
พรชนก-สามีรับสารภาพร่วมกันฆ่าครูยุ่น
พรชนก-สามีรับสารภาพร่วมกันฆ่าครูยุ่น หลังแม่และลูกสาวช่วยเกลี้ยกล่อม
24ต.ค.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 23 ต.ค.2557 เจ้าหน้าที่ได้นำตัวลูกสาวของนายสมชาย แก้วบางยาง และมารดาของนางพรชนก ไชยะปะ เดินทางมาเกลี้ยกล่อมให้ทั้งสองยอมรับสารภาพจนกระทั่งนายสมชายและนางพรชนกใจอ่อนยอมรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่
นายสมชายให้การว่า เป็นคนสั่งให้นางพรชนกโทรศัพท์ลวงนายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษา ชาวญี่ปุ่นให้เดินทางมาพบที่บ้านหลังที่เกิดเหตุ หลังจากผู้ตายเข้านอนบนห้องนอนชั้น 2 นายสมชายได้แอบเข้าไปในห้องแล้วลงมือใช้หมอนอุดเข้าที่บริเวณใบหน้าของนายโยชิโนริจนขาดอากาศหายใจ หลังจากผู้ตายเสียชีวิต ตนและนางพรชนกได้ช่วยกันลากศพมาที่บริเวณห้องน้ำและช่วยกันชำแหละศพใส่กระสอบปุ๋ย 4 ใบแล้วนำขึ้นรถกระบะไปทิ้งในจุดดังกล่าว
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 24 ตุลาคม พล.ต.ท.อำนาจ อันอาจงาม รรท.ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวน พร้อมด้วย พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รรท.ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ และพ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ ผกก.สภ.บางเสาธง เรียกประชุมชุดพนักสอบสวนคลี่คลายคดีฆาตกรรมนายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ชาวญี่ปุ่น ที่สภ.บางเสาธง โดยใช้เวลาประชุมนานร่วม 3 ชั่วโมง
ต่อมาเวลา 14.30 น.วันเดียวกัน ตำรวจได้คุมตัวนางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี และนายสมชาย แก้วบางยาง อายุ 47 ปีสองสามีภรรยาผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่น ทำให้ปราศจากเสรีภาพ และร่วมกันปิดบังซ่อนเร้น เพื่ออำพรางคดี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จำนวน 4 จุด จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ ปจ. จาก ภ.1 จำนวน 2 กองร้อยไว้ดูแลรักษาความปลอดภัยกระจายกำลังท้ง 4 จุด โดยไม่ได้เรียงลำดับตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงโดยจุดแรกบริเวณใต้สะพานคลองนางทิ้ม ซึ่งเป็นจุดทิ้งถุงปุ๋ย 4 ถุง ที่บรรจุชิ้นส่วนศพ ซึ่งนายสมชายและนางพรชนกนำถุงบรรจุศพขึ้นบนรถแท็กซี่ขับออกมาบริเวณใต้สะพาน เมื่อมาถึงนายสมชายเป็นคนลงมาทิ้งถุงศพลงน้ำ ส่วนนางพรชนกนั่งรออยู่บนรถ จากนั้นขับรถออกไปทันที
น้ำตาคลอขอขมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดที่นำชิ้นส่วนศพบรรจุถุงปุ๋ยมาทิ้ง ภายหลังชี้จุดให้พนักงานสอบสวนบันทึกภาพประกอบสำนวนเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้เปิดโอกาสให้นายสมชายกับนางพรชนกขอขมานายโยชิโนริ โดยจัดเตรียมดอกไม้ธูปเทียนไว้ให้ ทั้งคู่กล่าวขอขมาด้วยเสียงสั่นทั้งน้ำตาว่า ขออโหสิกรรมในสิ่งที่ทำลงไป ขอให้ไปสู่สุคติ ไปภพภูมิที่ดี ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดกับครอบครัวของนายโยชิโนริ
ชี้จุดเผาเอกสารครูญี่ปุ่น
จากนั้นเจ้าหน้าที่ไปทำแผนยังจุดที่สอง ในการเคหะบางพลี โครงการ 3 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นบ้านพักของนายสมชาย โดยวันเกิดเหตุหลังจากผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพนายโยชิโนริ ได้นำเอกสารหลักฐานของนายโยชิโนริ อาทิ บัตรเครดิต นามบัตร เอกสารสำคัญ มาเผาทำลายหลักฐาน พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้พานายสมชายไปชี้จุดที่บ้านพักภายในการเคหะบางพลี ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบมีด เสื้อผ้า โดยเฉพาะกางเกงชั้นใน ตามคำสารภาพของนายสมชาย ที่ระบุว่าใส่กางเกงชั้นในตัวเดียวขณะหั่นศพ
ต่อมาเจ้าหน้าที่พาไปทำแผนประคำรับสารภาพยังจุดที่ 3 ที่โรงพยาบาลบางนา 2 เป็นจุดที่นางพรชนกพานายโยชิโนริไปรักษาอาการป่วยก่อนกลับมาบ้านพักในหมู่บ้านออร์คิด ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีคนพบเห็นนายโยชิโนริ
ชี้จุดฆ่าชำแหละแยกชิ้นส่วน
จุดสุดท้าย จุดที่ 4 ที่บ้านพักของนางพรชนก ภายในหมู่บ้านออร์คิด เลขที่ 201/237 หมู่ 7 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดที่นายสมชายสารภาพว่า เป็นสถานที่หั่นศพบริเวณห้องน้ำชั้น 2 ก่อนนำชิ้นส่วนบรรจุถุงกระสอบไปทิ้งในคลองนางทิ้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศขณะทำแผนในแต่ละจุดว่า ประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะเดียวกันก็มีสื่อมวลชนทั้งชาวไทยและญี่ปุ่นติดตามทำข่าวอย่างคึกคัก ภายหลังทำแผนประกอบครบทั้ง 4 จุด เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมผู้ต้องหาทั้งสองกลับมายัง สภ.บางเสาธง เพื่อดำเนินการสอบปากคำเพิ่มเติม
ใช้หมอนอุดหน้าจนตาย
พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดโอกาสให้ญาติผู้ต้องหาโดยเฉพาะลูกสาวคนโต คือ น.ส.อุษารัตน์ ไชยะปะ อายุ 23 ปี และมารดาของนางพรชนก เดินทางเข้าเยี่ยม พร้อมกับเกลี้ยกล่อมให้นายสมชายและนางพรชนกยอมรับสารภาพในสิ่งที่กระทำลงไป ทำให้นายสมชายใจอ่อน เปิดปากยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่านายโยชิโนริ ด้วยการใช้หมอนอุดหน้าจนขาดอากาศหายใจ ก่อนนำศพไปชำแหละแยกชิ้นส่วนในห้องน้ำ โดยที่นางพรชนกก็รู้เห็นอยู่ในเหตุการณ์ด้วย
“นายสมชายรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุช่วงค่ำวันที่ 21 กันยายน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์จากที่พักการเคหะบางพลีมาที่บ้านหลังเกิดเหตุ โดยเตรียมมีดเหน็บเอวมา ซึ่งนายสมชายมีกุญแจอีกดอกสามารถเปิดเข้าออกที่บ้านหลังนี้ได้ เมื่อขึ้นไปชั้น 2 ของบ้านเห็นนายโยชิโนรินอนหลับอยู่บนเตียงนอนก็ลากตัวมาที่พื้นข้างเตียง จากนั้นใช้หมอนอุดใบหน้าจนนายโยชิโนริแน่นิ่ง ก่อนจะลากเข้าไปในห้องน้ำ นายสมชายถอดเสื้อผ้าตัวเองออกสวมกางเกงในเพียงตัวเดียว ก่อนจะลงมือชำแหละศพแยกชิ้นส่วนศพ ซึ่งมีนางพรชนกรู้เห็นตลอดจนนำศพที่แยกชิ้นส่วนบรรจุถุงไปทิ้งด้วยกัน” พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย กล่าวยืนยัน
เผยลูกเกลี้ยกล่อมให้สารภาพ
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาทั้งสองยังให้การภาคเสธ กับให้การปฏิเสธให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน แต่เมื่อมีญาติ โดยเฉพาะลูกสาวเข้ามาพบ และเกลี้ยกล่อม ทำให้ผู้ต้องหาทั้งสองคนร่วมกันให้การเป็นประโยชน์เพิ่มเติมก่อนหน้านี้ แล้วรับสารภาพว่าฆ่านายโยชิโนริและทำลายศพ ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องหึงหวงและประสงค์ต่อทรัพย์ โดยคดีนี้มีพยานหลักฐานแน่นหนา ทั้งพยานวัตถุ พยานบุคคล พยานแวดล้อม พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะผลตรวจดีเอ็นเอ คดีนี้น่าจะเสร็จสิ้นภายใน 15 วัน และวันพรุ่งนี้จะนำผู้ต้องหาฝากขังต่อศาลอาญา ถ.รัชดาฯ ก่อนเที่ยง เนื่องจากคดีนี้มีความเกี่ยวเนื่องมาจากพื้นที่ของนครบาล
พร้อมรื้อคดีเก่าสอบสวนใหม่
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวอีกว่า สำหรับคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาทั้งสองคนก็ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน เบาะแสต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยินดีที่จะตรวจสอบรื้อคดีให้เกิดความกระจ่าง โดยเฉพาะในส่วนของ นางเคโกะ มัตตา ลูกสาวนายคาชิโตชิ ทานากะ ซึ่งเป็นอดีตสามีชาวญี่ปุ่นของนางพรชนก ที่ประสบอุบัติเหตุตกบันไดบ้านเสียชีวิตเมื่อปี 2546 ซึ่งคดีนี้เกิดในท้องที่ สภ.บางพลี
รายงานข่าวระบุว่า นายสมชายรู้เห็นทั้งหมดว่านางพรชนกคบหากับใครมาบ้างแต่ไม่ได้ว่าอะไร ซึ่งมีข้อแม้ว่าต้องมีเงินมาให้ ทุกครั้งที่ต้องการเงินก็จะโวยวายเสียงดังทำให้นางพรชนก ต้องไปจัดหาเงินมาให้ เสมือนใช้ให้นางพรชนกเป็นนางนกต่อ ซึ่งในส่วนของนายโยชิโนริก็เป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ แต่นายโยชิโนริมีความจริงใจต้องการจะอยู่กินกับนางพรชนกไปตลอด แต่นายสมชายไม่ยอมจึงต้องมีการฆ่าแล้วอำพรางศพด้วยการชำแหละแยกชิ้นส่วนบรรจุถุงปุ๋ยไปทิ้งคลอง จากนั้นให้นางพรชนก ไปกดเงินจากบัตรเอทีเอ็มของผู้ตาย และไปขนเอาทรัพย์สินในห้องพักด้วย
ผช.ผบ.ตร.ตรวจสอบคดีเก่าสามี'พรชนก'ตกบรรได
เมื่อเวลา 11.00น. พล.ต.ท.สุวีระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผบ.ตร. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี ได้เข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์ 2 คูหา 4 ชั้น เลขที่99/427-428 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อร่วมตรวจสอบคดีเก่าของนางพรชนก ที่มีสามีเก่าชาวญี่ปุ่นและได้ตกบันได้เสียชีวิต เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นเรื่องสะเทือนขวัญของประชาชน
พล.ต.ท.สุวีระ ได้กล่าวหลังจากตรวจสอบพื้นที่อาคาร ว่า วันนี้ได้เข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และตรวจสอบสำนวนการสอบสวนของเก่าเมื่อปี 2546 ว่ามีความสมบูรณ์ครบถ้วนเพียงใดหรือไม่ และมีพยานหลักฐานอะไรเพิ่มเติมว่าจะเป็นคดีอาญาหรือไม่ จากการตรวจสอบสำนวนแล้ว จึงมีความจำเป็นต้องมาตรวจสอบสถานที่จริงว่า กรณีที่ตกบันไดเสียชีวิตนั้นเป็นอย่างไร วันนี้จึงได้เชิญเจ้าหน้าที่นิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน มาร่วมตรวจสอบด้วย เพื่อคำนวณแรงและทิศทางต่างๆว่าจะสอดคล้องกับบาดแผลที่เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใดจนทำให้สามีนางพรชนกเสียชีวิต และหลังจากได้ข้อมูลจากทุกฝ่ายแล้ว จึงจะสามารถสรุปได้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร
หลังจากที่เข้าตรวจสอบสำนวนการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องการชันสูตรพลิกศพแล้ว ก็ได้สั่งการให้ทางสภ.บางพลีไปทำการประสานกับสถานทูตญี่ปุ่น เพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันชีวิตแล้ว คาดว่าอีกไม่นานคงจะทราบผลว่าเป็นอย่างไร



