสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรในการพักชำระหนี้ในปี 2557 เพื่อบรรเทาภาระหนี้ของพี่น้องประชาชน โดยจะใช้งบกลางของปี 2556 จากกรอบวงเงินเดิมที่เหลืออยู่ จำนวน 610.2 ล้านบาทและงบประมาณปี 2558 ที่ได้รับจัดสรรเพิ่มเติมอีก 89.8 ล้านบาท ไปชดเชยดอกเบี้ย
 

เล็งจัดพื้นที่โซนนิง"เกษตร - อุตสาหกรรม"

               พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงการการจัดระเบียบพื้นที่ทางการเกษตรและอุตสาหกรรม (Zoning)  ในที่ประชุม ครม. ตนได้สั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย) ไปพิจารณาแบบบูรณาการ แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนใน 2 เรื่อง คือ (1) การปรับเปลี่ยนพื้นที่ทางการเกษตร พื้นที่ใด มีสภาพแวดล้อม ดิน น้ำ เหมาะสมกับพืชชนิดใด หน่วยงานของรัฐต้องเข้าไปช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา ให้ความรู้ และการฝึกอบรม อย่ารอให้เกิดปัญหา  (2) การแยกพื้นที่เพาะปลูกกับนิคมอุตสาหกรรม นั้นมีความจำเป็น เพราะบางพื้นที่นั้นก็ไม่เหมาะจะตั้งโรงงาน เหมาะจะใช้เป็นพื้นที่ทำการเกษตรมากกว่า มีน้ำมีดิน มีการขนส่งเหล่านี้ เพราะงัน ก็ขัดแย้งกันมาตลอด วันนี้ก็ต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนสำหรับในส่วนของภาคการผลิตพืชผลทางการเกษตร แหล่งน้ำกินน้ำใช้ จะต้องได้รับประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะมีการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมใดๆ ต้องไม่กระทบคุณภาพชีวิตในชุมชน โครงการพัฒนาต่างๆ ในอนาคตต้องมองในภาพรวม พิจารณาเรื่องเส้นทางคมนาคมขนส่งด้วย

               "ทั้งหมดนี้อย่าตื่นตระหนกนะครับ เราไม่ได้ไปเปลี่ยนอาชีพของท่าน เพียงแต่จะเข้าไปดูแลท่านให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น แล้วก็ไม่ได้เป็นการบังคับนะครับแล้วแต่ความสมัครใจ เพราะฉนั้นอยากให้ประชาชนที่เป็นภาคเกษตรกรรมนั้นทราบว่าพื้นที่ใดของประเทศไทยนั้น เหมาะสมจะปลูกพืชอะไร ทั้งนี้ก็แล้วแต่ท่านนะครับ"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว


แจงแก้หนี้นอกระบบ"จัดนาโนไฟแนนซ์-ออกพ.ร.บ.ทวงหนี้" 

               พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวว่า ก็อยากจะขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนอย่าไปได้กู้ยืมเงินจากนายทุนนอกระบบ ไปใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็น นอกจากจะต้องเสียเงินดอกเบี้ยสูงแล้ว รัฐบาลก็ไม่สามารถเข้าช่วยบรรเทาภาระท่านได้  ขณะนี้ รัฐบาลโดยฝ่ายเศรษฐกิจก็กำลังเร่งพิจารณารายละเอียดในการจัดตั้ง “นาโนไฟแนนซ์” ซึ่งก็ต้องพิจารณาว่าจะได้ผลหรือไม่ได้ผลอย่างไรตรงกับความต้องการหรือไม่ทั้งนี้เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนให้พี่น้องประชาชนอีกทางหนึ่ง ซึ่งอัตราดอกเบี้ยจะถูกกว่าการกู้ยืมนอกระบบ  พร้อมกับการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ ที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรักษา คสช. ไปแล้วเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วาระที่ 2 แล้ว คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้

               "หลังจากที่กฎหมายผ่านแล้ว ท่านที่จะทำธุรกิจทวงหนี้ จะต้องมาขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการคลัง และหากท่านมีการข่มขู่ หรือใช้ความรุนแรงกับลูกหนี้ หรือมีการทวงหนี้ยามวิกาล มีการระรานไปยังที่ทำงานหรือทวงหนี้กับญาติพี่น้อง ท่านจะมีความผิดในทันที โดยบทลงโทษสูงสุดคือการจำคุก  จึงอยากจะขอเตือนนายทุนนอกระบบทั้งหลายว่ากรุณาอย่าได้ข่มขู่หรือทำการใดๆ ที่รุนแรงกับลูกหนี้นะครับ ให้ความเมตตา ให้ความเข้าใจ กับผู้ที่มีรายได้น้อยด้วยนะครับ อย่าเอาแต่ประโยชน์อย่างเดียว เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะในปัจจุบันนั้น เรื่องเกี่ยวกับหนี้สินนอกระบบนั้นมีกฎหมายอยู่หลายตัวนะครับ ต่อไปนี้เขาจะใช้อย่างเข้มงวดมากขึ้นด้วย"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

               พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่านอกจากกฎหมายใหม่แล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ วันนี้เราต้องมีชีวิตอยู่อย่างเพียงพอ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นะครับ มีมากใช้มาก มีน้อย ใช้น้อย เพราะงั้น พ่อแม่ ลูกหลานต้องช่วยกัน  วันนี้หนี้สินเกิดมาจากลูกหลานทั้งสิ้น ไปเรียนหนังสือบ้าง ซื้อของที่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นประโยชน์บ้าง เพราะงั้นถ้าเรามีเงินน้อย ก็ซื้อของใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ต้องทันสมัยมากมายนักหรือเป็นของที่มียี่ห้อ มีชื่อเสียงมากนักเราต้องเห็นใจพ่อแม่ถ้าเราเรียกร้องมากๆ พ่อแม่ก็ต้องไปเป็นหนี้เป็นสินเขา ถึงเวลาเรียนหนังสือก็ต้องไปกู้เงินมาเรียนหนังสืออีก วันหน้าที่ทางต่างๆ ก็ต้องขายหมด ต้องเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในการดำรงชีวิตด้วย เมื่อท่านแข็งแรง มีเงินมาก ท่านก็ใช้มากไปไม่มีใครว่าอะไร 
  

วอนสื่อทำความเข้าใจกับต่างประเทศ

               พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวว่าติดตามเห็นข่าวออกมาทางสื่อว่ามีท่านทูตหลายประเทศของ อียู ได้พูดถึงประเด็นการเสนอข่าวของสื่อไทยนะครับ ซึ่งบางครั้งก็เป็นการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรื่องส่วนตัวนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้เสียหาย หรือผู้กระทำก็ตาม ก็มีการพูดคุยกันระหว่างคณะทูตกับผู้แทนของสมาคมผู้สื่อข่าวประเทศไทย ก็ขอให้ระมัดระวังเพราะผลต่อเนื่องไปหลายๆ เรื่องด้วยกัน เช่นในเรื่องของการสมัครสมาชิก ยูเอ็น ในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ถึงแม้เราจะไม่ได้รับการคัดเลือกก็ขอให้ภูมิใจว่าเราก็ไม่ได้แพ้มากมายนะครับ สูงสุดก็ 162 ก่อนหน้าเราก็ 142 ของเราก็ 136 ประเทศสนับสนุนนะครับ ผมถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ ในสถานการณ์เช่นนี้

               พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า  สิ่งที่เข้านำมาพิจารณาด้วยคือ ในส่วนของการสถานการณ์ เดินหน้าประเทศเราตอนนี้ ก็อาจจะมีประเด็นหลักๆ อยู่บ้าง  ถ้าสื่อสร้างความเข้าใจ ในสิ่งที่ดี ในสิ่งที่เคยเป็นปัญหา ในสิ่งที่เราแก้ไข ผมว่าเขาก็เข้าใจได้ อันนี้ผมก็ไม่ไปก้าวล่วงท่าน เพราะฉะนั้นท่านไปพิจารณาว่าท่านควรจะต้องแก้ไข หรือทำอะไร อย่างไร ต่อไป ซึ่งช่วยประเทศไทยในการเดินหน้า แล้วก็สร้างความเข้าใจกับต่างประเทศให้เราด้วยนะครับ