
ตั้งทีมสอบสวนลงพท.สอบปากคำเหยื่อเรือชน
20 ต.ค. 2557
ผกก.สภ.เมืองกระบี่ ตั้งทีมพนักงานสอบสวนลงพื้นที่เกิดเหตุเรือชน สอบสวนรายละเอียดจากนักท่องเที่ยวที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
วันที่ 20 ต.ค.57 พ.ต.อ.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผกก.สภ.เมืองกระบี่ กล่าวว่า จากอุบัติเหตุเรือสปีดโบ๊ทชื่อ ซีสตาร์ 29 ชนกับเรือประมงอวนลากชื่อ สินพิชัย 11 บริเวณกองหินหมูสัง ห่างจากเกาะพีพี อ.เมือง จ.กระบี่ 6 ไมล์ทะเล หรือ 10 กิโลเมตร ขณะนำนักท่องเที่ยวออกจากเกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เพื่อเดินทางกลับมายังท่าเทียบเรือรอยัลมารีน่า อ.เมืองภูเก็ต เหตุเกิด 17.00 น.วันที่ 19 ต.ค. โดยมีผู้ประสบอุบัติเหตุอยู่บนเรือ 43 คน เป็นพนักงานเรือ 6 คน และนักท่องเที่ยว 37 คน แยกเป็น จีน 23 คน เกาหลี 4 คน ออสเตรเลีย 2 คน ฝรั่งเศส 1 คน ญี่ปุ่น 1 คน อังกฤษ 1 คน และไทย 5 คน และนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี สูญหาย 2 คนเป็นหญิง 1 ชาย 1 ทราบชื่อคือ 1.mr. go min woo(ยู วิน วู ) อายุ 31 ปี 2.mrs.an sun yong (แอน ซัง ยอง) อายุ 28 ปี
ขณะนี้ ตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนนายสุรัตน์ มาศโอสถ อายุ 36 ปี ทำหน้าที่ขับเรือสปีดโบ๊ท ซีสตาร์ 29 พานักท่องเที่ยวออกจากเกาะพีพี จ.กระบี่ โดยระหว่างทางตนเองได้ก้มเก็บสิ่งของภายในเรือ แค่ 30 วินาที เมื่อหันกลับมาอีกที เรือได้ชนเข้ากับท้ายเรือ เรือประมงอวนลากชื่อ สินพิชัย 11 จึงได้ทำการหักหลบ ทำให้ท้องเรือไปฟาดกับสายสลิงของเรือประมงอวนลาก จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้คนอื่นบาดเจ็บสาหัส
ขณะเดียวกันสภ.เมืองกระบี่ ได้แต่งตั้งทีมงานพนักงานสอบสวน จำนวน 4 สภ.ด้วยกัน สภ.เมืองกระบี่ สภ.เหนือคลอง สภ.อ่าวลึก สภ.ปลายพระยา เพื่อทำงานสอบสวนการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งทางพนักงานสอบสวนทั้งหมดจะเดินทางเข้าไปยังจ.ภูเก็ต เพื่อไปสอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล รวมทั้งการเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน
เร่งค้นหา‘นทท.สูญหายเหตุเรือชนยันจะค้นหาจนเจอ
ความคืบหน้ากรณีเรือสปีดโบ๊ท ชื่อ ซีสตาร์ 29 ชนกับเรือประมงอวนลาก ชื่อ สินพิชัย 11 บริเวณกองหินหมูสัง ห่างจากเกาะพีพี อ.เมือง จ.กระบี่
พ..ต.ท.ปัญญา ชัยชนะ สารวัตรทำหน้าที่ปราบปรามทางน้ำ 3 กองกำกับการ 8 เปิดเผยว่า ในเช้าวันนี้ (20 ต.ค.57) ทางตำรวจน้ำภูเก็ต จะนำเรือตรวจการณ์ 814 หรือเรือคุณพุ่ม ออกไปทำการค้นหานักท่องเที่ยวที่ยังสูญหายอีกครั้ง โดยร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต และทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งจะกำหนดพื้นที่ในการค้นหาตั้งแต่บริเวณกองหินหมูสัง และเกาะไก่ ไปจนถึงเกาะพีพี จ.กระบี่ มีวงล้อมพื้นที่ประมาณ 10x10 ตารางไมล์ โดยสภาพอากาศในช่วงเช้าอาจจะเป็นอุปสรรคบ้างเล็กน้อย เพราะบริเวณในทะเลจะมีเมฆค่อนข้างมาก มีลมแรงแต่มีคลื่นไม่มากนัก ทั้งนี้จะทำการค้นหาจนเจอ หากวันนี้ไม่เจอก็จะพักที่เกาะพีพี จ.กระบี่ เพื่อทำการค้นหาต่อ
อย่างไรก็ตามในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี 2 คนที่สูญหายนั้น คาดว่าน่าจะตกน้ำในช่วงที่เรือชนกัน ในขณะที่คนอื่นๆ สามารถทำการอพยพขึ้นเรือประมงอวนลากได้ทั้งหมด เพราะขณะที่เกิดเหตุเรือทั้ง 2 ลำอยู่ติดกันพอดี และจากการสอบถามกัปตันถึงสาเหตุการชนกันนั้น เนื่องจากก่อนจะเกิดเหตุเขาได้ก้มลงหยิบผ้าสำหรับคลุมคอนโทรลซึ่งตกอยู่ที่ท้องเรือขึ้นมา และเมื่อเห็นเรือประมงก็หลบไม่ทันแล้ว คาดว่าน่าจะใช้ความเร็วค่อนข้างสูง
ขณะที่ พล.ร.ต.สมชาย ณ ปางช้าง เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของทัพเรือภาค 3 จะใช้เฮลิคอปเตอร์ในการช่วยค้นหาผู้ประสบภัยตามความเร็วและทิศทางของกระแสน้ำในทิศทาง 010-150 จากจุดเกิดเหตุ พื้นที่ค้นหาประมาณ 120 ตารางไมล์ ( 30x 40 ไมล์)
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตความรับผิดชอบของ สภ.เมืองกระบี่ ดังนั้นในส่วนของการดำเนินคดีจึงต้องมีการส่งตัวนายนายสุรัตน์ มารถโอสถ กัปตันเรือซีสตาร์ 29 ไปดำเนินคดีที่ สภ.เมืองกระบี่ ใน ทราบว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ได้รับตัวไปแล้ว
เตือนเรือทัวร์ให้ปฏิบัติตามคำเตือนเคร่งครัด ป้องกันเกิดอุบัติเหตุ
นายสุธี สุขสง ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตรัง เปิดเผยว่า สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตรังได้แจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการเรือทัวร์ที่รับส่งผู้โดยสารซึ่งเป็นนักท่องเที่ยว ให้ตระหนักถึงความปลอดภัย หลังจากเกิดอุบัติเหตุเรือสปีดโบ๊ทชนกับเรือประมงในน่านน้ำจ.กระบี่ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
ในส่วนของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตรัง จะเพิ่มเข้มงวดต่อการทำหน้าที่ของนายท้ายเรือมากขึ้น ขณะเดียวกันสำนักงานเจ้าท่า จะ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่ท่าเรือ เพื่อคอยตรวจสอบความปลอดภัย ซึ่งผู้โดยสารที่จะลงเรือต้องสวมเสื้อชูชีพทุกคน หากไม่สวมเสื้อชูชีพ ทางเจ้าหน้าที่จะไม่ให้ออกเรือโดยเด็ดขาด และต้องบรรทุกผู้โดยสารตามจำนวนที่กำหนด หากฝ่าฝืนจะดำเนินการถอนใบอนุญาตประกอบเรือโดยสารทันที
ในส่วนของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตรัง จะเพิ่มเข้มงวดต่อการทำหน้าที่ของนายท้ายเรือมากขึ้น ขณะเดียวกันสำนักงานเจ้าท่า จะ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่ท่าเรือ เพื่อคอยตรวจสอบความปลอดภัย ซึ่งผู้โดยสารที่จะลงเรือต้องสวมเสื้อชูชีพทุกคน หากไม่สวมเสื้อชูชีพ ทางเจ้าหน้าที่จะไม่ให้ออกเรือโดยเด็ดขาด และต้องบรรทุกผู้โดยสารตามจำนวนที่กำหนด หากฝ่าฝืนจะดำเนินการถอนใบอนุญาตประกอบเรือโดยสารทันที
‘สปีดโบ๊ท’ชนเรือประมงอวนลากสูญหาย2ราย
เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.วันที่ 19 ต.ค. พ.ต.ท.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี สารวัตรตำรวจน้ำภูเก็ต ได้รับแจ้งจากเครือข่ายเรือประมงว่า เกิดอุบัติเหตุเรือสปีดโบ๊ท ชื่อ ซีสตาร์ 29 (sea star) ชนกับเรือประมงอวนลาก ชื่อ สินพิชัย 11 บริเวณกองหินมูสังห่างจากเกาะพีพี อ.เมือง จ.กระบี่ ประมาณ 6 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 10 กิโลเมตร ภายหลังนำนักท่องเที่ยวออกจากเกาะพีพี อ.เมืองกระบี่ เพื่อเดินทางกลับมายังท่าเทียบเรือรอยัลมารีน่า อ.เมืองภูเก็ต จากนั้นได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และสั่งการให้ พ..ต.ท.ปัญญา ชัยชนะ สารวัตรทำหน้าที่ปราบปรามทางน้ำ 3 กองกำกับการ 8 นำเรือ ต.814 (เรือคุณพุ่ม) และเรือ รน.77 ออกจากท่าเทียบเรือรัษฎา อ.เมืองภูเก็ตไปทำการช่วยเหลือ ร่วมกับเรือตรวจการณ์ อบจ.ภูเก็ต และ เรือ ต. 220 ของทัพเรือภาค 3
เมื่อเรือตำรวจน้ำไปถึงที่เกิดเหตุ ปรากฏว่านักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ได้รับการช่วยเหลือขึ้นไปอยู่บนเรือประมงอวนลาก สินพิชัย 11 และทราบว่าบางส่วนได้มีเรือในเครือข่ายของบริษัทซีสตาร์ ได้ลำเลียงนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บบางส่วนไปขึ้นที่ท่าเทียบเรือรัษฎา อ.เมืองภูเก็ต โดยมีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และหน่วยกู้ชีพมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตเตรียมพร้อมรับผู้บาดเจ็บ โดยมีนายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ นายอำเภอเมืองภูเก็ต พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พล.ต.ต.ชลิต แก้วยะรัตน์ ผบก.ภ.จว.พังงา พ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ท.ประเสริฐ ศรีคุณรัตน์ รอง ผกก.ตำรวจน้ำ ว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรม ผู้อำนวยการศูนย์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอำนวยความสะดวก
อย่างไรก็ตาม จากากรช่วยเหลือผู้ประสบเหตุกลับขึ้นฝั่งมายังท่าเทียบเรือรัษฎา โดยในช่วงแรกเวลาประมาณ 18.10 น. เรือสปีดโบ๊ทซีสตาร์ซึ่งเป็นเรืออีกลำของบริษัทฯ ได้นำนักท่องเที่ยวจำนวน 10 คน กลับขึ้นฝั่ง ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและที่เจ็บหนัก คือ ศรีษะแตก โดยได้ทยอยนำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต และโรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต หลังจากนั้นเวลา 19.50 น. เรือตรวจการณ์คุณพุ่มก็ได้นำนักท่องเที่ยวและพนักงานประจำเรือ พร้อมด้วยกัปตันทราบชื่อ คือ นายสุรัตน์ มารถโอสถ รวม 28 คน กลับขึ้นฝั่ง และได้ส่งตัวไปรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีบาดแผลตามร่างกาย ส่วนที่อาการหนักจะมีอาการเข่าหลุด ศรีษะแตก และซี่โครงหัก โดยมีนักท่องเที่ยวที่สูญหาย 2 คน เป็นนักท่องเที่ยวชายหญิงชาวเกาหลี แต่ทางเจ้าหน้าที่ต้องยุติต้องค้นหาเนื่องจากค่ำแล้วและจะทำการค้นหาใหม่ในวันรุ่งขึ้น (20 ต.ค.57) ขณะที่เรือสปีดโบ๊ทลำเกิดเหตุได้จมลงทะเลแล้ว
จากการสอบถามพนักงานบริษัทฯ ทราบว่า เรือลำดังกล่าวออกจากท่าเรือรอยัลมารีน่า ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ต.ค. โดยมีนักท่องเที่ยวและลูกเรือ รวม 43 คน ประกอบด้วย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 37 คน คือ นักท่องเที่ยวชาวจีน 31 ราย อังกฤษ 2 ราย เกาหลี 4 ราย และมีลูกเรือ 2 คน กัปตันเรือ 1 คน ไกด์ 2 คน และช่างภาพ 1 คน โดยได้รับแจ้งจากไกด์ประจำเรือว่า เกิดอุบัติเหตุเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ทางบริษัทฯ จึงได้ส่งเรือไปช่วยเหลือ นำกลับขึ้นฝั่งที่ท่าเทียบเรือรัษฎา และส่งไปรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆ
ทางด้าน พ.ต.ท.ปัญญา ชัยชนะ สารวัตรสืบสวนทางน้ำ ตำรวจน้ำภูเก็ต ทำหน้าที่ผู้บังคับเรือตรวจการณ์ กล่าว่า หลังจากที่ได้รับคำสั่งก็ได้นำเรือตรวจการณ์ไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะพีพีประมาณ 10 กิโลเมตร เมื่อไปถึงปรากฏผู้โดยสารที่อยู่ในเรือสปีดโบ๊ทได้ถูกนำไปอยู่บนเรืออวนลากทั้งหมดแล้ว และได้รับแจ้งว่ามีนักท่องเที่ยวสูญหายไป 2 คน ทราบว่าเป็นนักท่องเที่ยวชายหญิงชาวเกาหลี ได้สั่งการให้เรือ ต.77 ทำการค้นหารอบๆ จุดที่เกิดเหตุและจุดที่เรือจม แต่ไม่พบ ประกอบกับช่วงนั้นเริ่มมืดทำให้การค้นหาลำบาก จึงได้สั่งยุติการค้นหาชั่วคราว และจะมีการค้นหาใหม่อีกครั้งในวันที่ 20 ต.ค.57
สำหรับสภาพอากาศในช่วงที่ไปถึงจุดเกิดเหตุนั้นมีคลื่นลมเล็กน้อย และไม่มีฝนตก จากการสอบถามทราบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น เรือสปีดโบ๊ทซีสตาร์ 29 ชนท้ายเรืออวนลากสินพิชัย 11 บริเวณท้ายเรือได้รับความเสียหายเล็กน้อย ขณะที่สปีดโบ๊ทเสียหายค่อยข้างหนัก และสุดท้ายก็จมลงทะเล ส่วนของกัปตันเรือนั้นได้นำส่ง สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อประสานส่งไปดำเนินคดีที่ สภ.เมืองกระบี่ต่อไป เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตความรับผิดชอบของ สภ.กระบี่ ส่วนสาเหตุคงต้องรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง พ.ต.ท.ปัญญากล่าว



