
แห่เข้าคิวรับแจกกล่องทีวีดิจิตอล
แห่เข้าคิวรับแจกกล่องทีวีดิจิตอล บ่ายที่สำนักงานใหญ่บริษัทไทยประกันชีวิตและปั๊มปตท.ถนนวิภาวดีฯ พรชัยชงครม.ตั้งเป็นกระทรวงจับมือมท.รื้อระบบข้อมูลใหม่
20ต.ค.2557ประชาชนจำนวนมากต่อคิวเข้าแถวรอรับกล่องทีวีดิจิตอล one box home วันแรก และช่วงบ่ายจะแจกกันที่สำนักงานใหญ่บริษัท ไทยประกันชีวิต ที่ปั๊มปตท.ถนนวิภาวดีฯ
ชุมชนแออัดตกสำรวจคูปองดิจิทัล
ทั้งนี้นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า การประชุมบอร์ด กสทช. เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2557 ได้อนุมัติให้สำนักงาน กสทช.จัดทำหลักเกณฑ์แนวทางการแจกคูปองทีวีดิจิทัลให้กลุ่มประชาชนตกสำรวจที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง เช่น กลุ่มที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดกว่า 2.8 ล้านครัวเรือน คาดว่าจะใช้งบประมาณสำหรับแจกคูปองในกลุ่มนี้จำนวน 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ที่สำนักงาน กสทช. จะเสนอให้ประชาชนในกลุ่มนี้ไปลงทะเบียนกับจังหวัด เพื่อขึ้นทะเบียนแล้วให้กระทรวงมหาดไทยส่งข้อมูลดังกล่าวมายังสำนักงาน กสทช. เพื่อดำเนินการ โดยสำนักงาน กสทช. จะนำเสนอแนวทางดังกล่าวต่อ กสทช. และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อพิจารณาและหากเห็นชอบ สำนักงาน กสทช. จะเริ่มแจกคูปองได้ภายในเดือนธันวาคมนี้
นอกจากนี้ บอร์ด กสทช.ได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการแจกคูปอง โดยจะเชิญตัวแทนจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคต่างๆ เพื่อร่วมทำงาน เพื่อยืนยันว่าการแจกคูปองไม่มีการทุจริตแต่อย่างใด
ขณะที่นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมสูงสุดในการช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดกล่องและเสารับสัญญาณทีวีดิจิทัล โดยจะใช้กลยุทธ์ "สามารถ สตรอง" เน้นความแข็งแกร่ง 5 ด้านคือ 1.ความเชี่ยวชาญในการผลิตอุปกรณ์รับส่งสัญญาณทีวี 2.สินค้าคุณภาพทั้งกล่องและเสารับสัญญาณทีวีคุณภาพสูง 3.กลยุทธ์การตลาดแบบบุกถึงบ้าน...ส่งถึงที่ และจุดจำหน่ายกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ 4.ศูนย์บริการหลังการขายกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ และสุดท้ายเป็นเรื่องโปรโมชั่นโดนใจ คืนความสุข 3 ต่อ
“นอกจากช่องทางการขายผ่านพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง เทสโก้โลตัส โฮมโปร เซเว่นฯ ร้านไอ-โมบาย และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว เราจะจัดขบวนคาราวานคืนความสุขออกเดินสายแนะนำสินค้าและรับแลกคูปองด้วย" นายวัฒน์ชัยกล่าวและว่า บริษัทคาดว่าจะจำหน่ายกล่องและเสาอากาศดิจิทัลทีวีได้อย่างละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านชุด คิดเป็นมูลค่ารวมกันมากกว่า 2,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2557
ขณะที่นายจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสบริหารสินค้า เพาเวอร์ มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เพาเวอร์มอลล์พร้อมเต็มที่ในการเป็นสถานที่รับแลกคูปอง “คืนความสุขให้ประชาชน” ซึ่งจะเริ่มภายในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ พร้อมกับโปรโมชั่นที่ให้ส่วนลดที่คุ้มค่า รวมทั้งขยายความสุขที่เลือกมาใช้คูปองด้วยการมอบคูปองฟู้ด คอร์ท การ์ด สำหรับรับประทานอาหารมูลค่า 100 บาท อีกด้วย
รายงานข่าวจากบริษัทไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าไอที ซิตี้ได้เปิดรับแลก “คูปองทีวีดิจิทัล” ได้ที่ไอที ซิตี้ และไอที ซิตี้ โมบาย ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป
พรชัยเตรียมชงครม.ตั้งกระทรวงดิจิตอล
ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าว นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ เเละการสื่อสาร(ไอซีที) กล่าวถึงในเรื่องความคืบหน้าการตั้งกระทรวงดิจิตอลว่า ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างการร่าง พ.ร.บ. ที่มีทั้งหมด13 ฉบับ ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาปรับปรุงโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา ขณะเดียวกันทางกระทรวงก็ได้จัดตั้งกลไก ฝ่ายเลขานุการขึ้นยึดกลไกเดิม โดยคณะกรรมการเทคโนโลยีเเห่งชาติที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานอยู่ได้มอบหมายให้ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล รองนายกฯ เป็นประธานเเทน อย่างไรก็ตามกลไกเดิมที่มีอยู่จะมีการตั้งเป็นสำนักงานขึ้นมาเพื่อใช้ในการบริหารจัดการแล้วนำไปสู่ความเป็นดิจิตอล อีโคโนมี่(Digital Economy) ในอนาคตต่อไป คาดว่า อีก 2 เดือนจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อไป
“โครงสร้างกระทรวงดิจิตอล หน่วยงานหลักๆ ส่วนใหญ่ที่อยู่ในกระทรวงไอซีที เราเพียงเเค่ขยายบทบาทเพิ่มเติมลงไป จากเดิมที่มีหน้าที่หลักเช่น การพัฒนาซอฟเเวร์ การวางโครงข่ายต่างๆ สำหรับบางส่วนที่จะต้องมีการทำงานร่วมกับหน่วยงาน หรือกระทรวงอื่นๆเช่น การศึกษา สาธารณสุข ก็ต้องสร้างกลไกร่วมกันในการบริหารจัดการ เมื่อร่าง พ.ร.บ.เสร็จสมบูรณ์ เเล้ว รัฐมนตรีเเต่ละกระทรวงก็จะมาร่วมอยู่ในกระทรวงใหม่นี้ด้วย เพราะฉะนั้นการผลักดัน จะเป็นลักษณะที่มีเอกภาพมากยิ่งขึ้น” รมว.ไอซีที กล่าว
“มท.1”ผนึก “ไอซีที”รื้อระบบข้อมูลใหม่
ทั้งนี้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้จัดสัมมนา เรื่อง “การพัฒนาข้อมูลสถิติและสารสนเทศระดับพื้นที่ 76 จังหวัด 18 กลุ่มจังหวัด” โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย นายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เข้าร่วม
นายพรชัย กล่าวว่า จากข้อมูลการดำเนินงานของสำนักสถิติแห่งชาติ ที่ได้จัดทำโครงการพัฒนาข้อมูลสถิติและสารสนเทศระดับพื้นที่ใน 76 จังหวัดยกเว้นกรุงเทพมหานคร โดยแบ่งเป็น 18 กลุ่มจังหวัด ผลลัพธ์ที่ได้คือ ชุดข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในพื้นที่ 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น ข้อมูลดังกล่าวยังมีความเชื่อมโยงกับตัวชี้วัดการพัฒนาจังหวัดที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 และเป็นเครื่องมือสำคัญให้ผู้ใช้ติดตามแผนงาน วางแผน กำหนดนโยบาย รวมถึงนำไปใช้จัดลำดับความสามารถการแข่งขันของประเทศ ที่ผ่านมาเราประสบปัญหาข้อมูลที่ได้จากบนลงล่าง และจากล่างขึ้นบน ไม่สอดคล้องกัน เช่น พื้นที่การเกษตรเสียหาย พื้นที่น้ำท่วม ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ บางครั้งข้อมูลที่รวบรวมจากจังหวัดหน่วยงานต่างๆ กับข้อมูลของกระทรวง ตัวเลขต่างกันเป็นหมื่นไร่ทำให้ยากต่อการประเมินให้ความช่วยเหลือ การให้งบประมาณก็จะผิดพลาดไปด้วย
“การที่กระทรวงไอซีทีร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยที่ดูแลจังหวัดต่างๆ ก็จะทำให้การจัดการข้อมูลเป็นระบบมากขึ้น ได้มาตรฐาน และควรทำอย่างต่อเนื่องหลายๆปี เพื่อเก็บเป็นซีรีย์ และจะได้นำมาวางแผนพัฒนาต่อไปได้ รวมถึงการจัดข้อมูลเป็นกลุ่มจังหวัด ที่มีความคล้ายคลึงกันทางเศรษฐกิจ ภูมิประเทศก็จะสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาพัฒนาประเทศได้ ซึ่งข้อมูลที่มีอยู่แล้วในระดับจังหวัดก็จะไม่ทิ้งแต่จะมีการสางข้อมูล เพราะเดิมใช้วิธีคำนวณ บางครั้งเป็นข้อมูลดิบ จึงจำเป็นต้องสางข้อมูลให้เป็นชุดเดียวกัน” รมว.ไอซีที กล่าว
ด้านพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า การร่วมมือกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มจังหวัด ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีการทำงานในแบบต้องการบูรณาการร่วมกัน โดยจะต้องอยู่ในพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องเป็นปัจจุบันมีความละเอียด ซึ่งเรื่องนี้เห็นว่า เป็นสิ่งที่ดีต่อการทำงาน เพราะถ้ามีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง จะไม่เกิดความสับสน เช่น การจ่ายเงินให้ผู้ยากไร้ เกษตรกร ถ้ามีฐานข้อมูลทางสถิติที่ชัดเจน ก็จะทำให้สามารถจ่ายเงินได้ถูกต้อง ไม่เกิดความแตกต่างกันมาก นอกจากนี้ช่วยบ่ายตนจะเข้าร่วมหารือกับม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ในเรื่องการจัดโซนนิ่งทางการเกษตร จะทำให้รู้ได้ว่า พื้นที่ไหนปลูกอะไรได้ การทำงานร่วมกันจะส่งผลการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน



