
เก็บDNAบ้านพรชนกคาดที่หั่นศพครูชาวญีปุ่น
ตำรวจ-พฐ.เก็บหลักฐานคราบดีเอ็นเอ.บ้านพรชนกคาดเป็นที่หั่นศพชาวญี่ปุ่น เผยคนญี่ปุ่นวัยเกษียณนิยมใช้ชีวิตในไทย
จากกรณีการหายตัวไปของนายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น จากนั้นนายสมชาย แก้วบางยาง สามีของนางพรชนก ไชยะปะ หญิงคนสนิทของนายโยชิโนริได้ให้การรับสารภาพลงมือฆ่าหั่นศพนายโยชิโนริและแยกชิ้นส่วนใส่ดำ จำนวน 4 ใบ ก่อนนำศพไปทิ้งถ่วงน้ำในคลองนางทิ้ม จ.สมุทรปราการ จากนั้นตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยได้งมค้นหา จนพบชิ้นส่วนอวัยวะภายใน กระโหลกศีรษะ มือ และเท้า เมื่อกลางดึกวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 22 ต.ค. พล.ต.ต.คเชนทร์ คชพลายุกต์ รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ ผกก.สภ.บางเสาธง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสภ.บางเสาธง และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นหาภายในบ้านเลขที่ 201/237 หมู่บ้านออคิดส์วิลล่า ถ.บางนา-ตราด จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมทั้งตรวจบ่อเกรอะหาชิ้นเนื้อ ตามคำให้การของนายสมชายที่ระบุว่า บ้านหลังนี้เป็นสถานที่ที่ใช้ฆ่าหั่นศพนายโยชิโนริ
ทั้งนี้ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหากับนางพรชนกและนายสมชายฐานฆ่าคนตายโดนไตร่ตรองไว้ก่อน และซ่อนเร้นอำพรางศพ ขณะเดียวกันได้มีการประสานนักประดามูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่องมค้นหาในคลองจุดเดียวกับที่ค้นหาเมื่อคืน เพื่อหาชิ้นส่วนศพที่คาดว่าเป็นของนายโยชิโนริ คือ ส่วนลำตัวและท่อนแขนกับขาที่ยังค้นหาไม่พบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อนบ้านในระแวกข้างเคียงต่างบอกว่า สงสัยในพฤติกรรมของนายสมชายกับนางพรชนก สองสามี-ภรรยามานานแล้ว เนื่องจากไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังสร้างบ้านที่ทีกำแพงหนาทึบ และมีประวัติในการคบหากับชายชราชาวญี่ปุ่นอย่างน้อย 4-5 คน นอกจากนี้เพื่อนบ้านยังจับบกลุ่มวิพากวิจารย์ถึงกรณีที่นางพรชนก นิมนต์พระมาทำบุญบ้าน เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการนิมนต์มาเพียง 1 รูป เท่านั้น ประกอบการประกอบพิธีบางอย่างไม่เหมือนการทำบุญบ้านปกติ อีกทั้งการประกอบพิธียังเกิดขึ้นก่อนการปล่อยเช่าบ้านเพียงไม่กี่ชั่วโมง
พล.ต.ต.คชเชนทร์ กล่าวภายหลังเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าวว่า ตำรวจสภ.บางเสาธง ได้ประสาน เจ้าหน้าพิสูจน์หลักฐาน เข้าเก็บหลักฐานซึ่งเชื่อว่ามีการฆาตรกรรมกันเกิดขึ้น ภายหลังพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกแยกใส่ถุงทิ้งคลองนางทิ้ม ภายในซอยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บางนา โดยมีส่วนเชื่อมโยงกับบ้านหลังนี้ ซึ่งมีการตรวจเก็บหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งในและนอกบ้าน โดยเบื้องต้นในช่วงเช้ายังไม่พบหลักฐานมากนัก แต่บ่ายวันนี้ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐายกลาง นำอุปกรณ์ เข้าตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ เพื่อนำกลับไปตรวจเปรียบเทียบกับชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบในคลองนางทิ้มเมื่อคืนนี้
พล.ต.ต.คเชนทร์ กล่าวอีกว่าขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า บ้านหลังนี้เป็นสถานที่ก่อเหตุฆาตกรรมนายโยชิโนริ หรือไม่ ซึ่งนายโยชิโนริ อาจเสียชีวิตมาจากที่อื่นและนำมาแยกชิ้นส่วนศพที่บ้านหลังนี้ก่อนนำไปทิ้ง หรืออาจเป็นการก่อเหตุฆาตกรรม และแยกชิ้นส่วนที่บ้านหลังนี้เลยก็เป็นได้ ซึ่งต้องรวบรวมสำนวนจากตำรวจนครบาล และรวบรวมวัตถุพยานพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุทั้งหมดมาประมวลเพื่อหาข้อสรุป แล้วขออนุมัติหมายจับในคดีฆาตรกรรมอำพรางต่อไป
ด้านนางประเทือง วงศ์จันทร์ อายุ 62 ปี ผู้ที่มาเช่าบ้านหลังเกิดเหตุเปิดเผยว่า ลูกสาวที่ทำงานอยู่ร้านทองออโรร่ารู้จักกับนางพรชนก เพราะนางพรชนกเคยไปขายไม้แก่นจันทร์ และรู้ว่านางพรชนกจะปล่อยขายบ้านหลังนี้ ราคา 2.5 ล้านบาท ลูกสาวของตนสนใจจึงขอต่อรองราคา เหลือแค่ 2 ล้าน แต่ตกลงขอเช่าอยู่ไปก่อนเพราะไม่มีเงินพอ โดยมีการติดต่อกันในช่วงวันที่ 29-30 ก.ย.ที่ผ่านมา นางพรชนกตกลงให้เช่าเดือนละ 8,000 บาท และขอล่วงหน้า 3 เดือน ลูกสาวตนก็ต่อรอง ขอเเหลือ 2 เดือน ก่อนจะเดินทางมาดูบ้านก็พอใจเพราะบ้านสวยดีน่าอยู่
ต่อมาเวลา 14.15 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานอีกชุดได้เดินทางมาช่วยตรวจสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะการตรวจหาดีเอ็นเอ.คราบเลือด ซึ่งได้นำอุปกรณ์ และน้ำยาเคมีมาทำการตรวจสอบอย่างละเอียด หากมีคราบเลือดถึงแม้จะถูกชะล้างออกก็ยังสามารถพิสูจน์เห็น เพื่อนำหลักฐานดีเอ็นเอที่เก็บได้นั้นไปตรวจเทียบเคียง ขณะเดียวกันได้เก็บกระสอบปุ๋ยบรรจุปุ๋ยอินทรีย์สำหรับปลูกต้นไม้ มาเทียบเคียงกับกระสอบปุ๋ยที่ห่อชิ้นส่วนศพที่พบ เบื้องต้นเป็นขนาดเดียวกัน อย่างไรก็ตามต้องนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
บุตรชายพร้อมทูตเข้าพบรองผบ.ตร.
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) นายเทะซูโอะ ชิมาโตะ บุตรชายของนายโยชิโนริพร้อมด้วยนายเซกิ ทาเคอุจิ หัวหน้าฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.รองผบ.ตร.) พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รรท.ผบช.น.) และพ.ต.อ.สมบัติ มินทจินดา รรท.ผบก.สส.บช.น. เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีของบิดา
พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า คดีนี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. รู้สึกเสียใจอย่างมากต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และขอแสดงความเสียใจแทนคนไทยในฐานะเจ้าของประเทศ โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับคนร้ายตามกระบวนการยุติธรรมให้ถึงที่สุด โดยนายเทะซูโอะ ได้ขอบคุณตำรวจไทยที่ทำคดีนี้อย่างเต็มที่ทำให้สามารถคลี่คลายคดีได้อย่างรวดเร็ว สำหรับชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบในคลองนางทิ้ม มีความชัดเจนว่าเป็นของนายโยชิโนริอย่างแน่นอน เพราะในการตรวจเอกลักษณ์บุคคลนั้น มีทั้งการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอ การตรวจภาพเชิงซ้อน การตรวจรอยพิมพ์ฟัน โดยเฉพาะฟันปลอมที่มีความชัดเจนว่ามีกี่ซี่ นอกจากนี้เมื่อนำชิ้นส่วนศีรษะขึ้นมาจากน้ำ พบว่า องค์ประกอบใบหน้ายังมีความชัดเจน สามารถยืนยันตัวบุคคลได้จากภาพถ่าย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นายเทะซูโอะ ยังไม่ได้ดูชิ้นส่วนที่พบ
หลังจากนี้จะพานายเทะซูโอะ จะเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นท้องที่ที่เกิดเหตุ หลังผู้ต้องหาทั้สองรับสารภาพว่า ได้ลงมือฆ่านายโยชิโนริและลงมือหั่นศพที่บ้านในหมู่บ้านออร์คิดวิลล่า ท้องที่สภ.บางเสาธง ก่อนจะนำศพไปทิ้งในคลองพื้นที่ อ.บางบ่อ โดยจากนี้พนักงานสอบสวนจะทำการสอบปากคำ นายเทะซูโอะ ไว้ในฐานะผู้กล่าวหาที่สอง นอกเหนือจากตำรวจ สำหรับคดีนี้ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต นอกจากนี้เจ้าหน้าที่เครียมรื้อคดีต่างๆเกี่ยวกับการตายของสามีคนก่อนหน้านี้ของนางพรชนกมาตรวจสอบอีกด้วย
ด้าน พล.ต.ต.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคน สารภาพว่าได้ร่วมกันชำแหละศพ ในห้องน้ำ ชั้น 2 ของบ้าน ภายในหมู่บ้านออร์คิดวิลล่า โดยมีมูลเหตุจูงใจเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ ส่วนที่ต้องหั่นศพเพราะต้องการอำพรางคดีไม่มีเหตุผลอื่น ยืนยันว่าคดีนี้ตำรวจมีหลักฐานที่ชัดเจนที่จะสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ เพราะอย่างที่ทราบว่าคำรับสารภาพมีค่าเป็นศูนย์ในคดีที่มีอัตราโทษเกินกว่า 5 ปี เพราะศาลจะไม่รับฟัง แต่คดีนี้เรามีทั้งพยานบุคคล พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ วัตถุพยานต่างๆ ที่มีความเชื่อมโยงกัน แต่ตนขอไม่พูดถึงรายละเอียดเพราะเป็นเรื่องในสำนวนการสอบสวน ส่วนทรัพย์สินของผู้ตาย กว่า 1 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบก่อนคืนให้กับทายาทผู้มีสิทธิ์ในมรดกของผู้เสียชีวิตต่อไป
ด้านนายเทะซูโอะ กล่าวถึงความรู้สึกว่า ตนเองรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก จนถึงตอนนี้ยังรู้สึกช็อก และยังทำใจไม่ได้ แม้จะรู้สึกไม่พอใจในการกระทำของคนร้าย แต่ตนก็ยังมีความรู้สึกที่ดีกับคนไทย และประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านี้บิดาตนเคยบอกว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงาม คนไทยก็มีอัธยาศัยดี จึงอยากจะมาใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายที่
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบพบว่า นางพรชนกได้นำบัตรเอทีเอ็มของนายโยชิโนริไปกดเงินจำนวน 7 แสนบาท เมื่อตรวจสอบประวัติของนางพรชนกมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ เคยเปลี่ยนชื่อ นามสกุล มาแล้วหลายครั้ง ก่อนหน้านี้ใช้ซื่อนางเพ็ญศรี ไชยะปะ เคยพัวพันกับชาวญี่ปุ่นหลายรายด้วยกันคนแรกคือนายคาชิโตชิ ทานากะมีลูกสาว 1 คน ก่อนที่ในปี 2546 ก่อนจะประสบอุบัติเหตุตกบันไดเสียชีวิตด้วยผลข้างเคียงจากโรคประจำตัว คดีนี้ตำรวจลงความเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุท่ามกลางการเคลือบแคลงสงสัยญาติที่ไม่ปักใจเชื่อ แต่คดีนี้ก็ได้ปิดลง พร้อมที่นางพรชนกได้เงินประกันจำนวน 6 ล้านบาท ญี่ปุ่นคนที่ 2 ที่นางพรชนกเคยพัวพันคือนายโนบูรุ อิฮิซาวะ และคนที่ 3 คือ นายคามาการิ
กระทั่งเมื่อเดือนเมษยน ที่ผ่านมานางพรชนกได้รู้จักและสนิทสนมกับนายโยชิโนริจนนายโยชิโนริหายตัวไปและพบว่าถูกฆาตรกรรมอำพรางในที่สุด ส่วนนายสมชาย สามีคนไทยของนางพรชนกพบว่า เคยอยู่กินกันมานาน และมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน โดยนางพรชนกได้คบกับนายสมชายไปพร้อม ๆ กับนายโยชิโนริ
เผยญี่ปุ่นวัยเกษียณนิยมใช้ชีวิตในไทย
มีรายงานข่าวจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่า หลายปีที่ผ่านมามีผู้สูงวัยจากประเทศญี่ปุ่นเดินทางเข้ามาใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายชีวิตในประเทศไทยมากขึ้น โดยสถิติล่าสุดพบว่าเฉพาะปี 2556 เพียงปีเดียวมีผู้สูงวัยชาวญี่ปุ่นเข้ามาพักในไทยระยะยาวมากถึง 2,941 คน เป็นชาย 2,444 คน และหญิง 497 คน ส่วนใหญ่พบว่าไปพักอยู่ในจังหวัดทางภาคเหนือ
สำหรับหลักเกณฑ์กรณีเข้ามาใช้ชีวิตในบั้นปลายนั้น มีคำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. ที่327/57 ลง มิ.ย. 57 กรณีการใช้ชีวิตในบั้นปลาย ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี 1.คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว 2.มีอายุตั้งแต่ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป 3.มีหลักฐานการมีเงินได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ65000 บาท หรือ 4.ณ วันที่ยื่นคำขอมีเงินฝากในธนาคารในประเทศไทยคงอยู่ในบัญชีตลอดระยะ เวลาย้อนหลัง 3 เดือน ไม่น้อยกว่า 800,000 บาท เฉพาะในปีแรกให้แสดงบัญชีเงินฝากโดยมีเงินจำนวนดังกล่าวฝากอยู่ในบัญชีมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 วัน หรือ
5.มีเงินได้ในรอบปีและมีเงินฝากธนาคารคำนวนรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 800,000 บาท นับถึงวันที่ยื่นคำขอ 6. คนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรก่อนวันที่ 21ตุลาคม 2541 และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลายต่อเนื่องตลอดมา จะต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ที่แน่นอน โดยมีเงินฝากคงอยู่ในบัญชีตลอดระยะเวลาย้อนหลัง 3 เดือน ไม่น้อยกว่าปีละ 200,000 บาท หรือมีรายได้ไม่น้อยกว่า เดือนละ 20,000 บาท หากอายุไม่ถึง 60 ปี แต่ไม่น้อยกว่า 55 ปี ต้องมีรายได้ที่แน่นอนโดยมีเงินฝากคงอยู่ในบัญชีตลอดระยะเวลาย้อนหลัง 3 เดือน ไม่น้อยกว่าปีละ 500,000 บาท หรือมีรายได้ไม่น้อยกว่า เดือนละ 50,000 บาท
มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ปัจจุบันได้มีธุรกิจดูแลผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยหลายแห่ง มีทั้งในกรุงเทพมหานคร และสถานที่ที่อยู่ระยะยาวในที่พักในภาคเหนือ ซึ่งมีลักษณะให้บริการที่พักในระยะยาว เป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่นที่มาใช้ชีวิตยามบั้นปลายหลังจากเกษียณอายุแล้ว
พบคราบเลือดที่ห้องน้ำชั้น2บ้านพรชนก
เมื่อเวลา 16.00 น. ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ พฐ. ได้ตรวจเก็บหลักฐานที่บ้านนางพรชนกเกือบตลอดทั้งวัน พล.ต.ต.คเชนทร์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจเก็บหลักฐานชิ้นสำคัญหลักๆ 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.คราบเลือดที่พบภายในห้องน้ำบนชั้น 2 ของบ้าน ซึ่งยืนยันได้ว่าเป็นเลือดมนุษย์ ยังไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ 2.ดินที่พบภายในกระสอบบรรจุชิ้นส่วนศพที่พบนั้น ได้นำมาเปรียบเทียบกับดินที่บ้านหลังดังกล่าว พบว่าเป็นชนิดเดียวกัน และ 3.คือลักษณะถุงปุ๋ย พบถุงปุ๋ยซึ่งอยู่ที่บ้านตรงกับถุงปุ๋ยที่ห่อชิ้นส่วนศพไปทิ้งอำพราง
พล.ต.ต.คเชนทร์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม จะได้นำหลักฐานที่ตรวจพบ เข้าสู่กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ. ว่าคราบเลือดที่พบตรงกับชิ้นส่วนศพหรือไม่ แล้วเทียบเคียงกับญาติชาวญี่ปุ่นเพื่อระบุตัวบุคคล ประกอบสำนวนการสอบสวน โดยได้เร่งรัดให้ทาง พฐ.รีบดำเนินการตรวจพสูจน์ผลให้เร็วที่สุด โดยการเข้าตรวจค้นเก็บหลักฐานครั้งนี้ก็เป็นไปตามข้อมูลคำให้การของนายสมชาย ที่ได้ให้ถ้อยคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล
"ตอนนี้ยังยืนยันไม่ได้ว่าเลือดที่พบเป็นของคนตายหรือของใคร และชิ้นส่วนคนตายที่พบเป็นใคร ต้องรอผลยืนยันทางนิติวิทยาศาสตร์เสียก่อน แต่ขณะนี้มีหลักฐานมากพอสมควร ส่วนจะเกี่ยวข้องชาวญี่ปุ่นคนก่อนๆที่มาพัวพันนางพรชนกนั้นต้องดูอีกที เพราะตอนนี้ทางเรายังไม่ได้สอบปากคำผู้ต้องสงสัยทั้งคู่ กำลังเร่งประชุมหารือและขอตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อให้ความกระจ่างว่าเป็นการฆาตรกรรมในลักษณะไหน จากเหตุจูงใจคาดว่าทางนครบาลน่าจะส่งมอบตัวมาให้สอบสวนเร็วๆนี้ หลังจากผู้บังคับบัญชา ภ.1 ประชุมกำหนดทิศทางในค่ำวันนี้ ที่ สภ.บางเสาธง"พล.ต.ต.คเชนทร์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 22 ต.ค. เวลา 19.00 น. พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 เรียกประชุมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมหารือในคดีฆ่าหั่นศพชาวญี่ปุ่นดังกล่าวที่ สภ.บางเสาธง คาดว่า น่าจะมีความคืบหน้าของแนวทางในการทำคดีที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น



