
"คำรณวิทย์"มั่นใจคนใกล้ชิดฆ่าพล.ต.ต.ชูเกียรติ
ตำรวจพบชาย-หญิง นำบัตรเอทีเอ็มของ พล.ต.ต.ชูเกียรติ กดเงิน เชื่อโยงถึงคนร้ายเตรียมขอหมายจับ ด้าน "คำรณวิทย์" พุ่งเป้าคนใกล้ชิด ตัดประเด็นชิงพระเครื่องดัง
ความคืบหน้าคดีฆ่าเผาอำพราง พล.ต.ต.ชูเกียรติ ภัยลี้ อดีต ผบช.ภ 7 ภายในบ้านพัก เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนยังคงเร่งติดตามหาหลักฐานจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ
แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนรายหนึ่งเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ภาพวงจรปิดของผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง ขณะนำบัตรเอทีเอ็มของ พล.ต.ต.ชูเกียรติ ไปกดเงินที่ธนาคารแห่งหนึ่งย่านถนนบางลำพู โดยคนร้ายกดเงินสดออกไป 6 หมื่นบาท และจากการติดตามตรวจสอบทราบอีกว่า ในเวลาต่อมาได้มีผู้หญิงคนหนึ่งนำบัตรเอทีเอ็มของ พล.ต.ต.ชูเกียรติ ไปกดเงินสดออกมาจากเครื่องอีก 2 ครั้ง ครั้งแรกกดเงิน 4.5 หมื่นบาท และครั้งที่ 2 กดอีก 5 หมื่นบาท จากธนาคารแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพฯ
แหล่งข่าวรายเดิมเปิดเผยอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เร่งประสานงานไปยังธนาคาร เพื่อขอเทปวงจรปิดที่สามารถบันทึกรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายที่เป็นชาย ที่นำบัตรเอทีเอ็มของ พล.ต.ต.ชูเกียรติ ไปกดเงิน เพื่อนำภาพมาขยายตรวจสอบ และเตรียมออกหมายจับกุมคนร้ายต่อไป โดยได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมคนร้ายรายนี้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังเตรียมขออนุมัติหมายศาล เพื่อนำตัวผู้หญิงที่นำบัตรเอทีเอ็มของ พล.ต.ต.ชูเกียรติ ไปกดเงินด้วย มาสอบสวนว่า มีส่วนรู้เห็นในการก่อเหตุด้วยหรือไม่ ซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานที่ชี้ชัดได้ว่า รับบัตรเอทีเอ็มจากใคร
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบทรัพย์สินของ พล.ต.ต.ชูเกียรติ ทราบว่า สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท พร้อมพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ มูลค่าหลายสิบล้านบาท ที่ พล.ต.ต.ชูเกียรติ แขวนติดตัวเป็นประจำ ถูกคนร้ายชิงเอาไป ทำให้แนวทางสอบสวนชัดเจนว่า คนร้ายฆ่าเพราะต้องการชิงทรัพย์ แต่ถูก พล.ต.ต.ชูเกียรติ ต่อสู้ขัดขวาง คนร้ายจึงกระหน่ำแทงจนเสียชีวิต ก่อนลงมือปลดทรัพย์สินของผู้ตาย พร้อมเงินสดอีก 1 แสนบาท และกระเป๋าสตางค์เพื่อนำบัตรไปกดเอทีเอ็ม ซึ่งคาดว่าในเร็วๆ นี้จะสามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 กล่าวว่า คนร้ายมีการวางแผนกันมาเป็นอย่างดี ขณะนี้ชุดสืบสวนได้ตัดประเด็นสังหารเกี่ยวกับเรื่องพระเครื่องออก เพราะ พล.ต.ต.ชูเกียรติ เป็นคนดี เป็นที่เคารพรัก รวมทั้งเงินสด 1 แสนบาทก็ไม่ใช่ประเด็นสังหารอย่างเดียว แต่ได้พุ่งประเด็นสังหารไปที่เรื่องส่วนตัว คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนใกล้ชิด
ทั้งนี้ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ระหว่างเวลา 14.00-16.00 น. วันดังกล่าว พล.ต.ต.ชูเกียรติไปรับประทานอาหารที่ไหน และหลังจากกลับมาบ้านก็ยังสั่งอาหารจากร้านอาหารตามสั่งใกล้บ้านเข้ามารับประทานอีก ซึ่งอาหารก็ยังเหลือให้พบภายในบ้านหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ จึงเชื่อว่าคงมีพรรคพวกหรือคนใกล้ชิดฉวยโอกาสก่อเหตุ



