
พบแล้ว!ครูยุ่นสาวคนสนิทรับหั่นศพทิ้ง
พบแล้ว!ครูญี่ปุ่นหายปริศนา สาวคนสนิทพร้อมสามีรับสารภาพกลัวความผิดหั่นศพนำชิ้นส่วนใส่ถุงดำ-กระสอบ 5 ใบ นำใส่รถไปทิ้งในคลอง
21ต.ค.2557จากกรณีนายเทสซึโอะ ชิมาโตะ อายุ 47 ปี ชาวญี่ปุ่นเข้าแจ้งความตำรวจ สน.ห้วยขวาง ว่า นายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทยหายตัวไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบห้องพักในอาคารศรีวราแมนชั่น 2 ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง กทม.และจับกุม นางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี อยู่ในห้องพัก และแจ้งข้อหาข้อหาลักทรัพย์ เพราะนำบัตรเอทีเอ็มของผู้สูญหายไปกดเงิน 7 แสนบาท แต่ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล จากนั้นได้หลบหนีไป ก่อนถูกจับกุมตัวได้พร้อมสามีที่จ.อ่างทอง ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 21 ตุลาคม พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.กก.สส.3 บก.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.กก.3 นำกำลังควบคุมตัวนางพรชนก และ นายสมชาย ไปค้นหาชิ้นส่วนศพ
พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.น. กล่าวว่า จากคำให้การของนายสมชายในช่วงเช้าได้ให้การอ้างว่า นางพรชนกโทรศัพท์ไปตามนายโยชิโนริให้เดินทางมาหาที่บ้านเลขที่ 201/237 หมู่บ้านออคิดส์ วิลล่า หมู่ 7 ถนนบางนา-ตราด ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ แต่เมื่อมาถึงนายโยชิโนริเกิดอาการช็อกจนเสียชีวิต ด้วยความกลัวจึงใช้มีดทำครัวยาว 14 นิ้ว ชำแหละศพที่บริเวณชั้น 2 ของบ้าน แล้วนำชิ้นส่วนอวัยวะใส่ถุงดำและกระสอบจำนวน 5 ใบ นำใส่รถไปทิ้งไว้บริเวณดังกล่าว
ทั้งนี้เมื่อเวลา 21.45 น. เจ้าหน้าที่ยังไม่พบชิ้นส่วนศพ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะเร่งค้นหาต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่พบมีดที่ใช้หั่นศพอยู่ภายในรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ศฉ 1416 กรุงเทพมหานคร ของนางพรชนก และหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการสอบสวนอย่างอย่างละเอียด ในที่สุดนางพรชนก และนายสมชายก็ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันชำแหละศพนายโยชิโนริ ชิมาโตะ และนำชิ้นส่วนศพไปทิ้งในซอยทางเข้ามหาวิทยาลัยเอแบค บริเวณใต้สะพานคลองนางทิ้ม ซอยนวมินทร์ 16 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ
ต่อมานักประดาน้ำงได้งมถุงใส่อวัยวะของครูญี่ปุ่นขึ้นมาจากคลองทิ้มได้แล้ว 2 ถุง เป็นถุงปุ๋ยขนาดประมาณ 2 ฟุตกว่า มีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาอย่างรุนแรง และได้เปิดกระสอบปุ๋ยที่พบในคลองทิ้มแล้วพบว่า ภายในมีลักษณะเป็นอวัยวะภายในของมนุษย์ และพบเนื้อเยื่อสีเหลืองเหมือนไขมัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะส่งไปตรวจสอบหาดีเอ็นเอต่อไป
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก รรท.ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ รรท.ผบก.น.1 พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รรท.ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.บันลือศักดิ์ แสงสว่าง ผกก.สน.ห้วงขวาง พ.ต.อ.อภิฌาน สวัสดิบุตร พงส.ผทค.สน.ห้วยขวาง ชุดสืบสวน บก.น.1 และพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ร่วมประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า คดีนี้เป็นคดีที่น่าสนใจต่อสังคม โดยเฉพาะกรณีของชาวต่างชาติที่เกิดขึ้น ที่มาร่วมประชุมในวันนี้ได้สั่งการ 3 ประการ คือ 1.ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนติดตามวันที่ทราบข่าวการหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ที่มีหลักฐานไปปรากฏตัวครั้งสุดท้าย จนกระทั่งมีการแจ้งความเรื่องคนหาย
2.เรื่องการสอบสวน ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานและพยานบุคคลให้ชัดเจน ทั้งกรณีการกดบัตรเอทีเอ็มเบิกเงิน หรือกรณีที่นางพรชนกพูดคุยกับแพทย์ว่า ไม่ใช่ภรรยาของนายโยชิโนริ รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ที่นายโยชิโนริไปเข้ารับการรักษา ขยายผลเชื่อมโยงกับนายโยชิโนริ อยู่ด้วยกันฉันสามีหรือมีอะไรแอบแฝงหรือไม่
3.เร่งหาศพนิรนาม โดยเป็นศพนิรนามเป็นชาวต่างชาติหรือเป็นชายชาวเอเชียที่เสียชีวิตระหว่างวันที่ 21 กันยายน ถึงวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา หากใครพบศพต้องสงสัยไม่มีญาติมารับ ขอให้แจ้งโดยตรงได้ที่ ผบช.น. หรือ ผบก.น.1 โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะทำบันทึกสั่งการอีกครั้ง
พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าวด้วยว่า จากการประชุมจะมีการจัดตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนขึ้นเพื่อให้ดำเนินการติดตามคดีต่างๆ รวดเร็ว และสามารถหาพยานหลักฐานได้ครบถ้วนมากขึ้น รวมทั้งได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.น. ควบคุมการสืบสวนสอบสวนด้วยตนเอง เบื้องต้นมีพนักงานสืบสวนครบแล้ว และจะพิจารณาคัดเลือกพนักงานสอบสวนขึ้นอีก 1 ชุด จากนั้นจะเชิญพนักงานอัยการมาเป็นที่ปรึกษาในคดี เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนางพรชนก ไชยะปะ และสามี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ที่จ.อ่างทอง และนำตัวมาสอบสวนเมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา เบื้องต้นให้การปฏิเสธ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวของนายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี
ขณะที่นางพรชนกให้การด้วยว่า มีความคับแค้นใจอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้เคยมีสามีเป็นชาวญี่ปุ่นมาแล้ว 4 คน คนแรกแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่ที่ญี่ปุ่น แต่ถูกสามีทารุณกรรมทางเพศเป็นประจำ จนเกิดความคับแค้นใจและฝังใจ
ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำทั้งสองคนอีกครั้ง แต่ทั้งคู่ก็ยังคงให้การปฏิเสธเหมือนเดิม หลังจากควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบปากคำครบกำหนด 48 ชั่วโมง ทำให้ชุดสืบสวนต้องนำตัวมาควบคุมต่อที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) สนามเป้า ตามกฎอัยการศึก เมื่อกลางดึกในวันเดียวกัน เพราะเกรงว่าทั้งคู่จะหลบหนีไปอีก แม้จะยังไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุ แต่เนื่องจากนางพรชนกเป็นคนสุดท้ายที่พานายโยชิโนริไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านบางนา ก่อนจะพากลับ จากนั้นนายโยชิโยริก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังลงพื้นที่ไปตรวจสอบรถแท็กซี่ของนายสมชายที่จอดอยู่ใน จ.อ่างทอง เพื่อเก็บหลักฐานทั้งหมดอีกครั้ง
ต่อมาเมื่อเวลา 20.20 น.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมค้นหาพบศพเป็นชายชาวต่างชาติ คาดว่าเป็นศพนายโยชิโนริ ชิมาโตะ อยู่ในพงหญ้าทางเข้ามหาวิทยาลัยเอแบค กม.25 ถนนบางนา-ตราด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนางพรชนกและสามีไปยังจุดที่พบศพ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนยังคงให้การปฏิเสธ



