
รวบแก๊งขน'กัญชา'อัดแน่นแค็ป327กก.
22 ต.ค. 2557
ตร.ทางหลวงรวบมือฉมังขนกัญชาของแก๊ง"เป็ด"ขาใหญ่นครพนม ของกลางอัดแน่นแค็ปรถ 327 กก.ค่ากว่า 6 ล้าน ได้ค่าจ้างสูงสุดกว่า 1 แสนบาท เผยพลาดเพราะประมาทลืมดูฤกษ์
วันที่ 22 ต.ค.57 เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.ท.อานันท์ วิชเศรษฐสมิต สารวัตร สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (สว.ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล.)ขอนแก่น พร้อมด้วยชุดจับกุมนำโดย ร.ต.อ.พรชัย แสงศิลา รอง สว.ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล.ขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายชาฤทธิ์ บุริขันธ์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 ม.4 บ้านนาคำกลาง ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม และนางสาวศิริพร พาพรม อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 54 ม.12 บ้านหนองกุง ต.คำเตย อ.เมืองนครพนม แฟนสาว พร้อมกัญชาอัดแท่งจำนวน 327 กิโลกรัม รถกระบะสีแดง ทะเบียน ผษ 8437 นครราชสีมา
พ.ต.ท.อานันท์ กล่าวว่า ก่อนหน้าได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบขนกัญชาจากจังหวัดนครพนม จึงได้วางแผนและนำกำลังตั้งจุดตรวจสกัด นำโดย ร.ต.อ.พรชัย แสงศิลา จนกระทั่งเวลาเกือบเที่ยงคืนเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตั้งด่านตรวจที่บริเวณถนนมิตรภาพขาเข้าขอนแก่น ระหว่าง กม.378-379 ต.สะอาด อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น สามารถตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง
โดยระหว่างที่ตั้งด่านอยู่นั้นได้พบรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ดสีแดง ติดฟิล์มปรอทสะท้อนแสงมองไม่เห็นข้างใน หน้ากระจกรถติดสติกเกอร์สัญลักษณ์ของกองทัพอากาศ กระจกหลังติดชื่อร้านศิริพรแก๊ส พร้อมเบอร์โทร ขับมาไม่เร็วนักและสังเกตเห็นว่าลักษณะของรถเหมือนบรรทุกของหนัก จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น พบนายชาฤทธิ์ ซึ่งสวมเสื้อแจ็กเก็ตดำทับเสื้อสีเขียวยืดและท่อนล่างสวมคล้ายเครื่องแบบทหารครึ่งท่อน ส่วนนางสาวศิริพร นั่งเบาะหน้าข้างคนขับ เมื่อตรวจค้นภายในแค็ปห้องโดยสารด้านหลังพบกัญชาอัดแท่งบรรจุในถุงดำและกระสอบปุ๋ยจำนวน 11 ถุง เมื่อตรวจนับมีจำนวนมากถึง 327 แท่งหรือ 327 กิโลกรัม
นายชาฤทธิ์ ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนกัญชาจากนายเป็ด ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมและขาใหญ่ในการขนส่งกัญชาในจังหวัดนครพนม โดยทำมาแล้วหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน เฉพาะเดือนตุลาคมรับจ้างขนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยรับค่างจ้างตามจำนวนของ ซึ่งได้มากสุดถึงครั้งกว่าแสนบาท โดยจะใช้รถยนต์ส่วนตัวซึ่งติดสติกเกอร์เป็นร้านขายแก๊สอำพราง
ในการรับจ้างขนกัญชาแต่ละครั้งจะต้องดูฤกษ์ดูยามก่อนจึงรับงาน ซึ่งปกติจะรับงานเฉพาะวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ที่สำคัญจะใช้เส้นทางถนนมิตรภาพขนส่งจากนครพนมเพื่อนำส่งให้กับปลายทางที่อำเภอวังน้อยมาโดยตลอด โดยทุกครั้งจะผ่านฉลุย ตั้งแต่ขับรถไปรับของที่อำเภอท่าอุเทน โดยนายเป็ดได้เตรียมของซึ่งรับจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านมาไว้ริมถนนหลังจากนำของขึ้นจากริมโขงที่ท่าน้ำในบริเวณของชาวบ้าน โดยจะจ่ายค่าขึ้นท่าด้วยบางแห่งที่ละ 30,000 บาท จนกระทั่งถึงปลายทางก็จะจอดรถไว้ให้คนรับของต่อขับไปเอาของลงจากนั้นก็จะโทรศัพท์นัดให้ไปรับรถคืน
ส่วนครั้งนี้ตกลงค่าจ้างกันที่ 80,00 บาท โดยรับของจากริมถนนในเขตอำเภอท่าอุเทนตั้งแต่กลางคืนวันที่ 20 ต.ค. จากนั้นนำของพร้อมรถไปพักที่สวนยางพาราของนายเป็ด ซึ่งเป็นหัวหน้าทีม ที่บริเวณบ้านนามะเขือ ต.นามะเขือ อ.เมืองนครพนม รอเวลาขนเข้ากทม. จนกระทั่งเวลา ประมาณ บ่ายสองเศษ วันที่ 21 ต.ค. จึงได้ขับรถบรรทุกกัญชามาตามสายนครพนม สกลนคร พังโคน สว่างแดนดิน อุดรธานี เข้ามิตรภาพมุ่งเข้าขอนแก่น โดยมีเจ๊ออ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ขับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์สีขาวทะเบียนมุกดาหาร นำทางคอยสำรวจเส้นทางล่วงหน้าคอยแจ้งเมื่อพบด่านก็หยุดพักจนกว่าด่านจะเลิก
แต่ครั้งนี้แม้จะเตรียมตัวมาดี แต่งตัวดูภูมิฐาน และตื่นตัวตลอดเวลาเพราะเขตขอนแก่นถือว่าเป็นเขตสีแดงอันตรายของพวกเรา ตำรวจตรวจเข้มที่สุด แต่พลาดเพราะ รับงานนอกเหนือจากวันปกติและประมาทไม่ได้ดูฤกษ์ยามก่อนออกงาน จึงพลาดถูกตำรวจทางหลวงจับได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางไปยังสภ.น้ำพองเพื่อดำเนินคดีต่อไป
.......................................
(หมายเหตุ ภาพประกอบข่าว)



