ข่าว

พ่อแม่2พม่าถึงไทยร่ำไห้ขอความเป็นธรรม

พ่อแม่2พม่าถึงไทยร่ำไห้ขอความเป็นธรรม

22 ต.ค. 2557

พ่อแม่ 2 ผู้ต้องหาถึงสถานทูตเมียนมาร์ ก่อนเดินทางเยี่ยมลูกที่เรือนจำเกาะสมุยด้านตำรวจย้ำไม่หวั่น 2 ผู้ต้องหากลับคำให้การเชื่อมั่นในพยานหลักฐาน

 
         วันที่ 22 ต.ค.57 ภายหลังจากที่ 2 ผู้ต้องหาชาวเมียนมาร์เชื้อสายยะไข่คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย.57 ที่ผ่านมา โดยถูกตำรวจฝากขังที่เรือนจำอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นผลัดที่ 2 แล้ว และสังคมยังคงวิพากวิจารณ์ว่า 2 ผู้ต้องหาอาจจะไม่ใช่คนร้ายตัวจริงนั้น
 
          ล่าสุดนายโมไว ผู้ประสานงานติดตามคดีของสถานทูตเมียนมาร์ประจำประเทศไทย ได้แจ้งว่า บิดา มารดา ของนายเวพิว หรือนายวิน และนายซอ หรือโซ ลิน 2 ผู้ต้องหา จะเดินทางออกจากประเทศเมียนมาร์โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน dd4231 มาถึงประเทศไทยก่อนเที่ยงของวันนี้ หลังจากนั้นจะเดินทางเข้าไปร่วมประชุมกับคณะทำงานการช่วยเหลือ 2 ผู้ต้องหา ที่สถานทูตเมียนมาร์ก่อน จากนั้นจะเดินทางลงเกาะสมุยเพื่อเยี่ยมลูกชายที่เรือนจำอำเภอเกาะสมุย โดยมีทางเจ้าหน้าที่สถานทูตเมียนมาร์และคณะทำงานของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม ประสานกับเรือนจำอำเภอเกาะสมุยและร่วมเดินทางด้วยกัน
 
          ขณะที่แหล่งข่าวทางตำรวจชุดปฎิบัติการคลี่คลายคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า กล่าวว่ากรณีที่ 2 ผู้ต้องหากลับคำให้การกับทีมทนายของเมียนมาร์หรือกลับคำให้การในชั้นศาลนั้นเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ที่จะให้การรับหรือปฏิเสธแต่สุดท้ายแล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม และตำรวจยังเชื่อมั่นในพยานหลักฐานของตำรวจที่มีอยู่ที่สามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ ไม่ได้วิตกกังวลแต่อย่างใด
 
 
 
 
พ่อแม่สองพม่าเดินทางถึงไทย
 
 
          เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 22 ต.ค. ที่บริเวณประตูทางออกที่ 2 อาคารผู้โดยสารต่างประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง นายอู ทัน ทัน ไต (U Tun Tun Htike) และ นางอู ซอ เอ หม่อง (U Zaw Aye Maung) พ่อแม่ของนายวิน ซอ ตุน (Ko Win Zaw Htun) ผู้ต้องหาแรงงานพม่าคนแรกวัย 21 ปี และนางดาว์ ฟิว ชเว นู (Daw Phyu Shwe Nu) แม่ และนายอู เทียนชเว อ่อง (U thein Shwe Aung) ลุงของซอ ลิน (Ko Zaw Lin Oo) ผู้ต้องหาแรงงานพม่าคนที่ 2 วัย 21 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นคนฆ่าสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่าได้เดินทางมาถึงประเทศไทยด้วยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่DD4231  โดยมีตัวแทนสถานทูตพม่าและคณะกรรมการคุ้มครองแรงงานมารอให้กำลังใจและให้การต้อนรับจำนวน 9 คน โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยผู้สื่อข่าวจากทั้งของไทยและสำนักข่าวต่างประเทศมารอทำข่าวอย่างคับคั่ง
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่พ่อและแม่ของผู้ต้องหาชาวพม่าทั้งสองเดินทางมาถึงก็ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร่ำไห้ออกมาโดยเฉพาะนายอู ทัน ทัน ไต ที่เดินถือพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง และนางอู ซอง เอ หม่อง ถือป้ายเขียนข้อความว่า “เรารักในหลวง” เดินปาดน้ำตามาขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายเนื่องจากเชื่อว่าลูกชายไม่ได้กระทำผิด ก่อนขึ้นรถตู้เดินทางไปยังสถานทูตพม่าประจำประเทศไทย ที่ถ.สาธรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. ต่อไป





“สรรเสริญ” แจง ตร.รายงานคดีเกาะเต่ากับนายกฯ ต่อเนื่อง

 
          พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคดีเกาะเต่าว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรี ต้องการสื่อสารคือสิทธิสภาพนอกอาณาเขตและกระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นไปตามหลักสากล ซึ่งคนอื่นไม่สามารถเข้ามาก้าวก่ายได้ แต่หากเกิดความไม่สบายใจหรือยังมีข้อสงสัยไม่ว่าจะเป็นทั้งในส่วนของเมียนมาร์ อังกฤษ ญาติผู้ต้องหา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หรือญาตผู้เสียชีวิต ก็สามารถที่จะสอบถามหรือเข้ามาสังเกตการณ์ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่ยินดี และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีดังกล่าวได้มีการรายงานต่อนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่องและยืนยันว่าไม่หนักใจ การสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานต่างๆมีความสมบูรณ์ ส่วนการที่ผู้ต้องหากลับคำให้การถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ ไม่เฉพาะคดีนี้เท่านั้น มีหลายคดีที่เคยเกิดขึ้น




"นายกฯ" เผย อังกฤษ ขอเข้ามาช่วยคดีเกาะเต่า
 
 
          เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ 2 ผู้ต้องหาฆาตกรรมนักท่องเที่ยวอังกฤษที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี กลับคำรับสารภาพว่า เมื่อคืนวันที่ 21 ต.ค. สถานทูตของทั้งสองประเทศได้พูดคุยกันแล้ว ซึ่งเขาพอใจ แล้วเดี๋ยวเขาขอเข้ามาช่วยหน่อย
 
 
 
 
 
อธิบดีราชทัณฑ์แจงขั้นตอนรับตัวผู้ต้องขังพม่า แพทย์ไม่พบร่องรอยบาดแผล 
 
          นายวิทยา สุริยะวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เตรียมทำหนังสือให้เรือนจำอำเภอเกาะสมุยส่งตัวนายเพวิน และนายซอเรน 2 ผู้ต้องหาชาวพม่า คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า ออกไปตรวจร่างกายและเอ็กซเรย์หาร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกายว่า กรมราชทัณฑ์มีหน้าที่เพียงควบคุมดูแลผู้ต้องหาไม่ให้หลบหนีตามคำสั่งศาลเท่านั้น ไม่ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกลับคำให้การของผู้ต้องหา สิ่งที่เปิดเผยได้คือในช่วงที่เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย ส่งเข้าเรือนจำฯ ได้ผ่านขั้นตอนสัมภาษณ์เพื่อจัดทำประวัติผู้ต้องหาใหม่ ซึ่งขั้นตอนนี้แพทย์จะตรวจร่างกายผู้ต้องหาและซักถามอย่างละเอียดว่ามีโรคประจำตัวหรือมีบาดแผลหรือไม่ เบื้องต้นจากการตรวจร่างกายผู้ต้องหาทั้ง 2 ก็ไม่ปรากฏบาดแผลใดๆ ส่วนเรื่องการส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจร่างกายและเอ็กซ์เรยตามที่คณะกรรมการสิทธิฯระบุนั้น  ตามระเบียบปฏิบัติไม่สามารถทำได้ เว้นแต่มีคำสั่งศาลเท่านั้น
 
          นายวิทยา กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ก็ได้มีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตเอคอัครราชทูตเมียนมาร์ และทีมทนายความ รวมทั้งคณะกรรมการการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เดินทางมาเข้าเยี่ยมพูดคุยกับผู้ต้องหาทั้ง 2 รายในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางเรือนจำก็ได้ให้ความร่วมมือมาตลอด ไม่มีอะไรปิดบัง ก่อนเดินทางกลับเจ้าหน้าที่สถานทูตยังกล่าวขอบคุณ ผบ.เรือนจำอำเภอเกาะสมุย ที่ช่วยดูแลผู้ต้องหาเป็นอย่างดี
 
 
 
 

.......................................
(หมายเหตุ ภาพจากแฟ้มข่าว)