
ประยุทธ์ยันจ่ายเงินชาวนาครบแน่
ประยุทธ์ยันจ่ายเงินชาวนาครบแน่ พร้อมแจงโครงการช่วยชาวสวนยาง แก้หนี้นอกระบบด้วย จัดนาโนไฟแนนซ์-ออกพ.ร.บ.ทวงหนี้ วอนเจ้าหนี้ให้มีความเมตตา กรุณาอย่าข่มขู่
24ต.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ“คืนความสุข ให้คนในชาติ”ประจำวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2557 ว่าวันจันทร์ที่ผ่านมา รัฐบาลโดย ธ.ก.ส. ได้เริ่มช่วยเหลือพี่น้องชาวนาตามที่ ครม. ได้อนุมัติแล้ว ก็จะทยอยจ่ายเงินพี่น้องชาวนาให้ทั่วถึง หากท่านใดยังไม่ได้ไปลงทะเบียน ก็ขอให้ไปลงทะเบียน หากท่านใดลงทะเบียนแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงิน ก็ขอให้อดใจรอสักเล็กน้อย ทาง ธ.ก.ส. เองจะทยอยจ่ายเงินท่านให้ครบทุกคนแน่ ก็ขอให้มั่นใจ แล้วก็ช่วยกันแก้ไขในเรื่องของการทุจริตต่างๆ ด้วย อย่าไปเชื่อใครทั้งสิ้นท่านต้องรับเงินด้วยมือของท่านเอง สำหรับผู้ที่ทำนาจริง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่าชาวสวนยางนั้น ล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการให้ความช่วยเหลือชาวสวนยางขั้นต้นตามที่คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เสนอ ใน 4 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยจะช่วยรับซื้อยางในราคาเป้าหมายที่ 60 บาท/ กก.ในชั้นต้น 2) โครงการชดเชยรายได้พี่น้องชาวสวนยางไร่ละ 1000 บาทต่อไร่ ไม่เกินครอบครัวละ 15 ไร่ 3) โครงการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ชาวสวนยางพารารายย่อย เพื่อประกอบอาชีพเสริม รายละไม่เกิน 1 แสนบาท และ 4) โครงการ สนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบการยาง
"ผมได้สั่งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและศึกษาถึงรายละเอียดในการให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น และโปร่งใส คาดว่าอีกไม่นานนี้ ความช่วยเหลือคงจะถึงมือพี่น้องชาวสวนยางแน่ๆ ครับ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการพักหนี้เกษตรกร ปัญหาหนี้นอกระบบปัญหาของพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยที่มีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงิน แต่ไม่สามารถที่จะไปกู้ยืมเงินผ่านธนาคารทั่วไปได้ อยากให้ทุกท่านทราบว่า ยังมีอีกหลายหน่วยงานให้การสนับสนุนและสามารถช่วยเหลือท่านได้ในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรการเงินชุมชน กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ในพื้นที่ ซึ่งในสัปดาห์นี้ ครม. ก็ได้มีมติเห็นชอบการจ่ายดอกเบี้ยชดเชยให้กับสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรตามโครงการพักหนี้เกษตรกร รายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้คงค้างต่ำกว่า 500,000 บาท โครงการนี้ รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่เป็นลูกหนี้กับสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรในการพักชำระหนี้ในปี 2557 เพื่อบรรเทาภาระหนี้ของพี่น้องประชาชน โดยจะใช้งบกลางของปี 2556 จากกรอบวงเงินเดิมที่เหลืออยู่ จำนวน 610.2 ล้านบาทและงบประมาณปี 2558 ที่ได้รับจัดสรรเพิ่มเติมอีก 89.8 ล้านบาท ไปชดเชยดอกเบี้ย
เล็งจัดพื้นที่โซนนิง"เกษตร - อุตสาหกรรม"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการการจัดระเบียบพื้นที่ทางการเกษตรและอุตสาหกรรม (Zoning) ในที่ประชุม ครม. ตนได้สั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย) ไปพิจารณาแบบบูรณาการ แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนใน 2 เรื่อง คือ (1) การปรับเปลี่ยนพื้นที่ทางการเกษตร พื้นที่ใด มีสภาพแวดล้อม ดิน น้ำ เหมาะสมกับพืชชนิดใด หน่วยงานของรัฐต้องเข้าไปช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา ให้ความรู้ และการฝึกอบรม อย่ารอให้เกิดปัญหา (2) การแยกพื้นที่เพาะปลูกกับนิคมอุตสาหกรรม นั้นมีความจำเป็น เพราะบางพื้นที่นั้นก็ไม่เหมาะจะตั้งโรงงาน เหมาะจะใช้เป็นพื้นที่ทำการเกษตรมากกว่า มีน้ำมีดิน มีการขนส่งเหล่านี้ เพราะงัน ก็ขัดแย้งกันมาตลอด วันนี้ก็ต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนสำหรับในส่วนของภาคการผลิตพืชผลทางการเกษตร แหล่งน้ำกินน้ำใช้ จะต้องได้รับประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะมีการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมใดๆ ต้องไม่กระทบคุณภาพชีวิตในชุมชน โครงการพัฒนาต่างๆ ในอนาคตต้องมองในภาพรวม พิจารณาเรื่องเส้นทางคมนาคมขนส่งด้วย
"ทั้งหมดนี้อย่าตื่นตระหนกนะครับ เราไม่ได้ไปเปลี่ยนอาชีพของท่าน เพียงแต่จะเข้าไปดูแลท่านให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น แล้วก็ไม่ได้เป็นการบังคับนะครับแล้วแต่ความสมัครใจ เพราะฉนั้นอยากให้ประชาชนที่เป็นภาคเกษตรกรรมนั้นทราบว่าพื้นที่ใดของประเทศไทยนั้น เหมาะสมจะปลูกพืชอะไร ทั้งนี้ก็แล้วแต่ท่านนะครับ"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
แจงแก้หนี้นอกระบบ"จัดนาโนไฟแนนซ์-ออกพ.ร.บ.ทวงหนี้"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็อยากจะขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนอย่าไปได้กู้ยืมเงินจากนายทุนนอกระบบ ไปใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็น นอกจากจะต้องเสียเงินดอกเบี้ยสูงแล้ว รัฐบาลก็ไม่สามารถเข้าช่วยบรรเทาภาระท่านได้ ขณะนี้ รัฐบาลโดยฝ่ายเศรษฐกิจก็กำลังเร่งพิจารณารายละเอียดในการจัดตั้ง “นาโนไฟแนนซ์” ซึ่งก็ต้องพิจารณาว่าจะได้ผลหรือไม่ได้ผลอย่างไรตรงกับความต้องการหรือไม่ทั้งนี้เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนให้พี่น้องประชาชนอีกทางหนึ่ง ซึ่งอัตราดอกเบี้ยจะถูกกว่าการกู้ยืมนอกระบบ พร้อมกับการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ ที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรักษา คสช. ไปแล้วเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วาระที่ 2 แล้ว คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้
"หลังจากที่กฎหมายผ่านแล้ว ท่านที่จะทำธุรกิจทวงหนี้ จะต้องมาขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการคลัง และหากท่านมีการข่มขู่ หรือใช้ความรุนแรงกับลูกหนี้ หรือมีการทวงหนี้ยามวิกาล มีการระรานไปยังที่ทำงานหรือทวงหนี้กับญาติพี่น้อง ท่านจะมีความผิดในทันที โดยบทลงโทษสูงสุดคือการจำคุก จึงอยากจะขอเตือนนายทุนนอกระบบทั้งหลายว่ากรุณาอย่าได้ข่มขู่หรือทำการใดๆ ที่รุนแรงกับลูกหนี้นะครับ ให้ความเมตตา ให้ความเข้าใจ กับผู้ที่มีรายได้น้อยด้วยนะครับ อย่าเอาแต่ประโยชน์อย่างเดียว เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะในปัจจุบันนั้น เรื่องเกี่ยวกับหนี้สินนอกระบบนั้นมีกฎหมายอยู่หลายตัวนะครับ ต่อไปนี้เขาจะใช้อย่างเข้มงวดมากขึ้นด้วย"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่านอกจากกฎหมายใหม่แล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ วันนี้เราต้องมีชีวิตอยู่อย่างเพียงพอ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นะครับ มีมากใช้มาก มีน้อย ใช้น้อย เพราะงั้น พ่อแม่ ลูกหลานต้องช่วยกัน วันนี้หนี้สินเกิดมาจากลูกหลานทั้งสิ้น ไปเรียนหนังสือบ้าง ซื้อของที่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นประโยชน์บ้าง เพราะงั้นถ้าเรามีเงินน้อย ก็ซื้อของใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ต้องทันสมัยมากมายนักหรือเป็นของที่มียี่ห้อ มีชื่อเสียงมากนักเราต้องเห็นใจพ่อแม่ถ้าเราเรียกร้องมากๆ พ่อแม่ก็ต้องไปเป็นหนี้เป็นสินเขา ถึงเวลาเรียนหนังสือก็ต้องไปกู้เงินมาเรียนหนังสืออีก วันหน้าที่ทางต่างๆ ก็ต้องขายหมด ต้องเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในการดำรงชีวิตด้วย เมื่อท่านแข็งแรง มีเงินมาก ท่านก็ใช้มากไปไม่มีใครว่าอะไร
วอนสื่อทำความเข้าใจกับต่างประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าติดตามเห็นข่าวออกมาทางสื่อว่ามีท่านทูตหลายประเทศของ อียู ได้พูดถึงประเด็นการเสนอข่าวของสื่อไทยนะครับ ซึ่งบางครั้งก็เป็นการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรื่องส่วนตัวนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้เสียหาย หรือผู้กระทำก็ตาม ก็มีการพูดคุยกันระหว่างคณะทูตกับผู้แทนของสมาคมผู้สื่อข่าวประเทศไทย ก็ขอให้ระมัดระวังเพราะผลต่อเนื่องไปหลายๆ เรื่องด้วยกัน เช่นในเรื่องของการสมัครสมาชิก ยูเอ็น ในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ถึงแม้เราจะไม่ได้รับการคัดเลือกก็ขอให้ภูมิใจว่าเราก็ไม่ได้แพ้มากมายนะครับ สูงสุดก็ 162 ก่อนหน้าเราก็ 142 ของเราก็ 136 ประเทศสนับสนุนนะครับ ผมถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ ในสถานการณ์เช่นนี้
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า สิ่งที่เข้านำมาพิจารณาด้วยคือ ในส่วนของการสถานการณ์ เดินหน้าประเทศเราตอนนี้ ก็อาจจะมีประเด็นหลักๆ อยู่บ้าง ถ้าสื่อสร้างความเข้าใจ ในสิ่งที่ดี ในสิ่งที่เคยเป็นปัญหา ในสิ่งที่เราแก้ไข ผมว่าเขาก็เข้าใจได้ อันนี้ผมก็ไม่ไปก้าวล่วงท่าน เพราะฉะนั้นท่านไปพิจารณาว่าท่านควรจะต้องแก้ไข หรือทำอะไร อย่างไร ต่อไป ซึ่งช่วยประเทศไทยในการเดินหน้า แล้วก็สร้างความเข้าใจกับต่างประเทศให้เราด้วยนะครับ



