ข่าว

‘วิชา’ไม่หวั่นหาก‘ปปช.’ถึงคราวปฏิรูป

‘วิชา’ไม่หวั่นหาก‘ปปช.’ถึงคราวปฏิรูป

19 ต.ค. 2557

"วิชา" ไม่หวั่น หาก "ป.ป.ช." ถึงคราวปฏิรูป ปัดน้อยใจ "สนช." ชะลอเรื่องถอดถอน ชี้ไม่ส่งผลถึงคดีถอดถอน "ยิ่งลักษณ์"

 
           วันที่  19 ต.ค. 57  เมื่อเวลา 11.30 น. นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์กรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ชะลอเรื่องถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และนายนิคม ไวยรัชพานิช ว่า ป.ป.ช.คงไม่มีความเห็นอะไร เพราะได้ทำจนสิ้นสุดหน้าที่แล้ว หน้าที่ต่อไปเป็นของสนช.ที่จะรับผิดชอบ ป.ป.ช.อาจจะโล่งอกแต่คงเป็นเรื่องหนักอกของสนช. ตนมองว่าสนช.มีอำนาจที่จะถอดถอน จึงส่งเรื่องไปหากไม่สามารถทำได้ก็คงไม่ส่งเรื่องไป ส่วนประเด็นที่มีข่าวว่าป.ป.ช.ส่งเอกสารสำนวนถอดถอนนายสมศักดิ์และนายนิคมไม่ครบนั้น นายวิชา กล่าวยืนยันว่า ป.ป.ช.ส่งสำนวนไปครบถ้วนกว่า 4,000 หน้า แต่ปัญหาคือ สนช.ยังอ่านไม่หมด เพราะอายุมากแล้วก็ต้องเห็นใจ
 
          เมื่อถามว่า หาก สนช.มีมติ ไม่รับเรื่องการถอดถอนไว้พิจารณา ป.ป.ช.จะนำสำนวนกลับเรื่องดังกล่าวกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้งหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า คงไม่ เพราะเรื่องจบก็คือจบ ป.ป.ช.คงไม่ไปแบกรับเรื่องที่ดำเนินการจบสิ้นไปแล้ว ส่วนคดีถอดถอนอื่นๆ ยังคงต้องทำตามหน้าที่ โดยขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งหมดพิจารณาไม่ใช่ตนเพียงคนเดียว ทั้งนี้การที่สนช.ชะลอเรื่องถอดถอนนั้นไม่ได้น้อยใจแต่อย่างใด เพราะเป็นการทำเพื่อบ้านเมือง จะมัวไปนั่งเศร้าไม่ได้เป็นอันขาด
          
          ส่วนการที่ สนช.ชะลอเรื่องการถอดถอนนายสมศักดิ์และนายนิคม จะมีผลต่อกรณีการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ไม่มีผลกระทบใดๆ ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ว่าประเด็นเรื่องถอดถอนของป.ป.ช.จะทำให้ไม่สอดคล้องกับแนวทางปรองดอง นายวิชา กล่าวว่า คงไม่เกี่ยวกัน การปรองดองเป็นเรื่องของการเมือง ต้องรู้จักแยกแยะ ในฐานะป.ป.ช.ต้องมีความหนักแน่น
 
 
 
 
 
"วิชา" ยืดอก พร้อมรับการปฎิรูป ลั่น ไม่กังวลหากต้องยุบปปช. ระบุต้องฟังประชาชนด้วย

          นายวิชา กล่าวว่ากรณีที่มีข้อเสนอจากหลายฝ่ายรวมทั้ง สปช.ให้มีการปฎิรูป ป.ป.ช.ว่า ไม่ได้กังวลใดๆ ที่ผ่านมามีการปฎิรูปองค์กรตลอดเวลา และขณะนี้ก็มีแผนที่จะปฎิรูปและจะบอกให้ทราบในวันอังคารที่ 21 ต.ค.นี้ ที่มีจะมีการแถลงผลงาน ป.ป.ช.ครบ 8 ปี เป็นการรวบรวมผลงานที่ผ่านมา ให้ประชาชนรับทราบ ส่วนจะมีเรื่องอะไรให้รอฟังในวันที่แถลง
 
          เมื่อถามว่า ในวันแถลงผลงานจะมีการชี้แจงถึงเรื่องที่ ป.ป.ช.ชี้มูลไปแล้วแต่ยังไม่แถลงข่าวด้วยหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ต้องรอดูเพราะมีเรื่องจำนวนมากที่จะแถลงให้ประชาชนทราบ ซึ่งแถลงวันเดียวอาจจะไม่พอและเรื่องที่ชี้มูลคงจะไว้วันอื่นบ้าง ขณะเดียวกัน การที่สปช.หลายคนให้ความเห็นเรื่องการปฎิรูปป.ป.ช.นายวิชา กล่าวว่า"ดีเลย เชิญเลย เราเต็มใจอยู่แล้ว ไม่ได้กังวลใดๆ ใครที่ขัดข้องใจต้องการลดบทบาทของป.ป.ช.ก็คิดได้ เพราะเป็นเรื่องของสปช.ที่เขาจะเข้าไปมีส่วน และคนไทยก็สามารถให้ความเห็นเรื่องการปฎิรูปได้ เราจะไปห้ามคนอื่นไม่ให้คิดมาปฎิรูปเราไม่ได้ แม้แต่สื่อก็ต้องปฎิรูปเหมือนกัน" ส่วนที่มีสปช.บางคนเสนอไปถึงขั้นให้ยุบป.ป.ช.นั้น นายวิชา กล่าวว่า ก็ลองดูว่าประชาชนจะว่าอย่างไร ขึ้นอยู่กับประชาชน 
 
 
 
 
 
"วิชา" ระบุ ประสานข้อมูล ป.ป.ช.จีน ปมซื้อขายข้าวจีทูจีนสมัยรัฐบาลปู เป็นระยะ 
 
          นายวิชา กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนกรณีการจัดซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี กับจีน สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ป.ป.ช.ได้ประสานความร่วมมือไปยัง ป.ป.ช.ของจีน ซึ่งมีการส่งข้อมูลไปให้กับทางจีนบ้างแล้ว 
 
 
 
 
 
"วิชา" ปลุกเยาวชนพิทักษ์สมบัติชาติ ชี้ทุจริตจำนำข้าวเป็นสุดยอดความชั่วร้าย 
 
          ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านการทุจริต และโครงการดู “Cheat don’t cheat” เป็นวัยรุ่นต้องกล้าโชว์ ใจฮีโร่ต่อต้านโกง ภายใต้โครงการยุวทูต ป.ป.ช. โดยมีนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมทั้งมีการเสวนา ในหัวข้อ “เมื่อการทุจริตมีรอบตัว รัฐหรือเราที่ต้องแก้” โดยนายวิชา กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้เมื่อเราออกไปต่างประเทศเรตติ้งประเทศไทยโกงสุด สอบตกทุกปี อายและขายหน้าหรือไม่ ต้องเอาปี๊บคุมหัวแบบนายสุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลหรือไม่ มาตรฐานเรื่องการโกงสากลเขารับไม่ได้ แล้วเราจะไม่เปลี่ยนหรือ ประเทศอื่นเขาเปลี่ยนแล้ว เราย่ำเท้าอยู่กับที่ ดังนั้น ต้องร่วมมือร่วมใจกัน เริ่มต้นต้องไม่คิดเอาของคนอื่นที่ไม่ใช่ของเรา รวมทั้งไม่เอาของที่เป็นสาธารณประโยชน์หรือสาธารณสมบัติของชาติ เช่น ภูเขา ต้นน้ำ ลำธาร แต่ต้องรวมกันพิทักษ์ไว้ยิ่งกว่าของส่วนตัว
 
          นายวิชา กล่าวว่า ปัจจุบันคดีทุจริตไม่ลดลง แต่กลับสูงขึ้นเรื่อยๆ มาเหมือนกับสายน้ำ หากไม่มีเขื่อนตั้งรับไว้ รับรองน้ำท่วมองค์กรหมดแล้ว นอกจากคดีมากมายแล้วยังมีความสลับซ้อน เช่น การทุจริตเชิงนโยบาย โดยเข้ามาปกครองบ้านเมืองแล้วกำหนดว่าจะต้องออกกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์พรรคพวก คิดแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว อาทิ การทุจริตจัดซื้อรถ - เรือดับเพลิงของกทม.จะเห็นว่าเขาวางแผนกันไว้แล้ว หรือการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว เรียกว่าจำนำแต่ให้เงินฟรี จะเห็นว่าชาวนาปล่อยข้าวให้แล้วไม่เอากลับคืน ไม่มีชาวนาที่ไหนมารับข้าวคืนจนล้นโกงดัง กระบวนการเหล่านี้คนคิดต้องเรียกว่าสุดยอดของความชั่วร้าย ทำให้เงินที่รัฐจ่ายไป 7 แสนล้านบาทหายไปเข้ากระเป๋าพรรคพวก ถือเป็นการโกงที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีใครเอาชนะการโกงที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ได้เลย เพราะเป็นกระบวนการที่มีความรู้ความชำนาญ ดังนั้น คนที่ทำหน้าที่ไต่สวนต้องมีความเชี่ยวชาญเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นหาไม่เจอว่าเงินหายไปไหน เงินส่วนใหญ่ขณะนี้ขนออกไปนอกประเทศ ไม่ได้อยู่ในประเทศ ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งป.ป.ช.ได้ร่วมมือกับป.ป.ช.ทั่วโลกที่มีการลงนามในเอ็มโอยูกันเอาไว้ เพื่อจะได้รู้ว่าคนของเราไปประเทศเขาแล้วฝากเงินไว้ในธนาคารใดบ้าง โดยป.ป.ช.ประเทศนั้นๆ จะช่วยหาข้อมูลของเงินให้เรา 
 
          เมื่อถามว่า แนวทางการทำงานของป.ป.ช.ในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันเป็นอย่างไร นายวิชา กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่ป.ป.ช.ต้องทำงานและทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริต มีคนพูดกันหลายครั้งว่าบ้านเมืองปรองดองแล้วทำไมปปช.ไม่ไปปรองดองบ้าง ถามว่าคนที่ทุจริตโกงบ้านโกงเมืองแล้วอยู่ๆ จะบอกป.ป.ช.ว่าปรองดอง เลิกกันเถอะนั้นไม่ได้ จะไปมโนทั้งที่บอกปาวๆ ว่าเผาเลยพี่น้องแล้วจะมาปรองดอง ซึ่งไม่ใช่ แต่ถ้าทะเลาะเบาะแว้งกันแล้วจะมาปรองดองอันนี้ได้ เพราะต้องอยู่ร่วมแผ่นดินกัน
 
          “ที่มีการฟ้องร้องหรือร้องทุกข์กล่าวโทษกันแล้วมาบอกให้ป.ป.ช.เลิกเถอะ แยกย้ายกลับบ้าน ซึ่งไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะมีป.ป.ช.ทำไม ในเมื่อมีการโกงปรากฎขึ้นต้องว่ากันไปตามกระบวนการ ถ้าทำอย่างนั้นเท่ากับว่าโกงแล้วเลิกได้ ป.ป.ช.ไม่ทำอะไร ดังนั้น สถานการณ์ขณะนี้ ป.ป.ช.ต้องทำหน้าที่ของตัวเองไป ส่วนจะจบอย่างไร ไม่ได้จบที่เรา แต่จบที่ศาล และสนช.ภารกิจใครมีก็ทำไป ทำหน้าที่ตนเองให้ดี”นายวิชา กล่าว
 
          นายอุดม รัฐอมฤต รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การกระทำที่ไม่ถูกต้องในสังคมที่พัฒนาแล้วเป็นสิ่งที่น่าละอาย แต่บ้านเรากลับไม่ต่อต้าน ดังนั้น ต้องสร้างวัฒนธรรมต่อต้านคนที่ไม่เคารพกติกา แน่นอนว่าคนๆเดียวอาจทำอะไรแล้วกลายเป็นคนบ้าหรือขวางโลก จึงจำเป็นต้องรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นองค์กรที่เคารพกฎหมายและกติกาในสังคม การโกงบ้านโกงเมืองไปในทางมิชอบมีทางเดียวต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของพวกเราทั้งหมด ไม่ใช่ของๆ คนที่มีตำแหน่ง เพราะสาธารณะสมบัติเป็นของทุกคน ต้องมานั่งช่วยกัน ไม่ใช่ปล่อยให้มีตัวแทน ข้าราชการ หรือป.ป.ช. ทำเท่านั้น