
อาการป้าสังเวียนทรงตัว!ห่วงติดเชื้อ
17 ต.ค. 2557
แพทย์เผยอาการ ป้าสังเวียน จุดไฟเผาตัวเองยังทรงตัว ห่วงติดเชื้อ เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
จากกรณีที่นางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ อายุ 52 ปี เกษตรกร จ.ลพบุรี ก่อเหตุใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาตัวเอง ภายในศูนย์บริการประชาชน (ชั่วคราว) สำนักคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เขตดุสิต กทม. ขณะร้องเรียน จนเกิดอาการเครียดเรื่องภาระหนี้สิน จำนวน 1.5 ล้านบาท ที่กู้หนี้ยืมสินมาจากนายทุนเงินกู้ จนมีอาการบาดเจ็บสาหัสร่างกายไหม้ครึ่งตัวบริเวณส่วนบน ทางทีมแพทย์ รพ.วชิระฯ ได้ดูแลอย่างใกล้ชิดภายในห้องไอซียู
ความคืบหน้าต่อมา เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 ต.ค.57 ที่ห้องไอซียู ตึกศัลยกรรม ชั้น 4 รพ.วชิระฯ น.ส.จันทร์จ๋า ทองอร่าม อายุ 41 ปี น้องสาวของนางสังเวียน เปิดเผยว่า ช่วงเช้าเดินทางมาเข้าเยี่ยมพี่สาว เพื่อจะมาบอกข่าวดีว่า เจ้าหนี้ยอมยกหนี้สินทั้งหมด จำนวน 1.5 ล้านบาท รวมทั้งให้สิทธิเข้าทำกินในที่ดินดังเดิม แต่แพทย์ยังไม่อนุญาติให้เข้าเยี่ยม เรื่องการยกหนี้สินในความคิดเห็นส่วนตัวยังไม่มั่นใจ เนื่องจากไม่เห็นหลักฐานยืนยันที่เป็นลายลักอักษร แต่เมื่อช่วงค่ำเมื่อวานนี้ ( 16 ต.ค. ) เจ้าหนี้โทรศัพท์มาบอกว่า ยกหนี้ให้แล้วและให้กลับมาใช้ที่นาเช่นเดิม แต่ยืนยันว่าจะไม่ให้พี่สาวเข้าไปทำกินในพื้นที่ของเจ้าหนี้ เพราะเข้าหน้ากันไม่ติดแล้ว แต่รู้สึกกังวลเรื่องของความปลอดภัยหลังจากหายป่วย ซึ่งยังไม่ได้วางแผนอะไรปล่อยให้เป็นไปตามอนาคต
น.ส.จันทร์จ๋า เผยต่อไปว่า สำหรับอาการพี่สาวภายนอกนั้น สภาพบาดแผลที่มองเห็นด้วยดวงตาอย่างชัดเจน บริเวณช่วงแขนทั้งสองข้างมีบาดแผลพลุพอง ผิวหนังหลุดลอก มีน้ำเหลืองไหล นอกจากเป็นห่วงเรื่องดวงตาที่ยังไม่สามารถลืมขึ้นได้ แต่ห่วงบาดแผลบริเวณหูขวา ที่มีรอยไหม้หนัก ยังไม่ได้คุยกับพี่สาวเนื่องจากยังมีการต่อท่อช่วยหายใจอยู่ แต่เมื่อพูดกับพี่สาวมีการตอบสนองด้วยการพยักหน้า และขยับแขนโต้ตอบได้
ทางด้าน นพ.พลเลิศ พันธุ์ธนากุล รองคณบดีฝ่ายบริการปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ รพ.วชิรพยาบาล ซึ่งเป็นแพทย์เจ้าของไข้ เปิดเผยว่า อาการของคนไข้ถือว่ายังทรงตัว เริ่มจะมีอาการไข้ ทางคณะแพทย์กำลังทำการวินิจฉัยว่าอาการไข้นั้นเกิดจากพิษของบาดแผลหรือไม่ มีปัสสาวะออกเป็นเลือดเล็กน้อย ทีมแพทย์จึงได้ให้สารสังเคราะห์แทนน้ำแก่ผู้ป่วย เพื่อให้ปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นและลดอาการเลือดออกลง ส่วนแผลจากอาการไฟไหม้ มีประมาณร้อยละ 40 ของร่างกาย คือบริเวณหน้าอกเป็นแผลลึกถึงระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของแผลไฟไหม้ ขณะที่แผลไฟไหม้บริเวณด้านหลังเป็นแผลลึกระดับ 2 จึงได้กำชับแพทย์ให้เฝ้าระวังอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยในวันนี้ (17 ต.ค.) เวลา 16.00 น. ทางคณะแพทย์ผู้รักษาจะแถลงรายละเอียดความคืบหน้าอาการของนางสังเวียนอีกครั้ง
ญาติ ‘ป้าสังเวียน’ ร้องสภาทนายช่วยดูหนังสือเซ็นรับสภาพหนี้
เมื่อเวลา 10.52 น. น.ส.จันทร์จ๋า ทองอร่าม อายุ 39 ปี พร้อมสามี ซึ่งเป็นน้องสาว นางสังเวียน รักษาเพ็ชร อายุ 52 ปี ที่ก่อเหตุจุดไฟเผาตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะร้องทุกข์ ศูนย์บริการประชาชน (ชั่วคราว) สำนักงาน ก.พ. เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา เดินทางมายัง สภาทนายความ ถนนราชดำเนิน เพื่อขอความช่วยเหลือ นายเดชอุดม ใจฤทธิ์ นายกสภาทนายความในพระราชูปถัมภ์ กล่าว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่วนเวียนอยู่ในสังคมคนยากจนไม่จบสิ้น โดยกรณีนางสังเวียน สภาทนายความฯ ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดข้อตกลงการรับสภาพหนี้ของนางสังเวียนรวมถึงยังไม่เห็นบันทึก จากจังหวัดที่ระบุว่า มีการยกหนี้ให้นางสังเวียนแล้ว แต่กรณีนี้ น้องสาวนางสังเวียน บอกว่า พี่สาวอ่านและเขียนไม่ได้ 100% จึงต้องมีการไปตรวจสอบว่า มีบุคคลเข้ามาช่วยดู หรือเซ็นรับสภาพหนี้หรือไม่ ยังเป็นคำถามที่ยังมีต่อส่วนราชการ แต่อย่างน้อยการยกหนี้ก็เป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย กรณีที่เกิดขึ้นจึงเป็นตัวอย่างที่อยากให้ผู้ที่เดือดร้อนทั้งหมด และไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องนี้ให้ มาขอความช่วยเหลือกับทางสภาพทนายความฯ ได้
นายเดชอุดม กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เมื่อได้รับเอกสารต่างๆแล้ว สภาทนายความจะตั้งคณะทำงาน 3-5 คน เพื่อดูรายละเอียดว่ามีใครได้รับความเดือดร้อนในประเด็นใดบ้างเป็นหนี้อย่างถูกต้องหรือไม่ หรือเจ้าหนี้ยกหนี้ให้ ถึงขนาดไหนทางสภาพทนายความจะขอดูในเอกสารต่อไป ทั้งนี้ สภาทนายความฯ จึงได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 16/2557 เรื่อง การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้เดือนร้อนจากหนี้นอกระบบเพื่อช่วยเหลือผู้ที่เป็นหนี้และ
รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแถลงการณ์ของสภาทนายความฯ ระบุตอนหนึ่งว่า สภาทนายความฯ เห็นว่ากรณีดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ โดยการบังคับใช้กฎหมายทั้งระยะสั้น และอาจปรับเพิ่มหลักการของกฎหมายเพื่อคุ้มครองลูกหนี้โดยเฉพาะด้านเกษตรกรให้พ้นวิกฤติได้ เฉกเช่น การดำเนินการของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว 1. ให้ลูกหนี้ที่ถูกกระทำจากการบังคับหนี้นอกระบบของเจ้าหนี้หรือตัวเแทนจนขาดความเป็นปกติสุข ให้แจ้งความประสงค์ของรับความช่วยเหลือจากสำนักงาน คณะกรรมการ ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความฯ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 2.ให้ทนายความอาสาของสภาทนายความฯ ในทุกเขตศาล จังหวัดรับเรื่องไว้ และสืบข้อเท็จจริงพร้อมทั้งส่งบันทึกต่อคณะคณะกรรมการช่วยเหลือ ประชาชนทางกฎหมายโดยไม่ชักช้า 3.ในกรณีเจ้าหนี้ เป็นกลุ่มบุคคล หรือกลุ่มองค์กร ที่มีการกระทำในรูปแบบของกลุ่มองค์กรอาญชญากรรม ทีมีเครือข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลให้กรรมการช่วยเหลือประชาชนตามกฎหมายจัดตั้งคณะทำงานประสานงานช่วยเหลือ ร่วมมือกับทางส่วนราชการและภาคเอกชน ทั้งในและนอกประเทศ เพื่อให้ความปลอดภัยแก่ ลูกหนี้และผู้ที่เป็นทนายความอาสา ที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ
4.ให้จัดคณะทำงาน ทีมทนายความชำนาญการด้านกฎหมายฟื้นฟู และกฎหมายล้มละลายเป็นวิทยากร ในการอบรมให้แก่ ลูกหนี้รายย่อยหรือเกษตรกร ในเรื่องหลักการของการบังคับใช้กฎหมาย บังคับชำระหนี้ที่เป็นธรรมในพื้นที่ ที่มีการปล่อยหนี้เงินกู้นอกระบบ และ 5. ให้คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย ของสภาทนายความจัดทำร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2485 เพิ่มเติมหมวด 3/1 เรื่องการฟื้นฟูหนี้ ของเกษตรกร หรือลูกหนี้รายย่อย ที่มีจำนวนหนี้ค้างชำระตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป หรือตามที่เห็นสมควรเพื่อจะช่วยให้ลูกหนี้สามารถเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว และเป็นการตรวจสอบความมีอยู่จริงของหนี้ทั้งหนี้นอกระบบ และหนี้ในระบบได้อย่างแท้จริง เมื่อได้มีการยื่นคำร้องต่อศาลให้รับการฟื้นฟูหรือปรับโครงสร้างหนี้ ของลูกหนี้ประเภทนี้ ในทำนองเดียวกัน กับกฎหมายของประเทศสหรัฐฯ และประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศ เพื่อเสนอต่อรัฐบาล และสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป



