
พายัพ-ทักษิณ-ปูทอดกฐินวัดป่าพุทธคยา
พายัพ-ทักษิณ-ปูทอดกฐินวัดป่าพุทธคยา ชวนกลุ่มอดีตส.ส.อีสานที่สนิทไปร่วมด้วย ป.ป.ช.เผยผลสอบเชิงลึกบัญชีทส.ยิ่งลักษณ์-5รมต.จำนำข้าว
22ต.ค.2557 รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า นายพายัพ ชินวัตร น้องชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ชักชวนกลุ่มอดีตส.ส.ที่สนิทสนมร่วมเดินทางไปทำบุญทอดกฐินสามัคคีร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่วัดป่าพุทธยา เมืองคยา ประเทศอินเดีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นส.ส.ภาคอีสานที่สนิทสนมกับนายพายัพ สมัยเป็นประธานส.ส.ภาคอีสาน
ทั้งนี้วัดป่าพุทธคยาเป็นวัดที่นายพายัพเคยบวช โดยคณะอดีตส.ส.ที่จะเดินทางไปแบ่งออกเป็นหลายคณะ มีทั้งคณะที่ทยอยเดินทางไปก่อนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค. และคณะที่เดินทางไปในวันงานแบบไปเช้า-เย็นกลับในวันที่ วันที่ 25 ต.ค.ที่มีการนัดหมายกันในเวลา 6.00น. เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบิน Thaismile เที่ยวบิน Charter Flight 8052 เวลา 07.50น. ถึงสนามบินคยารัฐพิหาร เวลา 09.00น.เดินทางถึงวัดป่าพุทธคยาเวลา 11.00น.ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์เวลา 12.00น.ร่วมรับประทานอาหารกลางวันเวลา 13.00น. พิธีทอดกฐินสามัคคี
เวลา 14.00น. ทำทานบารมี-กาลทานแด่ผู้ยากไร้ 14.35 น.เดินทางไปสนามบินคยา เวลา16.00น. กลับประเทศไทยโดยสายการบิน Thaismile เที่ยวบิน Charter Flight 8053 เวลา 20.40น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ อย่างไรก็ดีการเดินทางครั้งนี้มีการร้องขอให้ผู้ที่เดินทางไปต้องแต่งกายด้วยชุดขาว โทนสีสุภาพด้วย
ผลสอบเชิงลึกบัญชี‘ทส.ยิ่งลักษณ์-5รมต.’
นายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของอดีตรัฐมนตรี 5 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการรับจำนำข้าว ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าในการตรวจสอบไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และอยู่ระหว่างการเรียบเรียงข้อมูล โดยในคดีเช่นนี้เราไม่อยากจะไปให้ข่าวแก่สื่อมวลชนมากนัก เนื่องจากอยู่ระหว่างนโยบายการปรองดองสมานฉันท์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งอาจจะทำให้บางฝ่ายเกิดความไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิดได้ ทั้งนี้หากการตรวจสอบแล้วพบว่า ทรัพย์สินที่เขาได้มานั้นถูกต้อง เราก็ต้องยอมรับ
เมื่อถามว่า ความคืบหน้าในการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คุมกลุ่มผู้ชุมนุมช่วงปี 2556 นายณรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้กำลังรอคณะอนุกรรมการฯตรวจสอบ ซึ่งจะรีบประชุมให้เร็วที่สุด แต่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้ในตอนนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อดีตรัฐมนตรีทั้ง 5 รายที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งคณะอนุกรรมการฯไต่สวน ได้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และนายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์
อัยการ-ป.ป.ช.ประชุมสอบเพิ่มคดีจำนำข้าว7พ.ย.นี้
นายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุด ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานอัยการคดีรับจำนำข้าว กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ 3 ประเด็นในสำนวน ที่อัยการสูงสุด ให้คณะทำงานร่วมอัยการ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้น เพราะมีหลายส่วนที่ต้องพิจารณา โดยคณะทำงานร่วม จะต้องประชุมพิจารณากันอีกในวันที่ 7 พ.ย.นี้
เมื่อถามว่า ถ้าการประชุมวันที่ 7 พ.ย.ยังไม่ได้ข้อยุติ แล้วหาก ป.ป.ช.จะฟ้องคดีเอง สามารถทำได้หรือไม่ นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ตามกฎหมาย ป.ป.ช.สามารถฟ้องคดีเองได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีดังกล่าว นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด ได้มีความเห็น เมื่อวันที่ 3 ก.ย.57 ที่ผ่านมา ว่าสำนวน ป.ป.ช. ยังมีประเด็นที่ไม่สมบูรณ์ จึงให้ตั้งคณะทำงานร่วมอัยการ - ป.ป.ช. พิจารณาใน 3 ประเด็น คือ 1.โครงการรับจำนำข้าว เป็นโครงการของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้เป็นนโยบายต่อรัฐสภา ดังนั้นจึงควรรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้ความชัดว่า นายกรัฐมนตรี มีอำนาจในการที่จะยับยั้งโครงการที่เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาแล้วหรือไม่ 2.เรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ควรทำการไต่สวนรวบรวมพยานหลักฐาน ให้สิ้นกระแสความว่า ภายหลังที่โครงการรับจำนำข้าว ได้ถูกท้วงติงจาก ป.ป.ช. และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหาได้ดำเนินการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตหรือไม่ อย่างไร ผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร
และ 3.เรื่องการทุจริต ควรไต่สวนพยานเพิ่มเติมให้ได้ความว่า พบการทุจริตในขั้นตอนใดและมีการทุจริตอย่างไร นอกจากนั้นที่มีการกล่าวอ้างถึงรายงานวิจัยโครงการนโยบายข้าวของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ว่าโครงการดังกล่าวมีการทุจริตและมีความเสียหายจำนวนมาก แต่ในสำนวนการไต่สวนปรากฏว่ามีเพียงหน้าปกรายงานวิจัยเท่านั้น ดังนั้นจึงให้รวบรวมรายงานวิจัย ทั้งฉบับเป็นพยานหลักฐานในสำนวนการไต่สวนให้สมบูรณ์ด้วย



