ข่าว

‘วิษณุ’โยนป.ป.ช.ชี้สปช.แจงบัญชีทรัพย์สิน

‘วิษณุ’โยนป.ป.ช.ชี้สปช.แจงบัญชีทรัพย์สิน

20 ต.ค. 2557

‘วิษณุ’โยนป.ป.ช.ชี้สปช.แจงบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ความเห็นส่วนตัว‘ยื่น-ไม่เปิดเผย’ ‘เอกชัย’ระบุประธานสปช.ต้องประณีประนอม

                 เมื่อเวลา 16.30 น. 20 ต.ค. 57นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการปฏิรูปองค์กรอิสระ ว่า ตนเองไม่มีโมเดลใดๆอยู่ในใจ ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)เป็นคนคิด ให้เขาไปว่ากันเอง ส่วนที่มีข่าวว่าบางฝ่ายต้องการให้ยุบ หรือยุบรวมองค์กรนั้นองค์กรนี้นั้นตอนนี้มีหลายฝ่ายที่ต้องการอย่างนั้น หลายฝ่ายต้องการอย่างนี้

                เมื่อถามว่า สปช.ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ และต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช.หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าไม่ จนกว่าป.ป.ช.จะชี้ชัดว่าเป็นตำแหน่งของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.สามารถกำหนดในกฎหมายได้ว่าเป็นตำแหน่งที่ต้องยื่นได้ ตามมาตรา 34 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดังนั้น สปช.ก็จะอยู่ในลักษณะที่ไม่ต้องยื่นแน่ๆ แต่จะให้ยื่นหรือไม่นั้นก็อยู่ที่ป.ป.ช.จะกำหนด ซึ่งป.ป.ช.ก็ได้ระบุแล้วว่าต้องขอรอดูจากข้อบังคับการประชุมสปช.ก่อนว่าเข้าลักษณะใด ซึ่งตามระเบียบนั้นมี 2 ขั้นตอนคือ ยื่นแต่ไม่ต้องเปิดเผยสาธารณะ กับ ยื่นและเปิดเผย ทั้งนี้หากต้องยื่น ก็ยื่นใส่ซองและปิดไว้เท่านั้นไม่ต้องเปิดดู เพราะจะไปเทียบกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ไม่ได้ เพราะสนช.เทียบพอดีกับสภาผู้แทนฯ ส่วนตำแหน่งที่กำหนดให้ยื่น เช่นกรณีผู้ช่วยรัฐมนตรี นั้นให้ยื่นแต่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่หากต่อมามีเรื่องร้องเรียนว่าทุจริตก็สามารถเปิดดูเพื่อตรงจสอบได้ ไม่เหมือนกับครม. , สนช. ยื่นแล้วเปิดเผย อย่างไรก็ตามขอให้ไปถามความชัดเจนจากนายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช.

                นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีที่สปช.ต้องเสนอกรอบการยกร่างรัฐธรรมนูญภายใน 60 วัน ว่า  การเสนอกรอบการยกร่างรัฐธรรมนูญภายใน 60 วันนั้น ต้องนับจากวันที่มีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดจะมีขึ้นวันที่ 4 พ.ย.นี้  ไม่ใช่นับจากวันที่ 21 ต.ค.นี้ อย่างที่บางคนเข้าใจกัน ส่วนในรายละเอียดนั้นทางกรรมาธิการจะต้องเป็นคนคิดเอง ดังนั้นระยะเวลา 60 วัน เพียงพอในการทำงานหากใช้เวลาให้คุ้ม อย่างไรก็ตาม เมื่อสปช.เลือกประธาน รองประธาน ได้ตัวบุคคลแล้วสามารถประชุมเพื่อเตรียมตัวเป็นการภายในไปได้ เป็นการนัดแนะกันได้ว่าจะต้องมีกรรมาธิการกี่ชุดอย่างไร โดยมีการตั้งคณะกรรมการประสานงาน ส่วนกรณีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่เป็นโควตาของครม.นั้น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ครม.ยังไม่ได้หารือกันถึงเรื่องดังกล่าว คงต้องรอให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นัดหารืออีกครั้ง แต่คงไม่ใช่จะนำมาหารือในครม.วันที่ 21 ต.ค.นี้เพราะคงเร็วเกินไป ตอนนี้อาจจะมีรายชื่อออกมาเป็นข่าวซึ่งตนเชื่อว่าเป็นการเสนอออกมาเพื่อชิงโควต้ากัน

 

‘เอกชัย’ระบุประธานสปช.ต้องประณีประนอม 
       
             พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านอื่นๆ และผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า  กล่าวถึงการประชุม สปช. ในวันที่ 21 ต.ค.  ซึ่งมีวาระสำคัญคือการเลือกประธาน สปช. และรองประธาน สปช.  ว่า ตามชื่อผู้ที่คาดว่าจะได้รับหน้าที่ดังกล่าวที่สื่อมวลชนนำเสนอไปนั้น ตนไม่ทราบว่าในการประชุม สนช.  จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีผู้ใดที่เสนอชื่อของสปช.คนอื่นๆ เข้าชิงตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่ อย่างไรก็ตามตนมองว่าสำหรับบุคคลที่จะทำหน้าที่ประธานและรองประธาน สปช. นั้นต้องมีลักษณะของความประณีประนอม ไม่มีภาพความขัดแย้งหรือมีลักษณะของการเลือกข้างทางการเมือง  สำหรับแนวทางการทำงานของสปช. นั้นเบื้องต้นได้หารือกับสมาชิกในส่วนของกลุ่มจังหวัดแล้ว มีแนวคิดว่าจะจัดเวทีเพื่อรับฟังความเห็นของประชาชนในจังหวัดต่างๆ โดยมี สปช.จังหวัด ร่วมกับผู้สมัคร สปช. ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกร่วมจัดเวที โดยรูปแบบการรับฟังความเห็นนั้นจะไม่กำหนดประเด็นใดประเด็นหนึ่งเฉพาะ แต่ต้องเปิดกว้างให้คนระดับพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด

             พล.อ.เอกชัย กล่าวด้วยว่าสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในระยะต่อไปหลังจากได้บุคคลเพื่อทำหน้าที่ประธานและรองประธาน สปช. แล้ว คือ การคัดเลือก สปช. เข้าไปทำหน้าที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดสัดส่วนของสปช. จำนวน 20 คน และจากภาคส่วนอื่นๆ ที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), คณะรัฐมนตรี (ครม.)  รวมเป็นจำนวน 36 คน  ที่ต้องเป็นคนหน้าใหม่เพื่อร่วมหาวิธีแก้ปัญหาของประเทศ และเพื่อประโยชน์ของประชาชน นอกจากนั้นแล้วตนมองว่าหากกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะของบุคคลที่เลือกข้างการเมืองชัดเจน อาจทำให้เป็นปัญหาได้ในอนาคต โดยเฉพาะการยอมรับในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กรณีที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่ผ่านการทำประชามติแล้ว ควรทำประเด็นเริ่มต้นของการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับของคนทุกฝ่ายด้วย
       
             “ประเด็นป้องกันการฉีกรัฐธรรมนูญ ผมมองว่าไม่จำเป็นต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ห้ามฉีก ห้ามแก้ แต่ควรเป็นการกำหนดบทบัญญัติให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยากขึ้น ด้วยการกำหนดวิธีสอบความเห็นของประชาชน และต้องไม่ใช่กำหนดบทลงโทษของคนที่คิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ” พล.อ.เอกชัย กล่าว
       
             ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สปช. ในกลุ่มต่างๆ นั้นได้นัดประชุมนอกรอบเพื่อกำหนดทิศทางการทำงานของกลุ่มตนเอง รวมถึงบุคคลในกลุ่มปฏิรูปฯ จะให้การสนับสนุนเป็นประธานสปช. และรองประธานสปช. เบื้องต้นมีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าจะสนับสนุนให้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ สปช. ด้านอื่นๆ ดำรงตำแหน่งประธานสปช. ขณะที่รองประธานสปช. นั้น แต่ละกลุ่มได้แสดงความเห็นที่หลากหลาย และยังไม่ได้กำหนดว่าจะสนับสนุนบุคคลใดเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงรอพิจารณาบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรองประธาน สปช. อีกครั้งก่อนลงมติสนับสนุน