ข่าว

รวบ!นศ.ค้ายาบ้า8พันเม็ด

รวบ!นศ.ค้ายาบ้า8พันเม็ด

18 ต.ค. 2557

รวบนักศึกษา ม.ดังย่านบางนา ค้ายานรก 8 พันเม็ด ค่ากว่า 1.6 ล. อีกราย ตำรวจอุตรดิตถ์ล่อซื้อยาบ้า จับ 2 ผู้ต้องหา พร้อมของกลาง 7.8 หมื่นเม็ด มูลค่ากว่า 5 ล.

 
                    ที่กองบังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ตุลาคม 57 พ.ต.อ.ภานุรัตน์ หลักบุญ รรท.ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สำราญ นวลมา ผกก.กองกำกับการสายตรวจ 191 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสายตรวจ 191 ร่วมกันแถลงผลการจับกุม น.ส.จุฑาธิป หรือนา เกตุแก้ว อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/2 ซอยนาคเจริญ แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศรัตรูพ่าย กทม. ผู้ต้องหาค้ายาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า 8,000 เม็ด มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท โทรศัพท์ไอโฟน สีขาว 1 เครื่อง และรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีเทา หมายเลขทะเบียน สฬ 3319 กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณชุมชนหมู่บ้านประสิทธิ์ ปากซอยลาดพร้าว 41 แยก 2-4-1 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม.
 
                    พ.ต.อ.ภานุรัตน์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีการแพร่ระบาดของยาเสพติดภายในชุมชนหมู่บ้านประสิทธิ์ ซอยลาดพร้าว 41 และชุมชนลาดพร้าว 45 ซึ่งเป็นชุมชนแออัดทำให้ยากต่อการจับกุม จากนั้นทางตำรวจจึงลงพื้นที่หาข่าวเพื่อสกัดกั้นผู้ค้าที่จะเข้ามาส่งยาเสพติดให้ผู้ค้ารายย่อยภายในชุมชนดังกล่าว จนพบเบาะแสจากพลเมืองดีว่ามีหญิงลักษณะคล้ายทอมเป็นผู้นำยาเสพติดมาส่งภายในชุมชน จึงนำกำลังไปดักซุ่ม กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น.วันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา พบหญิงคนดังกล่าวที่มีรูปพรรณตรงตามที่พลเมืองให้เบาะแสไว้ขับรถยนต์เข้ามา จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมของกลาง ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนที่ บก.สปพ.
 
                    พ.ต.อ.ภานุรัตน์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังย่านบางนา ชั้นปีที่ 2 ได้รับยาเสพติดมาจากบริเวณซอยจรัสลาภ ใกล้ห้างสรรพสินค้าย่านบางกรวย โดยได้รับการว่าจ้างจากนายหวาย และน.ส.เกรซ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ซึ่งเป็นเพื่อนที่รู้จักกันสมัยเรียนมัธยมให้นำยาบ้ามาส่งให้ภายในชุมชนดังกล่าว โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 2,000 บาท พร้อมกับยาไอซ์จำนวนหนึ่งเพื่อนำไปเสพเอง ซึ่งทำลักษณะนี้มาเพียง 2 ครั้ง ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังระบุด้วยว่า ตนอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะพอสมควร โดยบิดาเป็นข้าราชการในกรมทางหลวง แต่สาเหตุที่มาทำเนื่องจากผู้ที่ว่าจ้างมีความสนิทสนมกัน และได้เงินค่าตอบแทนง่าย รวมทั้งได้เสพยาเสพติดอีกด้วย
 
                    "ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อขยายผลหาตัวการสำคัญ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา "มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป" รรท.ผบก.สปพ.กล่าว
 
 
ตร.อุตรดิตถ์ล่อซื้อยาบ้า จับ 2 ผู้ต้องหา ยึดของกลาง 7.8 หมื่นเม็ด
 
 
                    เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 17 ต.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ต.ท.เข็มชาติ ประจง รอง ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์  แถลงจับกุมตัว  นายโรม รักษาคม อายุ 60 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 95/8 หมู่ 3 ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ และนายปริวิทย์ รุ่งเรือง อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 210/1 ถ.สำราญรื่น ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พร้อมของกลางยาบ้า 78,000 เม็ด  ตั้งข้อกล่าวหามียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
 
                    ทั้งนี้ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมจำหน่ายยาบ้าและมีของกลางอยู่ในครอบครอง จึงทำการล่อซื้อยาบ้าจำนวน 9 มัด 18,000 เม็ดเป็นเงิน 1,350,000 บาท จากนายอำนาจ แต้ตระกูล อายุ 34 ปี ลูกเขยของนายโรม รักษาคม และนายปริวิทย์ รุ่งเรือง เมื่อถึงเวลานัดหมายนายอำนาจและนายปริวิทย์ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ทะเบียน กรว 982 อุตรดิตถ์ มาส่งยาบ้าที่บริเวณป่าละเมาะข้างทาง ถนนในหมู่บ้าน หมู่ 3 ต.ป่าเซ่า อ.เมืองอุตรดิตถ์ แต่นายอำนาจ เกิดไหวตัวทันและหลบหนีขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงตัวจับกุม
 
                    จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 95/8 หมู่ 3 ต.ป่าเซ่า ซึ่งเป็นบ้านของนายโรม รักษาคุม พ่อตานายอำนาจ ผู้ต้องหาที่หลบหนี พบว่าที่ตู้เสื้อผ้าภายในบ้านมียาบ้า อยู่ในกล่องพลาสติกใส ห่ออยู่ในกระดาษฟรอยด์สีตะกั่ว จำนวน 3 กล่อง รวม 30 มัด มียาบ้า 60,000 เม็ด รวมยาบ้าที่ตรวจยึดได้ทั้งหมด 78000 เม็ด มูลค่า 5,850,000 บาท จึงได้ควบคุมตัวสอบสวนพร้อมนำต้องผู้ต้องหาส่งมอบให้กับร้อยเวรสภ.เมืองอุตรดิตถ์ เพื่อดำเนินคดีต่อไป
 
                    ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีไปได้คือนายอำนาจ แต้ตระกูล อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 158/15 ถนนเจิญบัณฑิต ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นลูกเขยของนายโรม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมออกหมายจับเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองและเพื่อจำหน่ายด้วยเช่นกัน
 
 
อุดรธานี -จับแก๊งยาบ้าเครือข่ายคุกนครพนม
 
 
                    เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม 57 พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.จักฎ์กฤษณ์ จันทรรัตน์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.ท.ธราธิป เข่งคุ้ม รอง ผกก.ป.สภ.เมือง อุดรธานี พ.ต.ท.พัฒนวงศ์ จันทร์พล สวป.สภ.เมือง อุดรธานี ร.อ.จิรพงษ์ จะรอนรัมย์ ผบ.ร้อย รักษาความสงบที่ 1321 ค่ายเจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ พร้อมด้วยตำรวจปราบปรามยาเสพติดชุด “อัศวิน” ได้แถลงข่าวจับกุม นายอภิชาติ หรือตู่ ชัยเลิศ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 517/1 ซอยสามัคคี ถนนนิตโย ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี นายปิยะพงษ์ หรืออี๊ด สมบูรณ์พร้อม อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 4 ต.สว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ของกลางยาบ้า 3287 เม็ด อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ 1กระบอก กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 2 นัด รถยนต์กระบะฟอร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน อุดรธานี
 
                    เนื่องจาก เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม พ.ต.ท.วัฒนวงศ์ จันทร์พล สวป.สภ.เมือง อุดรธานี สืบทราบว่านายอภิชาติ ลักลอบจำหน่ายยาบ้าในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงนำกำลังออกไปตรวจสอบสวน พบนายอภิชาติ ยืนอยู่หน้าบ้าน เมื่อพบตำรวจได้แสดงท่าทีมีพิรุธ ตำรวจจึงขอตรวจค้นตัว พบยาบ้า 120 เม็ด และตรวจค้นบ้านพบยาบ้าอีก 2508 เม็ด สอบสวนนายอภิชาติให้การรับสารภาพว่า ตนกำลังตกงาน เมียตั้งครรภ์จะคลอดเดือนหน้า และคิดค้างค่างวดรถยนต์อีก 3 งวด ต่อมามีนายปิยะพงษ์ ซึ่งเป็นเพื่อนมาชวนขายยาบ้า จึงตอบตกลง และนำยาบ้ามาขายให้ลูกค้าในเขตเทศบาลนครอุดรธานี 3 ครั้ง กระทั่งมาถูกตำรวจจับกุม
 
                    จากการสอบสวนขยายผล สามารถจับกุมนายปิยะพงษ์ ได้พร้อมของกลางยาบ้า 779 เม็ด อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซอง 2 นัด ให้การรับสารภาพว่า เมื่อปี 2547 ตนเคยก่อเหตุ “ฆ่าผู้อื่น” ติดคุก 3 ปี พ้นโทษออกมาลักลอบขายยาบ้า ปี 2553ถูกจับข้อหาจำหน่ายยาบ้า ติดคุกที่เรือนจำนครพนม พ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 แต่ก็หันกลับมาขายยาบ้าอีก โดยจะสั่งยาบ้าจากนายคิงส์ ซึ่งเป็นนักโทษในเรือนจำนครพนม จะมีชาวลาวนำยาบ้ามาส่งที่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ตนก็จะนำยาบ้ามาส่งนายอภิชาติ ซึ่งลักลอบทำมา 3 เดือนแล้ว กระทั่งมาถูกตำรวจบุกเข้าตรวจค้นจับกุม ส่วนอาวุธปืนซื้อจากเพื่อนเอาไว้ป้องกันตัวเอง
 
                    ตำรวจจึงแจ้งข้อหานายอภิชาติ “มียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ส่วนนายปิยะพงษ์ แจ้งข้อหา “มียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
 
 
 
 
-------------------------------------------
 
 
 
 
(ภาพแฟ้มข่าว)