ข่าว

'สมชัย'ซัดปฏิรูปลดอำนาจกกต.

'สมชัย'ซัดปฏิรูปลดอำนาจกกต.

18 ต.ค. 2557

'สมชัย' ชี้คนจ้องปฏิรูปต้องปฏิรูปตัวเองด้วย รวมทั้ง 'รัฐบาล-สปช.' อย่าปิดกั้นความคิด แนะดึงปชช.มีส่วนร่วม

 
                         18 ต.ค. 57  ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวบรรยายพิเศษหัวข้อ "ประสบการณ์ประชาธิปไตยกับกระบวนการเลือกตั้งและการลงประชามติ" ให้แก่ กกต.จังหวัดและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด 77 จังหวัด ตอนหนึ่งว่า โจทย์ที่สำคัญของการจัดการเลือกตั้งในประเทศไทย หัวใจที่สำคัญ คือ การปฏิรูปการเลือกตั้ง รวมทั้งองค์กร กกต.ด้วย ส่วนแนวทางการปฏิรูป หากฟังจากเสียงของคนจากฝ่ายต่างๆ หรือคนในรัฐบาลจะเห็นว่า กระบวนการคิดจะออกมาในเชิงลบตลอด ทั้งแบบต้องการลดบทบาทหน้าที่ และไม่ให้มี กกต.ด้วยซ้ำ หากความเห็นดังกล่าวออกมาจากฝ่ายการเมืองก็ไม่แปลกใจเลย แต่ไม่ควรเชียร์ เนื่องจากเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่หากมาจากคนที่มีความสำคัญในการปฏิรูป ควรเป็นเสียงที่เป็นกลางไม่ใช่ชี้ไปในทางใดทางหนึ่ง ต้องมีการศึกษาหาคำตอบว่า ควรจะปรับปรุงเพิ่มอำนาจหน้าที่ หรือลดอำนาจหน้าที่ของ กกต. หรือส่งไปให้ผู้อื่นดำเนินการแทน 
 
                         "ต้องปฏิรูปเรื่องอำนาจหน้าที่ของ กกต. ต้องคุยกันว่า อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่สามารถได้คนดีมาบริหารประเทศได้หรือไม่ ถ้าจะให้เหลือจัดเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวก็ไม่ต้องมี กกต. ให้ฝ่ายธุรการทำก็ได้ ส่วนบทบาทการกำกับและพิจารณาใบเหลือง ใบแดง ถ้า กกต.ไม่มีอำนาจนี้ ก็จะไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้สุจริต และเที่ยงธรรมได้ ควรเสริมความเข้มแข็งของการให้ใบเหลือง ใบแดง มีความศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งการได้มาของ กกต.ทั้ง 5 คนนั้น ควรขยายจำนวนคณะกรรมการสรรหาให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เกิดความหลากหลาย ไม่ใช่ให้น้ำหนักแก่ผู้แทนจากผู้พิพากษาหรืออัยการ" นายสมชัย กล่าวและว่า ไม่อยากให้ กกต.เป็นโจทย์ของสังคม ถ้าอยากปฏิรูปประเทศไทยไม่เพียงแค่ปฏิรูป กกต. แต่อย่างน้อยต้องปฏิรูประบบราชการ ซึ่งเป็น 1 ใน 11 ด้านของการปฏิรูปทำให้ระบบราชการมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ กกต.ไม่ได้รับความร่วมมือ เพราะราชการตกอยู่ภายใต้การกดดันของฝ่ายการเมือง 
 
                         "สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ คนที่คิดจะปฏิรูปต้องปฏิรูปตัวเองด้วย กระบวนการคิดของคนที่ปฏิรูปต้องรับฟังความเห็นของคนในส่วนรวมทั้งรัฐบาลและสปช. อย่าคิดว่าความคิดของตัวเองนั้นดีที่สุด เพราะจะเป็นการปฏิรูปที่หลงทาง หรือให้คนที่ทำต้องทำอย่างที่เราคิดไว้ ท้ายที่สุดการปฏิรูปออกมาเป็นอย่างไรก็จะไม่เกิดผล และอนาคตผลของการปฏิรูปย่อมถูกปฏิเสธจากประชาชน จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้บริหารประเทศว่าจะสร้างการยอมรับในผลปฏิรูปได้อย่างไร วันนี้ยังไม่สายที่จะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม"