ข่าว

ภูมิใจไทยรับผลสำรวจของปชช.ความนิยมต่ำสุด

ภูมิใจไทยรับผลสำรวจของปชช.ความนิยมต่ำสุด

05 ก.ค. 2552

ปชช.ให้ความเชื่อถือน้อยสุดในกลุ่มพรรคร่วม “ รองโฆษก ”อ้างเป็นพรรคใหม่ ไม่มีเวลาประชาสัมพันธ์ เผยอาจกระทบเลือกตั้งในอนาคต เตรียมจี้"รมต.–ส.ส."เร่งสร้างผลงานให้หนัก

 (5 ก.ค.) นางศุภมาส อิศรภักดี รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องลำดับความเชื่อมั่นของประชาชนในรัฐบาลผสมชุดนี้โดยพบว่า พรรคภูมิใจไทยประชาชนเชื่อมั่นน้อยที่สุด ว่า ยอมรับในผลสำรวจที่ออกมา แต่ก็มองว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคใหม่ เวลายังน้อยและยังไม่ค่อยมีประชาชนรู้จักเหมือนพรรคอื่น ซึ่งมีบุคคลที่เป็นที่รู้จักสังกัดอยู่ แต่จากผมสำรวจที่ออกมา ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เราต้องนำไปปรับปรุง และนำเสนอนโยบายต่อประชาชนให้มากขึ้น ทั้งรัฐมนตรีและสมาชิกพรรคก็จะต้องเร่งทำงานให้หนักขึ้น อย่างที่หัวหน้าพรรคเคยบอกไว้ในที่ประชุมพรรคทุกครั้ง

 เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจากผลสำรวจที่ออกมาจะมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งในอนาคต รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่กังวล แต่ยอมรับอาจมีส่วน เพราะเวลาน้อย

สวนดุสิตโพลล์ชี้ปชช.เชื่อมั่นปชป.สูงสุด-ภท.ต่ำสุด

 ทั้งนี้ผลสวนดุสิตโพลล์กล่างดังกล่าวสรุปว่า การบริหารประเทศของรัฐบาลภายใต้พรรคร่วมรัฐบาลที่มี “ประชาธิปัตย์” เป็นแกนนำและมีพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาร่วมบริหารประเทศมาครบ 6 เดือน แต่ก็มีกระแสความขัดแย้งก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เพื่อสะท้อนข้อมูลเชิงลึก “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยสุ่มกระจายจาก 42 จังหวัด จำนวน 5,639 คน (กทม. 1,753 คน 31.09% ตจว. 3,886 คน 68.91%) สำรวจระหว่างวันที่ 28 มิ.ย.-4 ก.ค. 2552 สรุปผลได้ดังนี้

1. ประชาชนมองความขัดแย้งใน “รัฐบาลผสม” ชุดนี้ ณ วันนี้ อย่างไร?
อันดับ 1 ผลประโยชน์ไม่ลงตัวก็ย่อมขัดแย้ง 38.32% 
อันดับ 2 เป็นการรวมตัวกันเพื่ออำนาจและผลประโยชน์ เมื่อไม่ได้ดังใจก็ต้องขัดแย้งกัน 30.72% 
อันดับ 3 การมุ่งผลประโยชน์โดยเฉพาะฐานเสียงและประชานิยมที่หวังผลเลือกตั้งครั้งต่อไปทำให้ขัดแย้งกัน 15.50% 
อันดับ 4 เป็นเรื่องธรรมดาที่ต่างคนต่างพรรค แม้พรรคเดียวกันยังขัดแย้งกัน 9.06% 
อันดับ 5 การมุ่งสร้างอำนาจให้แต่ละพรรคเติบโตย่อมทำให้ขัดแย้งกันได้ 6.40% 

2. สิ่งใด/ปัจจัยใด? ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งใน “รัฐบาลผสม” ชุดนี้
อันดับ 1 ผลประโยชน์จากโครงการ/งานของกระทรวงที่ได้รับมอบหมายในแต่ละพรรค 35.34% 
อันดับ 2 ความหวาดระแวง สงสัย ไม่ไว้ใจกันในแต่ละพรรค 30.32% 
อันดับ 3 การให้สัมภาษณ์ วิพากษ์วิจารณ์ของแต่ละพรรค ทำให้เกิดความขัดแย้งกัน 16.42% 
อันดับ 4 การสร้างฐานเสียง/ประชานิยมที่แต่ละพรรคเร่งเพื่อเตรียมการเลือกตั้งครั้งต่อไป 11.30% 
อันดับ 5 มองการได้เปรียบเสียเปรียบกันของแต่ละพรรค 6.62% 

3. โครงการ/งานที่ทำให้เกิดความขัดแย้งใน “รัฐบาลผสม” ชุดนี้
อันดับ 1 โครงการเช่ารถเมล์ NGV 4,000 คัน 41.32% 
อันดับ 2 โครงการรับจำนำพืชผลเกษตรโดยเฉพาะข้าว ข้าวโพด 32.54% 
อันดับ 3 การจัดสรรงบประมาณให้แต่ละกระทรวง 14.61% 
อันดับ 4 โครงการถนนปลอดฝุ่น 5.55% 
อันดับ 5 โครงการ/งานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว 5.28% 
* อื่นๆ เช่น โครงการหวยออนไลน์ ฯลฯ 0.70% 

4. ปัจจัยอะไร?ที่ทำให้ “รัฐบาลผสม” ชุดนี้ขจัดความขัดแย้งได้ยาก
อันดับ 1 การที่ต้องคอยประสานพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกโดยเฉพาะการประสาน 44.41% 
 ผลประโยชน์ของพรรคการเมืองแต่ละพรรคทำให้การตรวจสอบความ  
 โปร่งใสทำได้ยาก  
อันดับ 2 อายุรัฐบาลไม่แน่นอนทำให้แต่ละพรรคต้องเร่งหาผลประโยชน์ เร่งสร้างประชานิยมสร้างฐานเสียง 23.25% 
 เพื่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป  
อันดับ 3 การโฟนอินของอดีตนายกฯทักษิณ ทำให้รัฐบาลไม่มั่นคง สร้างความหวาดระแวงระหว่าง 19.42% 
 พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองและทำงานได้ไม่เต็มที่  
อันดับ 4 การมาจากต่างพรรคแต่ละพรรคก็มีหลายมุ้ง แม้ภายในพรรคก็ขัดแย้ง 9.15% 
อันดับ 5 การชุมนุมประท้วงทั้งกลุ่มเสื้อแดง กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆรวมถึงกลุ่มประชาชนที่เดือดร้อนทำให้ 3.77% 
 ไม่มีเวลาในการแก้ความขัดแย้งระหว่างพรรค  

5. วิธีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งใน “รัฐบาลผสม” ชุดนี้
อันดับ 1 แต่ละพรรคต้องคอยควบคุมสมาชิกในพรรคให้ทำงานอย่างโปร่งใส ไม่ขัดแย้งกันภายในพรรค 36.48% 
อันดับ 2 ลดการต่อรอง อย่ามุ่งผลประโยชน์ของพรรคจนลืมภาพรวมของรัฐบาล 34.81% 
อันดับ 3 ลดการแก่งแย่งฐานเสียง/ประชานิยม โดยชูพรรคตัวเองเป็นตัวตั้งเหยียบย่ำพรรคร่วมรัฐบาลอื่น 14.75% 
อันดับ 4 ลดทิฐิในแต่ละพรรค ไม่วิพากษ์วิจารณ์พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน 10.23% 
อันดับ 5 ช่วยกันสร้างความเข้มแข็งในรัฐบาล เอื้ออาทรต่อพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน 3.73% 

6. ลำดับความเชื่อมั่นของประชาชนใน “รัฐบาลผสม” ชุดนี้ (อันดับ 1 เชื่อมั่นมากที่สุด 2 3 4 5 รองลงมา)
อันดับ 1 ประชาธิปัตย์ 43.68%  
 เพราะ เป็นพรรคแกนนำ ก่อตั้งมานาน มีอุดมการณ์ /ประสบการณ์มาก ฯลฯ   
อันดับ 2 ชาติไทยพัฒนา 21.62%  
 เพราะ มีสมาชิกไม่มากนัก ไม่มีความขัดแย้งในพรรค ผลงานกระทรวงการท่องเที่ยวทำได้ดี มีการต่อรองน้อย ฯลฯ   
อันดับ 3 เพื่อแผ่นดิน 12.15%  
 เพราะ เป็นพรรคไม่ใหญ่ สามารถควบคุมสมาชิกพรรคได้ ฯลฯ   
อันดับ 4 รวมใจไทย 11.45%  
 เพราะ เป็นพรรคเล็ก ไม่ค่อยมีปัญหาปรากฏเป็นข่าว ,สามารถควบคุมได้ ฯลฯ   
อันดับ 5 ภูมิใจไทย 11.10%  
 เพราะ มีข่าวขัดแย้งบ่อยโดยเฉพาะกับพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นแกนนำ/คุมกระทรวงใหญ่มีการต่อรองสูง ,โครงการรถเมล์ NGV ก็สร้างความขัดแย้ง , มีหลายมุ้งในพรรค ฯลฯ