
ยืนยกฟ้อง!'วัชระ'แถลง'ตู่ทาสแม้ว'
17 ต.ค. 2557
พิพากษาอุทธรณ์ ยืนยกฟ้อง 'วัชระ' แถลงข่าวทำนองว่า 'จตุพร' เป็นทาสรับใช้ 'ทักษิณ' ชี้วิจารณ์การเมือง ยังไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
17 ต.ค. 57 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 707 ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.3856/2552 ที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ , บริษัท สารสู่อนาคต จำกัด ประกอบกิจการ นสพ.ไทยโพสต์ และนายทวีสิน สถิตรัตนชีวิน (เสียชีวิต) อดีต บก.ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ.ไทยโพสต์ เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 52 จำเลยได้แถลงข่าวที่รัฐสภา ทำนองว่า นายจตุพร เป็นทาสรับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และตระกูลชินวัตรเพียงตระกูลเดียว พร้อมเรียกร้องให้หยุดพฤติกรรม และคืนเงินเดือนที่ได้มาจากภาษีของประชาชน
โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 56 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี คดีการจัดซื้อที่ดิน ย่านรัชดาภิเษก โดยตัวโจทก์ ก็เคยเบิกความว่า มีความเคารพรัก และมีความก้าวหน้าทางการเมืองเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ กรณีจึงเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง ยังไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ต่อมาโจทก์ ยื่นอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้ว เห็นว่า ทั้งโจทก์ และจำเลยที่ 1 ต่างก็เป็นนักการเมือง สังกัดพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกัน และมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน การที่จำเลยที่ 1 ใช้คำว่าโจทก์เป็นทาสของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เนื่องจากโจทก์ เคยแถลงว่า คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เป็นองค์กรทาสที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยไม่ชอบธรรม โดยโจทก์มีความศรัทธาต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงได้แถลงข่าวดังกล่าว แล้วจำเลยที่ 1 จึงได้แถลงข่าวว่าโจทก์เป็นทาสของ พ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้นคำว่า ทาส จึงหมายถึงผู้รับใช้ ที่มีความหมายทั้งด้านดี และไม่ดี ขณะที่ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์มีความเคารพ เชื่อถือ และศรัทธาต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งหากประชาชนทั่วไปที่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนดี เมื่อได้ฟังคำพูดของจำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกเกลียดชังโจทก์ แต่กลับนิยมชมชอบเสียด้วยซ้ำ โจทก์จึงไม่ได้รับความเสียหาย
ส่วนข้อความที่จำเลย กล่าวว่า โจทก์ทำตัวเป็นผู้รับใช้ และขอให้คืนเงินที่ได้มาให้กับประชาชนนั้น เห็นว่า เมื่อปรากฏข้อเท็จจริง พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิด ดังนั้นคำกล่าวของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม และที่จำเลยที่ 1 กล่าวว่า โจทก์ชอบนำนิสัยสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงมาใช้นั้น เห็นว่าโจทก์ และจำเลย เคยเรียนมาด้วยกัน จึงเป็นการนำลักษณะพฤติกรรมมาเปรียบเทียบกับการกระทำปัจจุบัน ซึ่งยังไม่พอรับฟังได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาท ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนยกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดี นายวัชระ ยังถูกนายจตุพร ยื่นฟ้องความผิดหมิ่นประมาท ฯ เป็นคดีหมายเลขดำ อ.898/2552 อีกสำนวนจากกรณีกล่าวหาว่านายจตุพร เป็นเด็กเลี้ยงแกะ ซึ่งศาลอาญา ได้มีพิพากษาจำคุก 2 เดือน และปรับ 20,000 บาท แต่จำเลยไม่เคยต้องโทษมาก่อน จึงให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจึงรอการลงอาญา 1 ปีและให้ลงโฆษณาคำพิพากษาฉบับย่อใน นสพ.รายวัน 2 ฉบับ เป็นเวลา 7 วัน



