
ผบ.ตร.ย้ำจนท.อังกฤษแค่ผู้สังเกตการณ์
20 ต.ค. 2557
ผบ.ตร. ย้ำจนท.อังกฤษแค่ผู้สังเกตการณ์คดีฆ่านทท.เกาะเต่า ชี้ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบรธน. ด้าน กสม.คุย 2 ผู้ต้องหารับถูกซ้อม เล็งขอเอ็กซเรย์ ไม่ยันกระทำผิดหรือไม่
20 ต.ค.57 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีประเทศอังกฤษส่งเจ้าหน้าที่มาเข้าร่วมสังเกตการณ์คดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยว ที่ อ.เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ว่า เป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้หารือกับ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งทางการไทยมีความพร้อมและเต็มใจให้ทางอังกฤษส่งเจ้าหน้าที่ หรือผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเหลือสนับสนุนในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่การดำเนินการทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตามไม่ใช่เฉพาะประเทศอังกฤษอย่างเดียว ในส่วนของประเทศเมียนมาร์เอง เราก็แจ้งไปว่าสามารถส่งเจ้าหน้าที่มาสนับสนุนหรือร่วมสังเกตการณ์ได้เช่นกัน
เมื่อถามว่า ได้กำหนดกรอบให้เจ้าหน้าที่ของอังกฤษมีส่วนร่วมในคดีเกาะเต่าอย่างไร พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ถ้าอะไรที่เขาสนับสนุนการทำงานเราได้ เราต้องเปิดกว้างและยอมรับ แต่ถ้าอะไรที่ขัดข้อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ตลอดจนอธิปไตยของประเทศไทย เราก็ไม่อนุญาตในส่วนนั้น
“ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ของอังกฤษมาในฐานะของผู้สังเกตการณ์ หรือให้คำแนะนำเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ทางประเทศอังกฤษไม่เชื่อมั่นกระบวนการสอบสวนของตำรวจไทย เป็นเรื่องภายในประเทศของเขา ที่มีความกดดันที่ทำให้รัฐบาลของประเทศอังกฤษต้องส่งเจ้าหน้าที่มามีส่วนร่วม ซึ่งเราไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวตรงนั้น ทั้งนี้ผมมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ยึดหลักกฎหมาย ความถูกต้อง พยานหลักฐาน ไม่ได้มีการสร้างพยานหลักฐานเท็จ เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง“ พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
กสม.คุย 2 ผู้ต้องหาคดีเกาะเต่ารับถูกซ้อม เล็งขอเอ็กซเรย์
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง แถลงภายหลังการประชุมเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรณีมีผู้ร้องเรียนว่ามีการซ้อมทรมาน 2 ผู้ต้องหาคดีฆาตรกรรม 2 นักท่องเที่ยวอังกฤษที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ได้รับข้อมูลจากพ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร อ.เกาะพงัน ว่า คดีดังกล่าวมีชุดสืบสวนทั้งระดับพื้นที่และจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งลงพื้นที่จำนวนหลายชุด แต่ยืนยันว่าเมื่อจับกุมผู้ต้องหาได้และนำตัวมายังสภอ.ไม่มีการซ้อมทรมาน โดยผู้ต้องหาได้รับสิทธิในการตั้งทนายความตามที่กฎหมายกำหนด แต่ทั้งนี้ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าการซ้อมทรมานเกิดขึ้นในขั้นตอนใด เพราะกระบวนการสืบสวนของแต่ละหน่วยงานที่ลงไป ไม่สามารถไปก้าวก่ายได้ ดังนั้นวันจันทร์ที่ 27 ต.ค.นี้ เวลา 10.00 น. อนุกรรมการฯ จะเชิญตัวแทนจากชุดสืบสวนทั้งหมด รวมทั้งพล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บังคับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาลและพล.ต.ต.ปวีณ พงษ์สิรินทร์ รองผบ.ช.ภาค 8 มาชี้แจงข้อมูลอีกครั้ง
นพ.นิรันดร์ กล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ กสม.ร่วมกับคุณหญิงพญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.นิติวิทยาศาสตร์ และการไปพูดคุยกับ 2 ผู้ต้องหา ได้ข้อมูลตรงกันว่าเจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมซ้อม ทุบตี ทำร้ายมีการใช้ถุงพลาสติกคลุมหัว จากการตรวจร่างกายเบื้องต้นพบจุดกดเจ็บที่หน้าอกของผู้ต้องหา 1 ราย ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นอาการเจ็บของกระดูกหรือกล้ามเนื้อ อนุกรรมการฯจึงจะทำจดหมายถึงผู้บัญชาการเรือนจำ ขอให้มีการเอ็กซเรย์ผู้ต้องหาเพื่อให้ทราบว่ามีบาดแผลตรงไหนอีกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม กสม.ตรวจสอบเพียงเรื่องการละเมิดตามที่มีการร้องว่าซ้อมผู้ต้องหาเท่านั้น ไม่ได้ตรวจสอบเรื่องว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำผิดจริงหรือไม่ เพราะไม่ใช่หน้าที่ ยืนยันว่ากสม.จะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยความเป็นธรรมก่อนที่จะมีการสรุปข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว
เมื่อถามว่า เป็นการซ้อมเพื่อให้รับสารภาพจริงหรือไม่ นพ.นิรันดร์ กล่าวว่า เขาบอกว่าถูกซ้อม แต่เราไม่รู้ว่ามีการกระทำอย่างที่กล่าวหาหรือเปล่า



