ข่าว

‘พรเพชร’นัดประชุมสนช.22ต.ค.

‘พรเพชร’นัดประชุมสนช.22ต.ค.

18 ต.ค. 2557

‘พรเพชร’ นัดประชุมสนช. 22 ต.ค. เห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่ง ‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน-เลขาธิการกฤษฎีกา’ ด้าน ‘พีระศักดิ์’ คาดพ.ย.ตัดสินปมถอดถอน ‘สมศักดิ์-นิคม’

 
                    18 ต.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีคำสั่งให้นัดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครั้งที่ 18/2557 ในวันพุธที่ 22 ต.ค.นี้ เวลา 10.00 น. โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ คือ ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งพล.อ.วิทวัส รชตะนันท์ ได้รับการเสนอชื่อ วาระให้ความเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการกฤษฎีกา คือนายดิสทัต โหตระกิตย์ และพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระ 2 และ 3 จำนวน 5 ฉบับเช่น ร่างพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่..) พ.ศ.... ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่..)พ.ศ... ร่างพระราชบัญญัติการรับขยคนโดยสารทางถนนระหว่าง พ.ศ....
 
                    นอกจากนี้ยังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอในวาระแรก 3 ฉบับคือ ร่างพระราชบัญญัติสวนป่า (ฉบับที่ ...)พ.ศ.... ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่...) พ.ศ.... และ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม  (ฉบับที่...) พ.ศ....(จัดตั้งกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมทั้งรับทราบรายงานประจำปีของหน่วยงานต่างๆ เช่น รายงานผลการปฏิบัติงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ประจำปี 2556 และรายงานการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี 2556
 
 
‘พีระศักดิ์’ คาดพ.ย.สนช.ตัดสินปมถอดถอน ‘สมศักดิ์-นิคม’
 
 
                    นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่ 2 ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาสำนวนถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ที่สนช.มีมติเลื่อนพิจารณาว่า ยืนยันสนช. พิจารณาตามกฎหมาย แต่การประชุมเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ต้องเลื่อนการพิจารณานั้น เพราะมีสนช. เสนอแนวทางข้อกฎหมาย 2-3 ข้อ อีกทั้งวาระเป็นเพียงการหารือและเอกสารแนบวาระมีเพียงไม่กี่แผ่น จึงต้องให้สมาชิกได้ไปศึกษาสำนวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ที่มีหลายพันแผ่นก่อน ทั้งนี้ยืนยันว่า สนช. ไม่ได้ทะเลาะกัน และผู้ที่เสนอความเห็นข้อกฎหมายต่อที่ประชุม สนช. ก็เป็นนักวิชาการ หลังจากนี้คงต้องอยู่ที่ที่ประชุมจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งตนคาดว่าเรื่องดังกล่าวจะมีความชัดเจนและสรุปได้ภายในเดือน พ.ย.
 
                    นายธานี อ่อนละเอียด สนช. กล่าวว่า ในการประชุมสนช.เมื่อวันที่ 17 ต.ค.สมาชิกส่วนใหญ่ยกเหตุผลว่า ยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดของสำนวนการถอดถอนนายสมศักดิ์ และนายนิคม และยังมีข้อถกเถียงในประเด็นข้อหาของทั้ง 2 คน ว่ายังมีรายละเอียดที่ไม่เพียงพอ ดังนั้นที่ประชุม สนช. จึงต้องปลดล็อกข้อบังคับการประชุม สนช. ที่ระบุว่าให้ประธาน สนช. บรรจุเรื่องถอดถอนเป็นวาระเรื่องด่วนภายใน 30 วัน ออกไปก่อน เพราะจะครบกำหนดวันที่ 7 พ.ย. ยืนยันว่าสนช.ไม่ได้มีเจตนาเตะถ่วงหรือยื้อเวลาการพิจารณาออกไป เพียงแต่สนช. บางคนไม่มีความชินและไม่ถนัดเรื่องการถอดถอน ต้องการที่จะศึกษาพิจารณาสำนวนของ ป.ป.ช.ที่มี 9 พันกว่าแผ่นก่อนจึงต้องให้เวลาสมาชิกพิจารณาของสนช.อีกครั้งก็น่าจะมีบทสรุปในเรื่องนี้อย่างแน่นอน
 
 
‘นรีวรรณ’ เผยสปช.หญิงได้โควต้ารองปธ.สนช. 1 ตำแหน่ง
 
 
                    ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เมื่เวลา 13.30 น. ที่โรงแรมเวียงใต้ ถนนข้าวสาร สมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย (Thai Women Watch) ที่มี คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ เป็นนายกสมาคมฯ ร่วมจัดงานเลี้ยงเพื่อแสดงความยินดีและพบปะสังสรรค์ สมาชิก สปช. หญิง โดยมี สปช.หญิงตอบรับเข้าร่วม12 คนจากยอดทั้งหมด 37 คน อาทิ นางนีรวรรณ จินตกานนท์ สปช. ฐานะอุปนายก ฝ่ายกิจการภายในประเทศ, นางอรพิน สพโชคชัย สปช. ฐานะประธานฝ่ายนโยบายและการวิจัย, นางตรึงใจ บูรณสมภพ สปช., น.ส.รสนา โตสิตระกูล สปช.ด้านพลังงาน เข้าร่วม
 
                    โดยนางนรีวรรณ ให้สัมภาษณ์ว่างานดังกล่าวเป็นเพียงการพบปะ พูดคุยและแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับสตรี ทั้งนี้ยอมรับว่ามีหลายประเด็นการปฏิรูปด้านสตรีที่ต้องผลักดัน โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ทางสมาคมจะจัดงานเพื่อระดมความเห็นและจัดทำเป็นข้อเสนอต่อสภา สปช. ต่อไป ส่วนกรณีการประชุมวันที่ 21 ต.ค. ที่จะมีการประชุมนัดแรก เพื่อเลือกประธานและรองประธาน สนช. นั้น ยอมรับว่าโควต้าของรองประธานสนช. จะเป็นสตรี จำนวน 1 ตำแหน่ง หลังจากที่สปช.หญิงได้ส่งสัญญาณไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องและได้ข้อสรุปคือไม่ขัดข้อง ส่วนชื่อของนางทัศนา บุญทอง สปช.ด้านการศึกษา ที่สื่อมวลชนนำเสนอว่าจะได้รับเลือกเป็นรองประธาน สปช. นั้นส่วนตัวยอมรับได้และไม่ขัดข้องให้ดำรงตำแหน่ง
 
                    นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่วงหารือนอกรอบสปช. เมื่อวันที่17 ต.ค. ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการยกร่างข้อบังคับการประชุมสนช. และได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าจะให้ตั้งกรรมการเพื่อดำเนินการยกร่างฯ หลังจากที่ประชุมสปช.เลือกประธานสปช.และรองประธาน สปช.แล้วเสร็จว่า ภายในข้อบังคับที่จะกำหนดถึงกรรมาธิการปฏิรูปด้านต่าง ๆ รวมถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดรับกับการเลือกสปช. ตัวแทนไปเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าจะใช้ในสัดส่วนของกรรมาธิการด้านต่าง ๆ หรือตัวแทนกรรมาธิการเข้าไปทำหน้าที่ยกร่างฯ รวมถึงเพื่อเป็นการกำหนดวิธีหารือก่อนนำเสนอข้อมูลไปยังกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป หากรายละเอียดของข้อบังคับการประชุมไม่แล้วเสร็จโดยเร็วอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกสปช.ตัวแทนไปเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงการตัดสินใจเลือกบุคคลไปทำหน้าที่ดังกล่าวตามสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่คาดว่าทั้ง 2 กลุ่มนั้นจะรอดูโฉมหน้าของสปช.ฐานะตัวแทนยกร่างรัฐธรรมนูญก่อนไปคัดสรรกรรมาธิการในสัดส่วนของตนเอง
 
                    นายคำนูณ กล่าวด้วยว่าการหารือเพื่อตั้งกรรมการเฉพาะกิจเพื่อทำเรื่องเร่งด่วนและสำคัญในสถานการณ์พิเศษ สามารถผ่อนปรนการนำข้อบังคับหรือกติกาอื่นๆ มาใช้ในกรณีนี้ได้
 
 
‘น้องบิ๊กป้อม’ ยันสนช.ไม่แตกแยกปมถอดถอน ‘สมศักดิ์-นิคม’
 
 
                    พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการประชุมลับสนช.เพื่อพิจารณาถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภากับนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า ทันทีที่เข้าวาระดังกล่าวนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ได้เปิดให้สมาชิกสนช.ได้ลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ซึ่งแต่ละคนก็แสดงความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย แต่ไม่ได้มีความแตกแยกกัน โดยบรรยากาศการประชุมก็เป็นไปด้วยดี ส่วนสาเหตุที่มีการขอมติที่ประชุมให้งดเว้นข้อบังคับการประชุมข้อที่ว่าด้วยการให้ประธาน สนช.ต้องบรรจุวาระการถอดถอนภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ได้รับเรื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะสมาชิกสนช.ส่วนใหญ่ เห็นว่า รายละเอียดการพิจารณายังไม่เพียงพอ ควรส่งสำนวนการชี้มูลนายสมศักดิ์กับนายนิคม ให้สมาชิก สนช.ได้ศึกษารายละเอียด ประกอบกับข้อกฏหมายต่างๆก่อนการตัดสินใจ พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่สมาชิกที่ต้องการเอกสารสำนวนทั้งหมดด้วย อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ทราบว่าจะนำเรื่องดังกล่าวกลับเข้าที่ประชุมเมื่อใด เพราะเป็นดุลยพินิจของนายพรเพชร ในฐานะประธาน