
ประยุทธ์ยันปูไปนอกต้องขออนุญาตคสช.
ประยุทธ์ยันปูไปนอก ต้องขออนุญาตคสช.ทุกครั้ง ไม่หวั่นไปพบทักษิณ ม.ล.ปนัดดาโทรบอกอาการป้าสังเวียนทราบทุกวัน
21ตุลาคม2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงการที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปทางประเทศว่า มีการขออนุญาตแล้ว ถ้าไม่ขออนุญาตจะไปได้อย่างไร มีการดำเนินการในรายละเอียดผ่านขึ้นมาถึงหัวหน้าคสช. มีการเสนอมาว่าเดือนนี้มีใครบ้าง กี่คนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ บางครั้งก็มาครั้งละ 5-6 คน เมื่อพิจารณาแล้วเห็นควรว่าอนุมัติ ตนก็อนุมัติไป แต่ทั้งหมดมีมาตรการอยู่แล้วว่าไปไหนบ้างทางสำนักตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ทราบเรื่องทั้งหมด และมีการแจ้งรายละเอียดทั้งหมดว่าไปประเทศใดบ้าง ซึ่งการเดินทางครั้งนี้มีไปประเทศอินเดียด้วย โดยไปประเทศในแถบอาเซียน แต่ตนจำรายละเอียดไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าการไปต่างประเทศในครั้งนี้ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้นอาจจะไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชิณวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "เจอแล้วเป็นอะไรล่ะ ผมจะไปหวั่นไหวเรื่องอะไร ผมจะไปหวั่นไหวทำไม ส่วนที่มีข่าวว่า มีอดีตส.ส.ของพรรคเพื่อไทยจะเดินทางไปด้วยหลายคนก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แล้วจะเป็นปัญหาอะไรล่ะ เขาก็ไปกันในฐานะประชาชน ไปเจอกันก็ไปเจอกันสิ ถ้ามันผิดก็เจอกันไม่ได้สิ อีกทั้งวันนี้ยังไม่มีความผิดก็ไปสิ ไปได้ไปเลย จะให้ผมหวั่นไหวเรื่องอะไร จะให้หวั่นไหวไปทุกเรื่องทำไม ไม่หวั่นไหวหรอก"
เมื่อถามว่ากลัวหรือไม่ว่าจะมีการวางแผนเคลื่อนไหวอีก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าจะวางแผนกันวันนี้เขาวางแผนกันตรงนี้ก็ได้ เมื่อถามต่อว่าการเดินทางครั้งนี้เหมือนต่อเนื่องจากงานศพของ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "เหรอ" และไม่ใช่ว่าตนจะไม่ห่วงสถานการณ์อะไร ก็ห่วง แต่เราก็มีมาตรการของเราซึ่งก็ต้องเตรียมมาตรการให้พร้อม ตนไม่ใช่ว่าจะใช้อำนาจใช้กฎหมายเพื่อจะไม่ห่วง แต่เท่าที่รับทราบวันนี้คือประชาชนอยู่กับเรา คือเห็นว่ารัฐบาลแก้ปัญหาอย่างจริงจังในทุกมิติและทุกระบบ ไม่ใช่ว่าใช้วิธีการที่ไม่เท่าเทียม สร้างปัญหา ที่ผ่านมาประชาชนส่วนใหญ่ก็เห็นชอบกับรัฐบาล ซึ่งคนเหล่านี้ก็ดูแลเราอยู่
เมื่อถามว่าได้รับรายงานเรื่องคลื่นใต้น้ำในปัจจุบัน ยังมีอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ยังมีอยู่ซึ่งถ้าจะถามว่าแรงหรือไม่ก็ต้องบอกว่า มันอยู่ใต้น้ำ มันก็คงแรงอยู่เพียงใต้น้ำก็ขอให้อยู่ใต้น้ำ อย่าขึ้นมาบนน้ำก็แล้วกัน ซึ่งตนไม่ได้กดให้อยู่ใต้น้ำ แต่ใช้วิธีการทำความดี การทำความเข้าใจต่อประชาชน ใช้มิติดังกล่าว ตั้งใจมั่น ในการแก้ปัญหาซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสามารถสร้างเสถียรภาพให้เกิดขึ้นได้ และถ้าใครออกมาเคลื่อนไหวหรือทำอะไรในวันนี้ ก็จะเป็นอันตรายกับตัวเขาเองเพราะทั่วโลกมองอยู่ ซึ่งที่ตนเดินทางเข้าร่วมประชุมในระดับผู้นำเอเชียยุโรป กว่า 50 ประเทศ ไม่ได้ติติงประเทศไทยเลย แม้แต่คำเดียว มีแต่ชื่นชมในการพัฒนาการของประเทศไทยว่าเป็นไปในทางที่ดี อย่างเช่น เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีแห่งบาห์เรนก็ชื่นชมว่า สถานการณ์ดีมาก การบริหารราชการต่างๆของคสช. ถือว่าดีมาก ปลอดภัย ตัวท่านมา หรือนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยก็มีความสุข ทุกคนอยากมาประเทศไทย เสียอย่างเดียวว่าที่ผ่านมามันขัดแย้งกันมากเกินไป ซึ่งจากนี้ไปใครที่สร้างความวุ่นวายให้กับบ้านนี้เมืองนี้อีก มันอันตรายซึ่งจะมีคนทั่วโลกไม่ยอมรับมากกว่าตนและคสช.เสียอีก
เมื่อถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีความมั่นใจหรือไม่ว่า จากนี้ไปไม่ว่าประเทศใดเชิญให้ไปเยือนหรือเข้าร่วมประชุมก็พร้อมที่จะไป พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คงต้องดูก่อนว่าบ้านเมืองเราเป็นอย่างไร ถ้าบ้านเมืองสงบสุข สันติ ก็ไปได้ ถ้าเกิดประโยชน์ก็ไป แต่ถ้าไม่เกิดประโยชน์ เป็นแค่การไปเที่ยวก็ไม่ไป ที่ผ่านมา ตนไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย ประชุมทั้งวัน ตั้งแต่เช้ายันดึก จากนั้นก็นอนทันทีเพราะหมดแรง ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยทั้งสิ้น เพราะถือว่าไปทำงานไม่ได้ไปท่องเที่ยว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้หน่วยงานด้านความมั่นคง ได้ประเมินสถานการณ์การลงพื้นที่อยู่ แต่ยังไม่เรียบร้อย
ชม“เทียนฉาย”เก่งปัดคสช.สั่งสนช.เรื่องถอดถอน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ได้รับเลือกเป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่า เป็นไปตามผลการโหวตในสปช. ผู้สื่อข่าวถามว่าคุณสมบัติของนายเทียนฉายเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ทำไม ท่านเป็นอย่างไรหรือ ท่านเก่งกว่าผมเยอะ ความจริงทุกๆคน มีคุณสมบัติและมีพื้นฐานดีทุกคน ใครก็เป็นได้ เพียงแต่ที่ประชุมจะเลือกใครเท่านั้นเอง ในเมื่อที่ประชุมเลือกอาจารย์เทียนฉายก็เป็นไปตามนั้น ผมบอกแล้วไงว่า เราไม่ได้ไปก้าวล่วง"
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายเทียนฉาย เคยแสดงความเป็นห่วงในเรื่องกรอบเวลาในการยกร่าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ท่านเทียนฉายห่วง พวกเราไม่ห่วงเลยมั้ง ก็แล้วแต่ ก็ทำให้เร็วๆ แค่นั้น"
สำหรับกรณีการเตรียมเสนอสมาชิกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญส่วนของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องเตรียม เพราะใกล้จะหมดเวลาแล้ว รายชื่อ 5 คนทางคณะรัฐมนตรีกำลังหารือกันอยู่ ในส่วนของคนที่จะเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างนั้นก็มีอยู่ในใจแล้ว
"ผมมีอยู่ในใจแล้วสัก 100 คน ตอนนี้ยังไม่มีการเลือก 1 เดียวในใจ ยังเต็มทั้งร้อยคน ซึ่งตามโรดแมปแล้วมีการกำหนดขั้นตอนและเวลาไว้อย่างชัดเจน ก็ต้องทำให้ได้ ถ้าทำยาวไปก็จะเกินเวลา ถึงได้มีการกำหนดเวลาให้ชัดเจน ดังนั้นต้องทำให้ได้และรัฐบาลไปบังคับอะไรไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าคสช.ยืนยันได้หรือไม่ว่า ไม่ได้มีการสั่งการให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในเรื่องอำนาจการถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวรัชพาณิชย์ อดีตประธานวุฒิสภา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เคยมีการล๊อบบี้หรือสั่งการใดๆ เป็นเรื่องของกฎหมาย ก็ต้องไปดูว่ากฎหมายทำได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าทำไม่ได้ตอนนี้หรือยังมีความขัดแย้งอยู่ ก็ต้องไปตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาขึ้นมา จะไปบอกว่าทำอย่างนี้หรือไม่ทำอย่างนี้ มันก็มีปัญหาทั้งคู่ เมื่อยังไม่แน่ใจและยังไม่มั่นใจ ก็ต้องไปศึกษามาให้ได้ว่าจะเอาอย่างไร ไม่ใช่ว่าจะไปยกโทษหรือไม่ยกโทษให้ใคร ถ้าผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องไปดูกฎหมายว่าทำได้หรือไม่
เมื่อถามว่า ไม่ได้เป็นการปูพื้นฐานและเพ่งเล็งไปที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ผมไม่ได้ไปเพ่งเล็งใครสักคน จะไปเล็งทำไม ใครผิดก็ว่ากันไปตามผิด คนผิดก็เยอะแยะไป"
ระบุไทยพร้อมเฝ้าระวังการก่อการร้ายทุกกลุ่ม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีรมว.กลาโหม มาเลเซีย เรียกร้องให้กลุ่มประเทศอาเซียน ร่วมกันป้องกัน และตรวจสอบความเคลื่อนไหวของแนวร่วมกองกำลังติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ว่า เราทำอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเราเฝ้าระวังทุกกลุ่มไม่ใช่แค่ไอเอส และดำเนินการได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นประชามติความร่วมมือกับทุกประเทศในโลก เพียงแต่ต้องดูว่าอะไรที่มีน้ำหนักมีความขัดแย้งต่อประเทศไทยแค่ไหน เพราะเราไม่ใช่ประเทศใหญ่โตมหาอำนาจ ฉะนั้นถ้าเราไปเปิดประเด็นมากขึ้นเรื่อย ๆ บ้านเราจะมีปัญหาต่อไป ทำให้กระทบต่อการท่องเที่ยวได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ หลบหนีคำพิพากษาจำคุกของศาลจังหวัดปัตตานี คดีปลอมแปลงเอกสารและครอบครองดวงตาประทับเข้าเมืองปลอม ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. ว่า นายสหชัย ได้หนีคดีไป ซึ่งไม่ใช่ทหารจับตัวไป ไม่มีใครไปจับ เดี๋ยวจะไปเขียนแบบนี้อีก เราสนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นแบบนี้ ซึ่งปัญหาคือนายสหชัย มีหนทางในการต่อสู้คดีมากมาย แต่ไม่สู้กันเอง เหมือนกับที่มีเรื่องทุกวันนี้เช่นกัน ถ้าสู้คดีก็จบไปตั้งนานแล้ว
สำหรับการติดตามปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มาตรการต่าง ๆ ขณะนี้มีการบูรณาการมากขึ้นจากทุ่งยางแดงโมเดล โดยพล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รวมถึงผบ.ทบ.ก็ลงพื้นที่ และตนได้สั่งการเพิ่มเติมไปแล้ว นอกจากนี้ตนได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แล้วว่าการพูดคุยสันติสุขนั้นจะเริ่มขึ้นในเดือนพ.ย.
แคร์รีพบผู้นำชาติอาเซียนวอนช่วยยับยั้งไอเอส
ทั้งนี้นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งเยือนกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซียเพียง 1 วันเมื่อวาน ได้เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีโจโก วิโดโด้หรือโจโกวี่ และพบหารือทวิภาคีร่วมกันด้วย นอกจากนี้เขายังแยกพบหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคของมาเลเซีย,นาย อัลเบอร์โต้ เดล โรซาริโอ้ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ นายกรัฐมนตรีลี เซียนหลุงของสิงคโปร์, สุลต่าน ฮัสซานัล โบลเกียห์ของบรูไน
โดยการหารือกับผู้นำอินโดนีเซีย ที่เป็นชาติมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงหลายชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคร์รีมุ่งหวังเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการสกัดกั้นนักรบกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส รวมถึงการเฝ้าระวังการกลับมาเคลื่อนไหวครั้งใหม่นักรบหัวรุนแรง และการสกัดการเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อรวมถึงตัดช่องทางการสนับสนุนทางการเงิน
เจ้าหน้าที่สหรัฐ เปิดเผยว่า ระหว่างพบกับผู้นำมาเลเซีย นายแคร์รี ได้กล่าวขอบคุณที่มาเลเซียประนามกลุ่มไอเอสและสนับสนุนมติของสหประชาชาติที่มุ่งสกัดกั้นภัยคุกคามจากกลุ่มหัวรุนแรงอินโดนีเซียและมาเลเซียกำลังเฝ้าจับตาการเคลื่อนไหวของไอเอส หลังจากมีสัญญาณที่น่าวิตกว่าอาจมีพลเมืองหลายสิบหรือหลายร้อยคนเดินทางไปเข้าร่วมกับไอเอสและสู้รบอยู่ในซีเรียและอิรัก และมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยพัวพันกลุ่มไอเอสจำนวนหนึ่งด้วย
ประยุทธ์เตรียมเยือนกัมพูชาก่อนประชุมเอเปค
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกำหนดการไปเยือนต่างประเทศที่จะถึงนี้ว่าเป็นประเทศใดโดยบอกว่า ประเทศต่อไปจะเป็นการไปเยือนกัมพูชา จากนั้นจะเดินทางเข้าร่วมการประชุมเอเปคที่ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในเดือนพฤศจิกายนนี้
เผยชาวนาพอใจมาตรการช่วยเหลือ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.ได้มีการหารือในเรื่องนโยบายที่ประเทศไทยจะเดินหน้าไปอย่างไร จากที่ได้เดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป(อาเซม) เพื่อจะนำไปสู่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ประเทศพม่า และสุดยอดผู้นำเอเชีย-แปซิฟิก(เอเปก) ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน นอกจากนี้มีการหารือเกี่ยวกับร่างกฎหมายหลายฉบับที่กำลังจะนำเข้าสนช.และเรื่องมาตรการช่วยเหลือชาวนา ชาวไร่ เกษตรกร ลูกจ้าง ซึ่งทั้งหมดมีการหารือกันมาโดยตลอด เพราะจะเกิดความน้อยใจว่าไม่ดูแล แต่ต้องค่อยๆทยอยดูแล ทั้งนี้ชาวนาก็เพิ่งเข้ามาขอบคุณเรื่องมาตรการที่ช่วยเหลือต้นทุนการผลิตไร่ละ 1,000 บาท ได้ครัวเรือนไม่เกิน 15,000 บาทแม้จะจำนวนน้อย ชาวนาก็ยินดีและพอใจที่มีเงินใช้จ่ายได้บ้าง ถือเป็นมาตรการที่เราออกมาช่วยเหลือเพื่อเห็นใจชาวนาไม่ใช่แทรกแซงราคาแต่อย่างใด
สัมภาษณ์ไร้โพลเดียมจนท.เผยไม่มีคำสั่งให้ตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ในครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรี เป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่มีการตั้งโพลเดียมเหมือนทุกครั้งที่มีการให้สัมภาษณ์ อย่างไรก็ตามจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถึงเหตุผลดังกล่าว ได้รับการชี้แจงว่า ในการประชุมครม.ในวันเดียวกันนี้ ไม่มีคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีให้มีการตั้งโพลเดียม
ม.ล.ปนัดดาโทรบอกอาการป้าสังเวียนทราบทุกวัน
ส่วนกรณีนางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ อายุ 52 ปี ใช้น้ำมันราดใส่ตัวเองก่อนจุดไฟเผาจนบาดเจ็บสาหัส ระหว่างที่มายื่นหนังสือร้องทุกข์นำโฉนดที่ดินไปค้ำประกัน ซึ่งสุดท้ายมีการเจรจาประนอมหนี้อยุ่ที่ 1.5 ล้านบาท ทำให้รู้สึกเครียดคิดไม่ตกจึงมาร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น
นพ.พลเลิศ พันธุ์ธนากุล รองคณบดีฝ่ายบริการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ รพ.วชิระ กล่าวถึงความคืบหน้าอาการนางสังเวียนว่า อาการโดยทั่วไป รู้สึกตัวดีและให้ความร่วมมือในการทำแผล สัญญาณชีพอื่นปกติ การหายใจยังคงสัมพันธ์กับเครื่องช่วยหายใจ แต่ยังคงมีไข้สูง ทีมแพทย์และพยาบาลได้ทำแผลให้ตามปกติ แต่เพิ่มการทำแผลเป็นวันละ 2 ครั้ง เพื่อลดภาวะความเสี่ยงจากการติดเชื้อ
นพ.พลเลิศ กล่าวด้วยว่า ทาง ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายก ได้โทรศัพท์มาสอบถามอาการนางสังเวียน ทุกวัน โดยบอกว่าจะรายงานอาการต่อพล.อ.ประยุทธให้ทราบ ทั้งนี้ก็เป็นการช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้แก่แพทย์และพยาบาลอีกทาง



