ข่าว

อัยการมั่นใจหลักฐานคดีเกาะเต่าแน่น

อัยการมั่นใจหลักฐานคดีเกาะเต่าแน่น

21 ต.ค. 2557

อัยการภาค 8 เชื่อสัปดาห์นี้ส่งฟ้องคดีเกาะเต่าได้แน่ เชื่อมั่นหลักฐานแน่น ด้านทูตสหภาพยุโรป8ประเทศพบ4องค์กรสื่อ 22 ต.ค. ขณะที่‘ประยุทธ์’กำชับดูแลขู่ลงโทษ

              21ต.ค.2557 นายธวัชชัย เสียงแจ้ว อธิบดีอัยการภาค 8 ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพนักงานอัยการในคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์คณะทำงานพนักงานอัยการภาค 8 กำลังตรวจสอบสำนวนการสอบสวนในส่วนของตำรวจที่จัดส่งมาให้ว่าสมบูรณ์หรือไม่ โดยต้องใช้เวลาตรวจสอบอย่างละเอียด 2-3 วัน หากไม่มีข้อบกพร่องก็สามารถนำส่งฟ้องศาลจังหวัดเกาะสมุยได้ภายในสัปดาห์นี้  แต่หากพบจุดบกพร่องก็ต้องแก้ไข เพราะคดีนี้เป็นที่สนใจของสังคมทั่วโลก

              ทั้งนี้ ที่ผ่านมาหลังได้รับสำนวนได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนไปแจ้งข้อหาเพิ่ม ซึ่งได้ดำเนินการแล้วส่งกลับมาเพียงบางส่วน และยังเหลืออีกบางส่วนที่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ถ้าพนักงานสอบสวนส่งส่วนที่เหลือมาเมื่อไหร่ก็จะสามารถพิจารณากำหนดวันส่งฟ้องได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวน ถ้าส่งมาเร็วก็จะส่งฟ้องได้เร็ว ถ้ายังไม่ส่งมากระบวนการนี้ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้
            
              อย่างไรก็ตาม การพิจารณาพยานหลักฐานของพนักงานอัยการ ก็จะพิจารณาจากพยานหลักฐาน ในคดีมีทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในบริเวณสถานที่เกิดเหตุเป็นหลัก จะนำมาประมวลเชื่อมโยงกันตั้งแต่เวลาคนร้ายเข้ามาในที่เกิดเหตุ มีการกระทำอะไรบ้าง  นำมาเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานทางเอกสาร พยานบุคคลและพยานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ส่วนประเด็นที่ว่าผู้ต้องหาจะรับสารภาพหรือปฏิเสธเป็นประเด็นรอง จะพิจารณาเป็นบางส่วนเท่านั้นไม่ใช่เป็นประเด็นสำคัญ

              ส่วนข่าวเรื่องตำรวจอังกฤษจะมาสอบสวนนั้นยังไม่ทราบ แต่ในส่วนของกระบวนการทางกฎหมายของไทยจะไม่มีผล เพราะว่ากระบวนการสอบสวนได้เสร็จสิ้นแล้ว  โดยขั้นตอนในขณะนี้ ทางพนักงานอัยการรอการส่งฟ้องศาลจังหวัดเกาะสมุยเท่านั้น


ตร.เผยสกอตแลนด์ยาร์ดยังไม่ประสานดูคดี

              ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.ท.หญิง ฉันฉาย รัตนพานิช รอง ผกก.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ ตำรวจสันติบาล ในฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวถึงคดีการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานีว่า จากการตรวจสอบไปยังสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย และตรวจสอบไปยังนายตำรวจประสานงานสถานทูตฯ พบว่ายังไม่มีการประสานเรื่องที่ตำรวจนครบาลอังกฤษ หรือสกอตแลนด์ยาร์ด จะเข้ามาประสานในคดีนี้แต่อย่างใด ทางสถานทูตฯ ก็ทราบเพียงข่าว ไม่มีการพูดคุยติดต่อเรื่องนี้อย่างเป็นทางการในขั้นใดทั้งสิ้น

              และได้สอบถามผ่านช่องทางของตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล ก็ยังไม่มีการติดต่อประสานการเข้ามาเช่นกัน ทั้งนี้ นับแต่มีคดีนี้ตำรวจอังกฤษก็ไม่เคยติดต่อประสานข้อมูลโดยตรง มีเพียงการประสานงานกันตลอดในส่วนสถานทูตฯเท่านั้น รอง โฆษกตร.กล่าวต่อว่า แม้ยังไม่มีการประสานติดต่อเข้ามา ตำรวจไทยก็ได้จัดเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงการทำคดีนี้ทั้งหมด ตั้งแต่เกิดเหตุ การตรวจที่เกิดเหตุ การสอบพยาน การสืบสวน เก็บหลักฐานทุกอย่างไปจนถึงการได้ตัวคนร้าย หากมีการประสานมาก็พร้อมชี้แจงให้ทราบข้อเท็จจริงทันที

              ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะโฆษก ตร.กล่าวยืนยันว่า ตำรวจไทยทำคดีนี้อย่างมีมาตรฐานสากล การเข้ามาของตำรวจอังกฤษ มองว่าไม่เป็นการดิสเครดิต แต่มองอีกมุมเป็นผลดี เพราะหากว่าตำรวจไทยได้ชี้แจงการทำคดีนี้ให้ทางตำรวจอังกฤษทราบ ก็จะเป็นการแสดงและยืนยันว่าสิ่งที่ตำรวจไทยทำมาเป็นตามขั้นตอน ตามมาตรฐานสากล ตรงนี้เป็นผลดี การที่ตำรวจอังกฤษเข้ามา ตร.เข้าใจดีว่าเป็นการทำหน้าที่ เป็นการแสดงออกว่าให้ความสำคัญเมื่อมีพลเมืองของอังกฤษเสียชีวิตในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การทำคดีนี้ ยึดพยานหลักฐานในสำนวน คนที่ไม่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ไม่มีพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เชื่อมไปถึงก็ไม่สามารถไปกล่าวหาลอยๆได้ ตอนนี้ตำรวจทราบแล้วว่า กลุ่มที่พยายามสร้างกระแสข่าวโจมตีตำรวจในคดีนี้ทางโซเชียลมีเดีย ที่ใช้เพจ เฟชบุ๊ค ว่า csi LA คือใคร กำลังตรวจตรวจสอบเนื้อหาว่าผิดกฎหมายหรือไม่ แต่ตอนนี้ยังไม่ดำเนินการอะไรกับผู้ที่ก่อกระแส ทั้งนี้ ยืนยันว่าตำรวจทำตามพยานหลักฐานคดีอยู่ในชั้นอัยการแล้ว


ทูตอังกฤษดอดพบปธ.กสม. 


              นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวภายหลังเข้าหารือกับนาย มาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย กรณี 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษถูกฆาตกรรม ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ทางเอกอัครราชฑูตได้มีการประสานเพื่อขอหารือตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาแต่ตนติดภารกิจจึงได้นัดหารือกันในวันนี้ โดยมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กสม. และมุมมองเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนรวมถึงคดีกรณีเรื่องเกาะเต่าด้วย ซึ่งทูตอังกฤษได้ระบุว่าก่อนหน้านายกรัฐมนตรีไทยได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โดยนายกรัฐมนตรีของไทยยินดีที่รัฐบาลอังกฤษจะส่งตำรวจอังกฤษเข้ามาร่วมมือกับตำรวจไทย โดยทูตอังกฤษได้ย้ำว่าขอบเขตการทำงานเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจไทย ตำรวจอังกฤษมาร่วมสังเกตการณ์เท่านั้น ซึ่งขอบข่ายการทำงานของตำรวจอังกฤษและตำรวจไทยขึ้นอยู่กับการตกลงของตำรวจทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ทราบมาว่าตำรวจอังกฤษจะเดินทางถึงประเทศไทยภายในสัปดาห์หน้า

              "การพูดคุยยังไม่ลงลึกในรายละเอียดเรื่องของคดี ซึ่งทูตก็ได้แสดงความกังวลบ้างเล็กน้อย เนื่องจากก็มีแรงกดดันภายในประเทศตามที่รัฐมนตรีอังกฤษแสดงความกังวลเกี่ยวกับข่าวการทรมานผู้ต้องหา แต่ทูตอังกฤษก็รู้สึกดีที่ กสม. เข้ามาทำงานในคดีนี้เพราะถือว่าจะได้ข้อมูลอีกชุดหนึ่งซึ่งต่างจากข้อมูลของตำรวจ เพราะ กสม. ทำงานแยกกับหน่วยงานของตำรวจอย่างเด็ดขาด"นางอมรา กล่าว

              ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีตำรวจออกมายืนยันว่าไม่มีการซ้อมทรมานผู้ต้องหา แต่จากผลการสอบของ กสม. ระบุว่ามีการซ้อมทรมานผู้ต้องหาจริง ประเด็นนี้ กสม.มีหลักฐานยืนยันได้หรือไม่ นางอมรา กล่าวว่า ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มีหลักฐาน ซึ่งต่างคนต่างมีข้อมูล โดยข้อมูลต้องดูวันเวลาว่าพูดตรงกันหรือไม่ อีกทั้งตำรวจมีหลายทีมในการสอบสวน เวลาดูข้อมูลก็ต้องดูว่าใครเกี่ยวข้องบ้างเพราะคนที่ไม่เกี่ยวข้องก็คงไม่อยากให้ข้อมูล


ทูตสหภาพยุโรป8ประเทศพบ4องค์กรสื่อ

              ขณะเดียวกันเฟซบุ๊กสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยได้แจ้งว่า คณะทูตสหภาพยุโรป 8 ประเทศ เตรียมเข้าพบ 4 องค์กรวิชาชีพสื่อ หารือความรับผิดชอบของสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย (Media Responsibility for Victims) ในวันพุธที่ 22 ต.ค.นี้ โดยจะเข้าพบกับตัวแทน 4 องค์กรวิชาชีพสื่อ  เพื่อยื่นจดหมายและหารือเรื่อง ความรับผิดชอบของสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย (Media Responsibility for Victims) ในวันพุธที่ 22 ตุลาคม 2557 เวลา 10.30 น. ชั้น 3 อาคารสมาคมนักข่าว ถนนสามเสน (ตรงข้าม รพ.วชิระ)


"ประยุทธ์"กำชับดูแลนักท่องเที่ยวขู่ลงโทษ

              พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ 6/2557 ว่า ในช่วงที่ผ่านเกิดเหตุกับนักท่องเที่ยวเป็นระยะ ทั้งเรื่องของความไม่ปลอดภัยในชีวิตด้านอาชญากรรม ความไม่ปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง ซึ่งทุกอย่างมีระเบียบอยู่แล้ว แต่มีความหละหลวมในการบังคับใช้ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานประสานงานกับผู้ประกอบการดำเนินการควบคุมมมาตรการให้เป็นรูปธรรม และให้กำหนดบทลงโทษด้วย

              "หากกำหนดมาตรการชัดเจนแล้วยังปล่อยปละละเลยหละหลวมก็จำเป็นต้องลงโทษ เพื่อความมั่นใจของชาวต่างชาติที่มาเที่ยวประเทศไทยก็จะเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวด้วย"พล.ต.สรรเสริญ กล่าว