
คึกคัก!ธกส.จ่ายเงินชาวนาวันแรก8จว.
20 ต.ค. 2557
คึกคัก! ธกส.ประเดิมจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาทวันแรก นำร่อง 8 จังหวัด ขณะที่ชาวนาพิจิตรเผยดีใจได้รับเงินต่อชีวิต
20 ต.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันแรกของการมอบเงินช่วยเหลือชาวนา ใน 8 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ กำแพงเพชร ,ขอนแก่น ,พิษณุโลก ,พิจิตร ,ศรีสะเกษ ,มหาสารคาม ,ลพบุรี และสุรินทร์ จากมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ในจำนวนไร่ละ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 15 ไร่ หรือไม่เกิน 15,000 บาท นั้นในจังหวัดพิจิตร ที่มีการทำนากว่าร้อยละ 99 ในพื้นที่ มีความตื่นตัวในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ประธานเครือข่ายชาวนาภาคเหนือและแกนนำชาวนาจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ชาวนาในพื้นที่จังหวัดพิจิตร มีความตื่นตัวอย่างมากเมื่อทราบว่าจะมีการแจกเงินให้กับชาวนา แม้ว่านโยบายการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาดังกล่าว ตนจะเป็นคนนำเสนอกับรัฐบาลในจำนวนไร่ละ 3,000 บาท แต่งบประมาณที่สามารถจัดสรรได้จริงเหลือเพียงแค่ ไร่ละ 1,000 บาท และไม่เกิน 15,000 บาทต่อราย แต่ก็ยังดี เงินจำนวนนี้มีค่าอย่างมากกับเกษตรกร และจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรรายย่อยอย่างแท้จริง สามารถต่อชีวิตชาวนาไปได้อีกสักระยะ
"ปัจจุบันในจังหวัดพิจิตรยังมีพี่น้องเกษตรกรที่ยังมีปัญหาอีกมาก ทั้งเรื่องของที่ดิน ส.ป.ก.และการขึ้นทะเบียน โดยขณะนี้ผมและเหล่าแกนนำชาวนาในพื้นที่ต่างๆ กำลังเร่งถกปัญหาและวิธีการแก้ไขช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือดร้อน ให้ได้รับเงินช่วยเหลืออย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพิจิตร เป็นหนึ่งใน 8 จังหวัดนำร่องที่ได้รับเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาทดังกล่าว หากมีปัญหาเกิดขึ้น เกรงว่าทาง ธ.ก.ส.อาจจะมีการชะงักการจ่ายเงิน ส่งผลกระทบต่อชาวนาที่เหลือ" นายกิตติศักดิ์ กล่าว
ขณะที่นายณรงค์ จักขุจันทร์ กำนันต.ทุ่งใหญ่ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ในฐานะแกนนำชาวนา ต.ทุ่งใหญ่ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีเกษตรกรที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนจำนวนมาก แม้ว่าจะมีการประชาสัมพันธ์ ให้ขึ้นทะเบียนเพื่อรักษาสิทธิของตัวเอง แต่เมื่อทราบข่าวว่าจะมีการมอบเงินช่วยเหลือ บรรดาเกษตรกรจึงตื่นตัวพากันมาขึ้นทะเบียนจำนวนมากเนื่องจากเงินจำนวนนี้ จะสามารถช่วยเหลือจุนเจือ ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา รวมทั้งสามารถต่อทุนได้ เป็นประโยชน์กับเกษตรกรอย่างมาก
"ส่วนเรื่องที่ดิน ส.ป.ก. นั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และยังเป็นปัญหาหลักสำหรับชาวนา ยกตัวอย่างในกรณีที่เจ้าของที่คือน้อง แต่พี่เป็นคนทำนา ผมมีความเห็นว่า อย่างน้อยพี่น้องแท้ๆ คลานตามกันมา น่าจะขึ้นได้ ไม่ใช่ให้คนที่ไม่ได้ทำไปขึ้นทะเบียน ตัดสิทธิชาวนา และปัญหาสังคมก็ตามมา เพราะเกษตรกรไม่ใช่นายทุน เกษตรกรคือผู้เดือดร้อนวันยังค่ำ" นายณรงค์ กล่าว
ชาวนาขอนแก่นปลื้มรับเงินช่วยเหลือ 1 พันบาท
เมื่อเวลา 09.00 น. นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายอดุลย์ กาญจนวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. นายธนู โตสัจจะ ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดขอนแก่น ร่วมมอบเงินช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2557/58 ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 15,000 บาท ให้กับผู้ที่ขึ้นทะเบียนและได้รับการออกใบรับรอง ที่สำนักงานสาขาหนองเรือ จ.ขอนแก่น โดยมีเกษตรกรทยอยมาเช็คยอดเงินในบัญชีและถอนเงินจำนวนมาก
นายอดุลย์ กาญจนวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรกล่าวว่า จ.ขอนแก่นมีเกษตรกรที่จะได้รับการช่วยเหลือประมาณ 166,000 ครัวเรือน พื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 2.34 ล้านไร่ วงเงินชดเชย ประมาณ 2,340 ล้านบาท ส่วนที่อ.หนองเรือ มีเกษตรกรจะได้รับการช่วยเหลือหรือขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 นี้ จำนวน 10,740 ครัวเรือน พื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 126,393 ไร่ วงเงินชดเชยประมาณ 126.94 ล้านบาท
ซึ่งในการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาครั้งนี้ ธ.ก.ส.ทำอย่างรอบคอบมีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้ถูกต้องและถึงมือเกษตรกรที่แท้จริง เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระ และช่วยเหลือให้เกษตรกรมีสภาพคล่องที่ดีขึ้น ซึ่งจะทยอยจ่ายภายใน 3 วันทั้ง จ.ขอนแก่นน่าจะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีให้กับผู้ที่ได้รับการรับรองแล้ว ได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท และจะสามารถจ่ายเงินให้กับทุกคนที่ขึ้นบัญชีได้ตามกำหนด หรืออย่างช้าอาจจะประมาณช่วงสัปดาห์แรกของเดือน พ.ย.
นายสำอางค์ เชื้อพระคา ชาวบ้านป่าเที่ยว หมู่ 6 ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งเข้าคิวเพื่อปรับสมุดบัญชีธนาคาร เปิดเผยว่า ทำนาทั้งหมด 30 ไร่ แต่ได้เงิน 15,000 บาท ซึ่งก็รู้สึกดีใจระดับหนึ่ง แต่ใจจริงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเต็มที่เพราะทำนา 30 ไร่ ลงทุนไปกว่า 40,000 บาท ที่สำคัญเป็นที่นาเช่า เงินที่ได้จึงได้ไม่ถึงครึ่งของต้นทุนที่ลงไป อย่างไรก็ตามเงินที่ได้ยังพอแบ่งเบาภาระได้บ้าง จะนำเงินนี้ไปจ่ายค่าปุ๋ยที่ติดค้างไว้ 20,000 บาท ซึ่งอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือภัยแล้งด้วยเพราะปีนี้แล้งมาก ข้าวแทบจะไม่ออกรวงผลผลิตข้าวคงจะไม่ถึงตัน และราคาข้าวก็ตกต่ำอีกด้วย
ขณะที่นางเที่ยง คำสม อายุ 74 ปี ชาวบ้านเม็ง หมู่ 3 บอกว่าได้เงินทั้งสิ้น 5,000 บาท เศษ เพราทาง ธ.ก.ส.คิดให้ 5 ไร่ กับ 3 งาน แม้จะไม่มากนักแต่ก็ดีใจที่รัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือ เงินที่ได้ก็จะนำไปจ่ายค่าปุ๋ย ค่างจ้างหว่าน และค่าจ้างฉีดยา ทำเองไม่ได้ต้องจ้างหมด เพราะอายุมากแล้ว สามีที่เคยช่วยกันทำก็เสียชีวิตไปแล้ว
อุดรธานี - ธกส.มอบเงินโครงการช่วยชาวนา
วันที่ 20 ต.ค. ที่สำนักงาน ธกส.จ.อุดรธานี นายสุทธินันท์ บุญมี รอง ผวจ.อุดรธานี ทำพิธีเปิดโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 57/58 ตามมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐ โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ลงทะเบียนไว้แล้ว มาร่วมพิธีกว่า 100 คน
นายโกเมนทร์ โครตศรีวงศ์ ผอ.สนง.ธกส.อุดรธานี กล่าวว่า หลังจากกรมส่งเสริมการเกษตร ให้ทางจังหวัด ทำการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ฤดูการผลิต ปี 57/58 มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนแล้วจนถึงวันที่ 17 ต.ค. จำนวน 109,459 ครัวเรือน หรือคิดเป็นพื้นที่ทั้งหมด 1,547,919.25 ไร่ คาดว่าจะมีเพิ่มอีกจนถึงวันสุดท้ายของการขึ้นทะเบียนในเดือนพ.ย.นี้
“ถึง จ.อุดรธานี จะไม่ได้เป็น 1 ใน 8 จังหวัดนำร่อง แต่ทาง ธกส.สามารถโอนจ่ายเงินให้เกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้แล้วอย่างถูกต้องตามเกณฑ์กำหนด คือ ได้รับเงินช่วยเหลือครอบครัวละไม่เกิน 15 ไร่ และได้ทำหนังสือแจ้งความจำนงขอรับเงินด้วยตัวเอง และให้ทาง ธกส.เป็นผู้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากให้กับเกษตรกร มีด้วยกันรวม 86 ราย รวมเป็นเงินที่จ่ายให้กับเกษตรกรชุดแรก 1,056,000 บาท
เกษตรกรรายหนึ่ง ในเขต อ.เมือง กล่าวว่า ตนมีที่นา 20 ไร่ ได้มาขึ้นทะเบียนได้แล้ว ทราบว่าจะได้ครอบครัวละ 15 ไร่ ได้เงิน 15,000 บาท ก็รู้สึกดีใจที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือเงินในส่วนนี้ ถึงจะไม่มาก แต่ก็พอที่จะนำไปซื้อปุ๋ย ซื้อพันธุ์ข้าว หรือไว้สำหรับจ้างคนงานตอนเก็บเกี่ยวได้ จะพยายามใช้เงินในส่วนนี้ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด
ลพบุรี - ชาวนาดีใจได้รับเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท
สำนักงานธ.ก.ส.จังหวัดลพบุรี และสาขาในสังกัด 12 สาขา เป็นหนึ่งในแปดจังหวัดแรกที่จ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 15,000 บาท ซึ่งในวันนี้เป็นวันแรกของการจ่ายเงิน โดยวันนี้จังหวัดลพบุรีมียอดชาวนาที่มารอรับเงินช่วยเหลือจำนวน 684 ราย เป็นเงิน 9.2 ล้านบาท
เมื่อเวลา 11.00น. นายนำชัย พรหมมีชัย รองอธิบดีกรงส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยพล.ต.พิชิต ฟูฟุ้ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่13 นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นประธานในการมอบเงินช่วยเหลือชาวนาเพื่อลดต้นทุนการผลิตไร่ละ1000บาทจำนวนไม่เกิน15ไร่ต่อ1ราย ซึ่งจังหวัดลพบุรีในรอบแรกจะมีชาวนาได้สิทธิ์ในการรับเงินช่วยเหลือจำนวน684ราย เป็นเงินจำนวน9.2 ล้านบาท ซึ่งในวันเป็นวันแรกที่มีการมอบเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น250รายซึ่งชาวนาส่วนใหญ่ที่เดินทางมารับเงินในวันนี้ต่างดีใจและยิ้มแย้มกันทั่วหน้า พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่ทำโครงการนี้ขึ้นมา พร้อมขอให้รัฐบาลทำโครงการให้เงินช่วยเหลือชาวนาต่อไปเพราะอย่างน้อยชาวนาก็จะได้ลดภาระค่าใช้จ่ายมาได้บ้าง
สำหรับมาตราการที่ คสช.เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างดำเนินการ ประกอบด้วย 1.โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการผลิตแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2557/58 ร้อยละ 3 ต่อปี ของเงินกู้รายไม่เกิน 50,000 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน 2.โครงการสินเชื่อชชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โดยให้กู้รายละ 30,000 บาท โดยไม่เสียดอกเบี้ย ใช้ผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเหนียวเป็นหลักประกันในอัตราร้อยละ80 ของราคาตลาด
ด้านนายประพันธ์ บุญวิวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานธ.ก.ส. จังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า จากการที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2557/2558 เพิ่มเติมจากมาตราการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้ความเห็นชอบ ในโครงการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาคนละไม่เกิน15ไร่เป็นเงินไร่ละ1000บาท ในวันนี้จังหวัดลพบุรีเป็นหนึ่งในแปดจังหวัดนำร่องที่จ่ายเงิน โดยขณะนี้ทางธ.ก.ส.ได้มีการโอนเงินเข้าบัญชีให้กับชาวนาเรียบร้อยแล้ว จำนวน 684 ราย เป็นเงิน 9.2 ล้านบาท ซึ่งชาวนาสามารถมาเบิกเงินสดได้ทันที่ที่ธ.ก.ส. ซึ่งในส่วนของจังหวัดลพบุรีคาดว่าจะมีเกษตรกรได้รับผลประโยชน์ 25,538 ครัวเรือน พื้นที่ปลุกข้าวประมาณ 6.6 แสนไร่ วงเงินชดเชยประมาณ 380 ล้านบาท
โดยนางหอมจันทร์ ดัดวงษ์ ชาวนาในตำบลดอนโพธิ์ อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในชาวนาจำนวน684 รายที่มารับเงินช่วยเหลือเป็นรายแรกเป็นเงินจำนวน 15,000 บาท ได้กล่าวด้วยความดีใจว่าต้องขอขอบคุณรัฐบาลท่านพล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา ที่ได้มีนโยบายช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ซึ่งทำให้ชาวนาสามารถลดค่าใช้จ่ายในการทำนาไปได้บ้าง แต่ถามว่าพอไมนั้นก็ยังไม่เพียงพอเพราะราคาค่าปุ๋ยค่ายาแพง แต่ก็ยังดีที่ชาวนาพอมีทุนที่จะไปลงทุนทำนาเพิ่มอีก ที่บอกว่าไม่พอเพราะต่อไปชาวนาทำนาได้ครั้งเดียวเนื่องจากน้ำมีไม่เพียงพอต่อการทำนาปรัง จึงทำให้ชาวนาจะต้องทิ้งช่วงไปนานหลายเดือน
ศรีสะเกษ-เกษตรกรเฮรับเงินชดเชยไร่ละพันเตรียมเป็นทุนทำนา
วันที่ 20 ตุลาคม 2557 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโพนข่า อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ ปฎิบัติหน้าที่แทนผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เป็นประธานในการเปิดโครงการ มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย จ่ายชดเชยต้นทุนการผลิตไร่ละหนึ่งพันบาท โดยมี นายส่งเสริม ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, นายทวี มาสขาว เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ, นายนิวัติ น้อยผาง นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ, นายเพิ่มศักดิ์ ศักดิ์แก้ว เกษตรอำเภอเมืองศรีสะเกษ, นายพงษ์พันธ์ จงรักษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน ธกส.จังหวัดศรีสะเกษ, นายวิรุฬห์ แสงสุข ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.สาขาศรีสะเกษ, นายสมบูรณ์ โมทะจิต นายก อบต.โพนข่า กำนัน - ผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง 10 หมู่ ได้นำเกษตรกรในตำบลโพนข่า มารับมอบสมุดเงินฝากที่ทางธนาคารฯ ธกส.ได้โอนเงินเข้าบัญชีเรียบร้อนพร้อมถอดแล้วมาจัดพิธีรับมอบ เป็นจุดแรกของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่ง ธกส.จังหวัดศรีสะเกษ ได้โอนเงินจ่ายเข้าบัญชีเกษตรกรแล้ว ทั้งจังหวัดรวม 5,223 ราย เป็นเงิน 60,561,500.-บาท เกษตรกรสามารถติดต่อถอดเงินได้ที่สำนักงาน ธกส.สาขาของตนเอง หรือ ธกส.ใกล้บ้านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นายวัฒนา พุฒิชาติ ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ด้วยความร่วมมือของเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ได้จัดทำข้อมูลในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พร้อมกับการส่งข้อมูลรายชื่อเกษตรกรทุกรายในจังหวัดศรีสะเกษ ไปติดประกาศให้เกษตรกรทุกหมู่บ้านได้รวดเร็วทันการในการส่งข้อมูลต่อไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.ได้ยืนยันส่งลงตามระบบ จนสามารถนำมาสู่การโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรในแต่ละรายได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ จึงสามารถนำมาแจ้ง มามอบให้เกษตรกรได้เป็นตำบลแรกของจังหวัดศรีสะเกษ และเป็น 1 ใน 6 จังหวัดของประเทศไทยที่ได้จ่ายโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากเพื่อเป็นการยืนยันการจ่ายเงินให้เกษตรกรโดยตรง ถูกต้อง ถูกคน ถูกตัวเกษตรกรทุกราย และจากนี้เกษตรกรก็สามารถไปถอเงินของตนเองไปใช้จ่ายได้ตามปกติ
นายส่งเสริม ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กล่าวว่า ในส่วนของ ธกส.ได้ทำการประสานข้อมูลกับ กรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อดูแลตามพันธกิจของมาตรการช่วยเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย จ่ายเงินชดเชยการผลิตนาข้าวปีการผลิต 2557/58 ไร่ละหนึ่งพันบาท สามารถให้เกษตรกรได้รับเงินเริ่มวันแรก 20 ตุลาคม 2557 ตามคำสั่งของรัฐบาล และให้สามารถจ่ายให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 โดยจากวันนี้ ธกส.จะได้ทำการโอนเงินตามบัญชีรายชื่อที่ได้รับการประสานส่งข้อมูลการรับรอบเกษตรกรของกรมส่งเสริมได้ทุกวันจนกว่าจะแล้วเสร็จตามกำหนดต่อไป
อย่างไรก็ดี ในส่วนของ นางแจ้งใส คำผง อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 1 ตำบลโพนข่า อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับสมุดเงินฝากที่ ธกส.โอนเงินเข้าให้ในวันนี้ เปิดเผยว่า ตนมีนามากกว่า 15 ไร่ แต่รัฐบาลแจ้งให้ตนมีสิทธิ์เพียง 15 ไร่ ก็มีเงินโอนเข้าบัญชี 15,000 บาท ตนดีใจมากขอขอบคุณรัฐบาลที่ดูแลเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ซึ่งตนจะได้มีถอด 14,000 บาท ส่วนหนึ่งจะนำไปซ่อมแซมบ้านที่ทรุดโทรมพอได้อยู่ต่อ และที่เหลือก็จะนำไปจ้างแรงงานเกี่ยวข้าวในนาให้ เพราะตอนนี้ข้าวหอมมะลิเริ่มสุกพอที่จะได้เก็บเกี่ยวแล้ว นอกนั้นก็เก็บไว้ซื้อหมากพลูเคี้ยวต่อไป
ธกส.กำแพงเพชร ประเดิมจ่ายเงินช่วยชาวนาไร้อุปสรรค
วันนี้ 20 ต.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจ่ายเงินชาวนาโครงการมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ที่สำนักงาน ธกส.สากำแพงเพชร ถนนราชดำเนิน อำเภอเมืองกำแพงเพชร ได้มีชาวนาเดินทางมารับเงินช่วยเหลือกันตั้งแต่เช้า สำหรับสาขาจังหวัดกำแพงเพชรในวันนี้ มีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนมารับเงินช่วยเหลือจำนวน 2,990 ราย รวมเป็นเงิน 42 ล้านบาท
นายยุทธนา เฮี๊ยะหลง ผู้อำนวยการ ธกส.กำแพงเพชร เปิดเผยว่า ธกส. ทั้ง 17 สาขา จะดำเนินการจ่ายเงินให้กับเกษตรที่ขึ้นทะเบียนไว้ 46,000 ราย ให้แล้วเสร็จ ภายใน วันที่ 10 พ.ย.นี้ ส่วนอุปสรรคขณะนี้ยังไม่พบ ผู้รับเงินผ่านการตรวจสอบมาก่อนแล้ว ว่าเป็นผู้ปลูกข้าวอย่างแท้จริง
ขณะที่เกษตรกรที่มารับเงิน กล่าวว่าพอใจ เพราะดีกว่าที่จะไม่ได้รับความช่วยเหลือ บางรายก็เก็บเกี่ยวแล้ว จะนำเงินไปลงทุนใหม่ และบางรายก็จะนำไปใช้หนี้ ที่ลงทุนไปก่อนหน้านี้



