
ฝากขัง!หมอศัลยกรรมทำสาวผู้ดีตาย
24 ต.ค. 2557
อนุญาตฝากขังครั้งแรก 'แพทย์ศัลยกรรม' ประมาททำสาวอังกฤษเสียชีวิต ตร.ไม่ค้านประกันตัว แต่ขอศาลสั่งห้ามออกนอกประเทศ
24 ต.ค. 57 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ท.สมนึก สันติภาตะนันท์ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ควบคุมตัวนายแพทย์ อายุ 51 ปี แพทย์ผู้ต้องหาคดีกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 มายื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค. - 4 พ.ย.นี้ เนื่องจากต้องรอสอบพยานเพิ่มอีก 10 ปาก และรอผลตรวจชันสูตรพิสูจน์ศพ , ลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา และอื่นๆ
อย่างไรก็ดี การยื่นฝากขังนี้ พนักงานสอบสวนไม่ได้คัดค้านการประกัน แต่ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกประเทศ ขณะที่คำร้องฝากขัง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 57 สาวสัญชาติอังกฤษ อายุ 24 ปี ผู้ตาย ได้มาทำศัลยกรรมกับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นแพทย์เวชกรรมของคลินิกเวชกรรมเฉพาะทางศัลยกรรม ภายในซอยลาดพร้าว ถ.ลาดพร้าว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. จากนั้นผู้ตายได้กลับไปพักฟื้น แต่ปรากฏว่า แผลผ่าตัดมีเลือดไหลออกมา จึงได้กลับมาพบกับผู้ต้องหาอีกครั้งในวันที่ 23 ต.ค. เวลาช่วงประมาณ 14.00 น. เพื่อให้ผู้ต้องหาทำการผ่าตัดเอาซิลิโคนออก ซึ่งผู้ต้องหาได้สอบถามสาวสัญชาติอังกฤษ ว่าได้อดอาหาร และน้ำหรือไม่
จากนั้นได้ให้พนักงานในคลินิก ทำการเปลี่ยนเสื้อผ้า และให้ผู้ตายไปคอยที่ห้องล้างแผล ต่อมาเวลาประมาณ 19.00 น. ผู้ต้องหาได้พาผู้ตายไปยังห้องผ่าตัด ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 2 ของคลินิก ซึ่งผู้ต้องหาได้ฉีดยานอนหลับให้แก่ผู้ตาย หลังจากนั้นได้ทำการผ่าตัดเอาซิลิโคนออกจนแล้วเสร็จ แต่ผู้ตายยังไม่รู้สึกตัว จึงใช้เครื่องช่วยหายใจ และทำการปั๊มหัวใจ พร้อมทั้งเรียกรถพยาบาลจาก รพ.เปาโลฯ โชคชัย 4 เพื่อทำการช่วยเหลือโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ปรากฏว่า ชีพจรของสาวสัญชาติอังกฤษ ไม่ตอบสนองจนถึงแก่ความตายในที่สุด โดยพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดี ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธโดยตลอด
ทั้งนี้ ศาลพิจารณาคำร้อง และสอบถามผู้ต้องหาแล้ว ไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
สาวผู้ดีทำศัลยกรรมดับคาเตียง
เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.เฉลียง อินทิพย์ พงส.สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุชาวต่างชาติเสียชีวิต หลังเข้าทำศัลยกรรม ที่ คลินิก ปากซอยลาดพร้าว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง จึงแจ้งผู้บังคับบัญชา ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. พ.ต.อ.ชยุต มารยาตร์ รองผบก.น.2 พ.ต.อ.นิพนธ์ เจริญผล ผกก.สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์เวร เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเปิดเป็นคลินิกเฉพาะทางศัลยกรรม เจ้าหน้าที่กันพื้นที่ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้า ผู้เสียชีวิตเป็นสาวสัญชาติอังกฤษ อายุ 24 ปี
พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายได้เดินทางมารับการรักษา ซึ่งในการทำศัลยกรรมนั้นต้องมีการฉีดยานอนหลับ โดยภายหลังจากที่ให้ยาดังกล่าวแล้ว เกิดอุบัติเหตุทำให้เสียชีวิต ซึ่งในเบื้องต้นต้องทำการสอบปากคำแพทย์ และพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด รวมถึงรอผลจากการชันสูตรพลิกศพ ว่าเป็นไปตามที่ให้การ หรือไม่อย่างไร เกิดจากความประมาทจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายหรือไม่ ซึ่งจากการสวบสวนแพทย์ ก่อนที่จะทำการรักษา จะมีการแจ้งว่าห้ามรับประทานน้ำ หรืออาหารมาก่อน แต่ผู้ตายน่าจะรับประทานอะไรมาก่อนที่รับการรักษา จึงอาจจะเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตามต้องรอผลทางนิติเวชอีกครั้ง
"สำหรับคลินิกดังกล่าวเปิดดำเนินการมากว่า 10 ปี ที่ผ่านมายังไม่มีพบว่าเคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว ในส่วนของผู้เสียชีวิตนั้น เวลานี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังสถานทูตอังกฤษแล้ว นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่พักภายในซอยลาดพร้าว ว่าผู้ตายมาพักอาศัยที่กรุงเทพฯ กับใคร มีญาติหรือไม่ และจากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายเคยมาทำศัลยกรรมที่คลินิกดังกล่าวแล้ว โดยครั้งแรกมาดูดไขมัน ส่วนครั้งนี้มาทำศัลยกรรมเกี่ยวกับสะโพก แต่ยังไม่แน่ชัดว่ามาทำอะไร ต้องรอสอบปากคำแพทย์อย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง ว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นไปตามหลักสากล และมีอุปกรณ์ในการช่วยชีวิต หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุหรือไม่อย่างไร"
ตร.รวบแพทย์ทำศัลยกรรม
พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รองผบก.น.2 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบใบอนุญาต คลินิกดังกล่าวมีใบอนุญาตเฉพาะทางศัลยกรรม โดยมีนายแพทย์เป็นเจ้าของคลินิก ซึ่งมีใบอนุญาตถูกต้อง ก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิต ได้เข้ามาทำศัลยกรรม ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่พอใจบริเวณที่ทำศัลยกรรม ในวันเกิดเหตุจึงกลับมาให้แพทย์ทำการรักษาโดยการผ่าตัดเอาซิลิโคนที่ใส่ไว้ออกมา และระหว่างการผ่าตัดเอาซิลิโคนออก ซึ่งแพทย์ต้องมีการฉีดยาชา ระหว่างนั้นหญิงชาวอังกฤษ มีอาการสลึมสลือ และหมดสติ ซึ่งทางแพทย์พยายามช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวแพทย์ผู้ทำศัลยกรรมทำให้หญิงชาวอังกฤษเสียชีวิต ในข้อหา กระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต และจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



