ข่าว

ไร้ข้อสรุป!สนช.ถกลับถอด‘สมศักดิ์-นิคม’

ไร้ข้อสรุป!สนช.ถกลับถอด‘สมศักดิ์-นิคม’

17 ต.ค. 2557

ไร้ข้อสรุป!สนช.ถกลับถอด‘สมศักดิ์-นิคม’ ‘พรเพชร’สั่งเลื่อนประชุมไปอีก2สัปดาห์

             เมื่อเวลา 12.20 น.วันที่ 17 ต.ค.2557 ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณารายงานและสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามหนังสือสำนักงาน ป.ป.ช. ลับ ที่ ปช 0028/0802 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2557 กรณีกล่าวหา นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตรองประธานรัฐสภา และตามหนังสือสำนักงาน ป.ป.ช. ลับ ที่ ปช 0028/0804 ลงวันที่ 4 เมษายน 2557 กรณีกล่าวหานายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา ในการดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเกี่ยวกับที่มาของสมาชิกวุฒิสภาเป็นการกระทำที่ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ว่าเป็นความผิดที่อยู่ในอำนาจของสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่จะพิจารณาถอดถอน ตามข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2557 หรือไม่

             ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่วาระพิจารณา นายสมชาย แสวงการ สนช. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สนช. ได้เสนอให้การพิจารณาเป็นการประชุมลับ เนื่องจากการกระบวนการพิจารณาต้องใช้ความรอบคอบทั้งประเด็นทางกฎหมายและข้อเท็จจริง ทำให้เนื้อหาอาจพาดพิงไปยังบุคคลที่สามและทำให้เกิดความเสียหายได้ โดยที่ประชุมได้ลงมติเสียงข้างมาก 175 เสียงต่อ1 เสียง เห็นควรให้วาระพิจารณาเป็นการประชุมลับ

             จากนั้น เมื่อเวลา 16.10 น. ที่ประชุมได้กดสัญญาณเรียกสมาชิกฯ เข้าห้องประชุม จำนวน 3 ครั้ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ในห้องประชุมได้ปล่อยสัญญาณภาพในห้องประชุมมายังโทรทัศน์วงจรปิดของรัฐสภา โดยภาพที่ปรากฎพบว่าเป็นการเลิกประชุมและสมาชิกสนช.ทยอยออกจากห้องประชุม รวมเวลาที่สนช.พิจารณา 3 ชั่วโมง 50 นาที

             ทั้งนี้นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. คนที่1 ให้สัมภาษณ์ว่าการหารือเรื่องดังกล่าวขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะมีประเด็นความเห็นที่หลากหลายและมีผู้ที่เสนอให้เลื่อนวาระพิจารณาออกไป เบื้องต้นคาดว่าจะเลื่อนการพิจารณาออกไป ประมาณ 2 สัปดาห์

             ด้านนายสมชาย แสวงการ สนช. ฐานะเลขานุการกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สนช. (วิปสนช.) เปิดเผยถึงเหตุผลที่การประชุมวาระดังกล่าวไม่ได้ข้อยุติ ว่า เป็นเพียงการหารือของสมาชิกฯ ตามการสั่งการของนายพรเพชรเท่านั้นจึงไม่จำเป็นต้องหาข้อยุติใดๆ โดยการอภิปรายที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการเสนอแง่มุมทางกฎหมายของสมาชิกฯ ที่มีความเชี่ยวชาญ โดยไม่ได้ชี้ทิศทางว่าจะต้องรับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่ นอกจากนั้นที่ประชุมเห็นว่าในแง่มุมของการตัดสินมีประเด็นทางข้อกฎหมายที่ต้องพิจารณา จึงต้องการอ่านรายละเอียดของรายงานและสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงที่ ป.ป.ช. ส่งมาให้สนช. จำนวน 9 แฟ้ม ความหนาประมาณ 4,569 หน้าให้เข้าใจในแง่มุมรายละเอียดของความผิดตามกฎหมายที่ป.ป.ช.ได้ระบุไว้ในสำนวนก่อน ทำให้ในท้ายสุดที่ประชุมจึงเห็นร่วมกันขอให้เลื่อนการพิจารณาดังกล่าวออกไป เพื่อให้สมาชิกฯ ได้อ่านรายละเอียดอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ ดังนั้นที่ประชุมจึงได้ลงมติให้เลื่อนการพิจารณา นอกจากนั้นแล้วยังได้ลงมติให้งดเว้นการใช้ข้อบังคับการประชุม สนช. ข้อที่ 149ว่าด้วยการบรรจุวาระถอดถอนในการประชุมภายใน 30 วัน

             ทั้งนี้นายสมชาย ปฏิเสธจะเปิดเผยถึงรายละเอียดของการอภิปรายประเด็นของการสร้างความขัดแย้งภายหลังจากที่สนช. รับเรื่องถอดถอนนายสมศักดิ์ และนายนิคมไว้ตามกระบวนการพิจารณา

             แหล่งข่าวจากที่ประชุม สนช. แจ้งว่าบรรยากาศภายในห้องประชุมลับ มีการอภิปรายเรื่องของกฎหมายโดยให้ สนช. ทีมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายอภิปรายให้สมาชิกในที่ประชุมฟัง โดยไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากมีสมาชิกหลายคนกังวลเรื่องข้อกฎหมาย และเรื่องเงื่อนเวลาที่ต้องพิจารณาภายใน 30 วัน ทำให้ที่ประชุมต้องใช้การลงมติเพื่องดให้ยกเว้นข้อบังคับการประชุม โดยเสียงข้างมาก 165 เสียงเห็นว่าให้งดใช้ข้อบังคับการประชุมว่าด้วยกรอบ 30 วัน