ข่าว

ปชช.เชื่อ‘นายกฯ’ถกอาเซมทำประเทศดีขึ้นในสายตาชาวโลก

ปชช.เชื่อ‘นายกฯ’ถกอาเซมทำประเทศดีขึ้นในสายตาชาวโลก

19 ต.ค. 2557

ปชช.กว่าร้อยละ 70 เชื่อพล.อ.ประยุทธ์ร่วมประชุมอาเซม ทำประเทศดีขึ้นในสายตาชาวโลก พร้อมระบุเสียงหนุนนายกฯเดือนตุลาคมดีขึ้นกว่าร้อยละ 93

 
          วันที่ 19 ต.ค.57 มาสเตอร์โพลล์ (Master Poll) เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่องแกนนำชุมชนคิดอย่างไรต่อ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  ในเวทีการประชุม อาเซม ที่อิตาลี และแนวโน้มฐานสนับสนุนต่อรัฐบาลหลังไปอาเซม
 
          รศ.ดร.เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล  ประธานชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน (Thai Researchers in Community Happiness Association, TRICHA) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์ (Master Poll) เรื่อง แกนนำชุมชนคิดอย่างไรต่อ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ในเวทีการประชุมอาเซม ที่อิตาลี และแนวโน้มฐานสนับสนุนต่อรัฐบาลหลังไปอาเซม กรณีศึกษาตัวอย่างแกนนำชุมชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 608 ชุมชน ดำเนินโครงการในวันที่ 17 - 18 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา พบว่า 
 
          ผลการสำรวจเมื่อสอบถามความคิดเห็นของตัวอย่างแกนนำชุมชนที่มีต่อการติดตามข่าวการเดินทางของนายกรัฐมนตรีในการประชุม ASEM ที่ประเทศอิตาลี พบว่า ร้อยละ 73.8 ระบุติดตาม ในขณะที่ร้อยละ 26.2 ระบุไม่ได้ติดตาม ทั้งนี้เมื่อสอบถามถึงความรู้สึกที่มีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพบว่า ร้อยละ 61.8 รู้สึกภูมิใจ ร้อยละ 30.3 ระบุค่อนข้างภูมิใจ ร้อยละ 7.6 ระบุเฉยๆและร้อยละ 0.3 ระบุไม่ค่อยภูมิใจถึงไม่ภูมิใจเลย
 
          เมื่อสอบถามตัวอย่างแกนนำชุมชนถึงเรื่องที่ต้องการให้กลุ่มประเทศสมาชิก ASEM สานต่อ ภายหลังการประชุมในครั้งนี้ พบว่า ร้อยละ 71.4 ระบุปัญหายาเสพติด ร้อยละ 64.6 ระบุความร่วมมือทางการค้าระหว่างกลุ่มประเทศ  ร้อยละ 62.7 ปัญหาโรคระบาดและระบบสาธารณสุข  ร้อยละ 54.8 ระบุปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ร้อยละ 44.4 ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน ร้อยละ 40.2 ระบุปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานต่างด้าว ร้อยละ 37.6 ปัญหาผู้ลี้ภัย ร้อยละ 35.4 ระบุปัญหาพื้นที่ตามแนวชายแดน และร้อยละ 27.2 ระบุการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมประเพณีระหว่างกัน ตามลำดับ
 
          ที่น่าพิจารณาคือ เรื่องที่แกนนำชุมชนอยากเห็นประเทศไทยกับสมาชิก อาเซม ลงทุนร่วมกัน เมื่อตอบได้มากกว่า 1 ข้อ กลับพบว่า อันดับแรกได้แก่ ร้อยละ 75.5 ระบุอยากให้มีการลงทุนด้านการศึกษา ร่วมกัน รองลงมาคือร้อยละ 57.5 ระบุอยากให้มีการลงทุนด้านเทคโนโลยี ร้อยละ 50.5 ระบุการลงทุนด้านพลังงาน     ร้อยละ 47.8 ระบุด้านการพัฒนาคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ ร้อยละ 46.5 ระบุการลงทุนด้านสุขภาพ ร้อยละ 42.1 ระบุด้านทรัพยากรธรรมชาติ ร้อยละ 38.4 ระบุการลงทุนด้านอาหาร 
 
          ประเด็นสำคัญคือ เมื่อสอบถามถึงผลที่เกิดขึ้นจากการเดินทางไปร่วมประชุม ASEM ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั้นพบว่า ร้อยละ 70.4 ระบุทำให้ประเทศไทยดีขึ้นในสายตามชาวโลก ร้อยละ 27.2 ระบุ ดีเหมือนเดิม ร้อยละ 2.2 ระบุแย่เหมือนเดิม ในขณะที่ร้อยละ 0.2 ระบุแย่ลง นอกจากนี้ เมื่อคณะผู้วิจัยได้สอบถามแกนนำชุมชนถึงความมั่นใจในความสำเร็จของการปฏิรูปประเทศไทยนั้น พบว่า ร้อยละ 87.5 ระบุมั่นใจ ในขณะที่ร้อยละ 12.5 ระบุไม่มั่นใจ
 
          ที่น่าสนใจคือ เมื่อสอบถามถึงจุดยืนทางการเมืองของแกนนำชุมชนต่อการสนับสนุน คสช. และรัฐบาล ภายหลังจากได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา แสดงบทบาทในเวทีการประชุมอาเซม ในฐานะผู้นำประเทศไทย พบว่า ฐานสนับสนุนของแกนนำชุมชนต่อ คสช. และรัฐบาล เคยตกลงไปอยู่ที่ร้อยละ 77.2 ในการสำรวจปลายเดือนกันยายน และขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 89.0 ในช่วงต้นเดือนตุลาคมและขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 93.3 ในการสำรวจครั้งนี้หลังจากได้เห็นบทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ในการแสดงบทบาทผู้นำประเทศไทยในเวทีต่างประเทศ




ปชช.อยากฝากถึง สปช. อันดับหนึ่งอยากให้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต 
 
          หลังจากที่โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สปช. (สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ) จำนวน 250 คน ซึ่งมีหน้าที่สำคัญ คือ ศึกษาจัดทำแนวทางข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน และเป็นผู้ที่จะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญที่ กมธ. ยกร่างจัดทำขึ้นเพื่อเป็นการขับเคลื่อนให้ประเทศพัฒนาต่อไปได้ เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ สปช. “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,454 คน ระหว่างวันที่ 13-18 ตุลาคม 2557 สรุปผลได้ ดังนี้ 
 
          1.  เรื่องประชาชนอยากฝากถึง สปช. (สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ) ทั้ง 250 คน คือ  อันดับ 1 ตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม ยุติธรรม เป็นกลาง 81.22 % อันดับ 2 อยากให้เร่งดำเนินการปฏิรูปปัญหาเร่งด่วนโดยเร็ว โดยฟังความเห็นของประชาชน 76.89 %  อันดับ 3 เน้นการทำงานเพื่อส่วนรวม เห็นแก่ประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ 74.07 % อันดับ 4 นำประสบการณ์ ความรู้ความสามารถมาใช้อย่างเต็มที่ และทำงานไปในทิศทางเดียวกัน 62.04 % อันดับ 5 พัฒนาการศึกษา วัฒนธรรมประเพณีไทย เพราะเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย 61.83 % 
        
          2.   “5 อันดับ” แนวทางการปฏิรูปประเทศที่ประชาชนคิดว่าควรเร่งดำเนินงานมากที่สุด อันดับ 1 การเมือง 78.57%  อันดับ 2 การศึกษา 78.06 % อันดับ 3เศรษฐกิจ 74.33 % อันดับ 4 กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 70.37 % อันดับ 5 การบริหารราชการแผ่นดิน 61.79 % 
 
          3. แนวทางการปฏิรูปประเทศเรื่องใดที่ประชาชนคิดว่ายากที่สุดและง่ายที่สุด  : แนวทางการปฏิรูปที่ยากที่สุด 1. การเมือง 73.25 % 2. กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 69.05 % 3. เศรษฐกิจ 67.68 % 4. การศึกษา 63.07 % 5. การบริหารราชการแผ่นดิน 60.52 % แนวทางการปฏิรูปที่ง่ายที่สุด 1. สื่อสารมวลชน 82.53 % 2. สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 75.03 % 3. พลังงาน 72.08 % 4. การปกครองท้องถิ่น 64.92 %  5.สังคม 59.77 %
      
          4.  ในฐานะประชาชน จะมีส่วนช่วยในการปฏิรูปประเทศได้อย่างไร ? อันดับ 1 เป็นพลเมืองดี ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย 80.06 % อันดับ 2 ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ แสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์ 79.50 % อันดับ 3 ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติหรือท้องถิ่น เลือกคนดีเข้ามาทำงาน 78.13 % อันดับ 4 ช่วยเป็นหูเป็นตา ดูแลสอดส่องความเรียบร้อยในบริเวณชุมชนที่อยู่อาศัย 77.92 % อันดับ 5 มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักใคร่สามัคคี 71.46 %