ข่าว

'ป้าสังเวียน'อาการทรุด!

'ป้าสังเวียน'อาการทรุด!

18 ต.ค. 2557

'ป้าสังเวียน' ยังไม่พ้นขีดอันตราย แพทย์เผยอาการน่าเป็นห่วง นายกฯ กำชับช่วยเหลือ ผู้ว่าฯ ลพบุรี พ้อถูกญาติโยนบาปจนเรื่องบานปลาย เตือนไม่รู้จริงอย่ากล่าวหากัน

 
                         18 ต.ค. 57  การสร้างวีรกรรมสุดสะเทือนใจของนางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ ชาวนาวัย 52 ปี จาก อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ด้วยการราดน้ำมันจุดไฟเผาตัวเองกลางห้องรับเรื่องราวร้องทุกข์ของศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมที่เธออ้างว่า ถูกนายทุนหลอกลวงให้ลงชื่อในหนังสือยินยอมรับสภาพหนี้จำนวน 1.5 ล้านบาท ทั้งที่มีหนี้ที่เกิดจากการกู้เงินจริงเพียง 4 แสนบาท ได้ช่วยกระตุ้นให้ภาครัฐกระตือรือร้นที่จะลงมือจัดการกับปัญหานายทุนเงินกู้นอกระบบอย่างจริงจังอีกครั้ง หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยคิดจะจัดการอย่างเด็ดขาดกับปัญหานี้ตอนเข้ามายึดอำนาจบริหารประเทศใหม่ๆ ขณะที่อาการล่าสุดของนางสังเวียน ซึ่งรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ยังไม่น่าไว้วางใจ หลังพบว่าระดับเม็ดเลือดในร่างกายลดลงผิดปกติ
 
                         นพ.พลเลิศ พันธุ์ธนากุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เปิดเผยถึงความคืบหน้าอาการของนางสังเวียน ว่า วันนี้ผู้ป่วยมีไข้สูงมากกว่าเมื่อวานนี้ จาก 38.2 องศา เป็น 39.2 องศา ซึ่งทีมแพทย์ผู้รักษาจะวินิจฉัยอีกครั้ง เนื่องจากอาการดังกล่าวน่าจะมาจากการติดเชื้อ จึงได้เจาะเลือดส่งไปเพาะเชื้อที่ห้องปฏิบัติการ คาดว่าจะทราบผลภายใน 48 ชั่วโมง ว่าเป็นเชื้อชนิดใด ก่อนจะประเมินการรักษาอีกครั้ง ส่วนการตรวจเอกซเรย์ปอดพบว่าเป็นปกติ 
 
                         นพ.พลเลิศ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ผลการเจาะเลือดส่งตรวจจำนวนเม็ดเลือดขาวในร่างกายที่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้นั้น ปรากฏว่าพบจำนวนที่น้อยกว่าปกติจากเมื่อวานที่มีอยู่ 24,000 เซล เหลือเพียงประมาณ 4,000 เซลเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดี ส่วนด้านการมองเห็นแพทย์ยังไม่สามารถประเมินการรักษาได้ เนื่องจากคนไข้ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ไม่สามารถพูดคุยตอบสนองได้ จึงจำเป็นต้องรอให้คนไข้อาการดีขึ้นก่อน ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบอาการตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้พบว่ามีความน่าเป็นห่วงอย่างมาก คณะแพทย์จึงจะต้องติดตามดูอาการใกล้ชิดอย่างวันต่อวัน 
 
                         ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับจากการประชุมสุดยอดผู้นำเอเซีย-ยุโรป (อาเซม) ที่ประเทศอิตาลีว่า ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ลงมาดูแลปัญหาของนางสังเวียนแล้ว เพราะเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นหนี้ ทหารหลายคนก็เป็นหนี้เพราะมีเงินเดือนน้อย แต่ถ้าทุกคนรู้จักใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวันก็จะไม่มีปัญหา 
 
                         นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงแนวทางการบูรณาการศูนย์ดำรงธรรมในการทำงานแก้ปัญหาประชาชนว่า  ต้องแก้ปัญหาในชั้นต้น ปัญหาใดที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัด ผู้ว่าฯ ต้องเข้าไปดูแลแก้ไข โดยเชื่อมต่อประสานงานกับตำบลและอำเภอ เป็นระบบงาน ปัญหาใดที่เกิดขึ้นระดับจังหวัดถ้าแก้ได้ให้ทำเลย แต่ถ้าแก้ไม่ได้ให้ส่งเรื่องมาที่กระทรวง หรือรัฐบาลตามลำดับ ในส่วนของการต่างประเทศหากมีปัญหา สถานทูตก็จะดำเนินการ เราจะต้องขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เกิดประโยชน์ มิฉะนั้นต่างชาติจะมองว่าเราไม่มีการพัฒนา
 
                         ด้าน นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า ปัญหาของนางสังเวียน  ตนได้เข้าเจรจากับเจ้าหนี้ จนยอมยกหนี้สินทั้งหมดจำนวน 1.5 ล้านบาทให้และได้เซ็นบันทึกข้อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 
 
                         นายธนาคม กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ส่วนราชการอาจทำงานล่าช้าจนมีส่วนให้นางสังเวียนเครียดจนก่อเหตุในครั้งนี้ อย่างไรก็ดี กรณีที่คนในครอบครัวนางสังเวียนใช้คำพูดที่รุนแรงถึงการทำงานของภาครัฐ จนอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าเป็นตนนั้น ขอชี้แจงว่าข้าราชการมีหน้าที่ต้องดูแลประชาชน เมื่อประชาชนเดือดร้อนก็ต้องดูแล จึงอยากฝากไปถึงคนในครอบครัวนางสังเวียนว่าหากไม่มีข้อมูลชัดเจนก็อย่าไปกล่าวหาใคร ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลของนางสังเวียนนั้น ไม่ต้องกังวลเพราะว่าทางจังหวัดจะเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด 
 
                         วันเดียวกัน พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศปอร.ตร. เป็นประธานการประชุมศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอร.ตร.) ผ่านระบบสื่อสารทางไกล ร่วมกับกองบัญชาการต่างๆ โดยมี พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
 
                         พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ได้เน้นย้ำการปฏิบัติเกี่ยวกับการจับกุมนายทุนปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมาย ให้เป็นไปตามมาตรการและแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้โดยเคร่งครัด 
 
                         พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวด้วยว่า นอกเหนือจากมาตรการที่กำหนดไว้แล้ว ยังกำชับให้ปฏิบัติเพิ่มเติม คือ ทุกหน่วยต้องให้ความสำคัญกับการกดดัน สืบสวน ปราบปราม จับกุม บุคคล กลุ่มบุคคล หรือนิติบุคคล ที่เป็นนายทุนปล่อยเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (เงินกู้นอกระบบ) รวมทั้งผู้นำเงิน หรือทรัพย์สินไปให้กู้ และผู้ติดตามทวงหนี้โดยมีพฤติการณ์ข่มขู่ ประทุษร้าย ใช้ความรุนแรงอย่างเข้มข้นและจริงจัง
 
                         พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวต่อว่า สถานีตำรวจทุกแห่งต้องมีฐานข้อมูลผู้มีพฤติการณ์ข้างต้น รวมทั้งข้อมูลบุคคลตามหมายจับ บุคคลพ้นโทษ หรือผู้ต้องหาในความผิดดังกล่าว โดยสืบสวนหาข่าวจากเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อเงินกู้ในพื้นที่รับผิดชอบ และกำหนดแนวทางมาตรการเชิงรุกในการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และกองกำกับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรทุกจังหวัดต้องสืบสวนจับกุมการปล่อยเงินกู้ที่มีลักษณะเป็นขบวนการมีเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างท้องที่
 
                         พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวอีกว่า ศปอร.ตร.จะรับผิดชอบการปฏิบัติในภาพรวม และดำเนินการกับนายทุนเครือข่ายที่กระทำความผิดรายใหญ่ หรือผู้มีอิทธิพลที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังและเกินขีดความสามารถของหน่วยพื้นที่ โดยให้ ผอ.สยศ.ตร.เป็นฝ่ายอำนวยการกลาง และ บก.ป.เป็นศูนย์ข้อมูลและฝ่ายปฏิบัติการหลัก ส่วน ปคบ. และ คด. เป็นฝ่ายกฎหมายและสอบสวน สนับสนุนดำเนินการของ บช.น.และ  ภ.1-ภ.9 และ ศชต. โดยให้ทุกหน่วยประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
 
                         "ประชาชนที่ทราบเบาะแส หรือข้อมูลข่าวสาร หรือได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำผิดในลักษณะการปล่อยเงินกู้นอกระบบโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งสายด่วน ปคบ. 1135 และ สายด่วน 1599 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตลอด 24 ชั่วโมง" รอง ผบ.ตร.กล่าว
 
                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 15.15 น.  นายธงชัย รักษาเพ็ชร์ อายุ 64 ปี สามีนางสังเวียน พา น.ส.จันทร์จ๋า ทองอร่าม ซึ่งเป็นน้องสาวนางสังเวียน  เดินทางเข้าพบนายธนาคม ภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เพื่อขอขมาในเรื่องพูดให้ข่าวทำให้นายธนาคม ได้รับความเสียหาย โดยเมื่อเดินทางมาถึง นายธนาคม ให้เข้าไปนั่งในห้องรับรองพร้อมกับถาม น.ส.จันทร์จ๋า ว่า รู้จักผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีหรือไม่ น.ส.จันทร์จ๋าตอบว่า ไม่รู้จัก นายธนาคม กล่าวว่า ไม่รู้จักแล้วไปพูดให้ข่าวต่อสื่อมวลชนที่กรุงเทพฯ ได้อย่างไร 
 
                         น.ส.จันทร์จ๋า กล่าวว่า วันนั้นตนจำวันที่ไม่ได้ ตนได้พานางสังเวียน มาที่ศาลากลางจังหวัดลพบุรี เพื่อมาพบนายจิตรติ รามเนตร ปลัดอำเภอ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลพบุรี เพื่อติดต่อเรื่องหนี้ของพี่สาว ขณะเดินทางมาถึงรู้สึกปวดท้องจึงเดินเข้าห้องน้ำ ซึ่งอยู่ชั้นล่างศาลากลางจังหวัดลพบุรี ขณะกำลังเดินเข้าห้องน้ำมีผู้ชายแต่งชุดซาฟารี ซึ่งตนคิดว่าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เดินตามไปพร้อมกับพูดถามขึ้นว่า มาทำไม ตนจึงตอบไปว่ามาพบผู้ว่าฯ เรื่องเป็นหนี้ ชายคนดังกล่าวได้ถามอีกว่า เราเป็นหนี้เขา 1.5 ล้านบาทไม่ใช่หรือ ตนจึงถามกลับไปว่า ทำไมเป็นหนี้ 3.5 แสนบาท ต้องใช้ 1.5 ล้านบาทด้วย 
 
                         ผู้ชายคนดังกล่าวตอบว่า “กูจะไปรู้มึงหรือ” ก่อนที่จะเดินจากไป ตนรู้สึกโมโหมากและคิดว่า ทำไมผู้ว่าฯ ถึงพูดกับประชาชนไม่เพราะเลย เมื่ออยู่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ มีนักข่าวถาม จึงพูดออกไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 
 
                         “หนูต้องขอโทษผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นอย่างมาก ที่ทำให้ท่านได้รับความเสียหาย หนูยอมรับว่าหนูไม่รู้จักผู้ว่าฯ จริงๆ เพียงแต่คิดเองว่าคนที่หนูพูดด้วย น่าจะเป็นผู้ว่าฯ เท่านั้นเอง หนูขอโทษผ่านสื่อมวลชนด้วยว่าหนูเสียใจที่พูดออกไปโดยไม่คิด” น.ส.จันทร์จ๋า กล่าว
 
 
 
 
 
 
-----------------------------
 
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)