
ทายาท'อส.'รับบำเหน็จตกทอด30เท่า
17 ต.ค. 2557
'สนช.' ผ่านร่างกฎหมายให้ทายาท 'อส.' รับบำเหน็จตกทอด 30 เท่า รับหลักการก.ม.ราชบัณฑิตย์สภา มุ่งป้องกันภาษาไทยเสื่อม
17 ต.ค. 57 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้พิจารณา ร่าง พ.ร.บ.กองอาสารักษาดินแดน (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้ชี้แจงหลักการ และเหตุผล ว่า เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 เพื่อกำหนดให้ทายาทของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ซึ่งเสียชีวิตภายหลังจากที่ได้รับบำนาญพิเศษ เพราะเหตุพิการทุพพลภาพ มีสิทธิ์ได้รับบำเหน็จตกทอดเป็นจำนวน 30 เท่า ของบำนาญพิเศษรายเดือน
ทั้งนี้เพื่อสร้างความขวัญกำลังใจ และความเป็นธรรมให้กับสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงภายในพื้นที่ชายแดน และพื้นที่เสี่ยงภัย หรือในการปกป้องอธิปไตยของประเทศร่วมกับข้าราชการ ทหาร หรือตำรวจ โดยที่ประชุมได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา เพื่อพิจารณาสามวาระรวด โดยหลังจากสมาชิกได้อภิปราย และพิจารณารายมาตรา ท้ายสุดที่ประชุมได้ลงมติในวาระสาม เพื่อประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายด้วยคะแนน 192 เสียง และงดออกเสียง 3
รับหลักการกฎหมายราชบัณฑิตย์สภามุ่งป้องกันภาษาไทยเสื่อม
ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. ... ทั้งนี้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีสาระสำคัญ คือ การเปลี่ยนชื่อ "ราชบัณฑิตยสถาน" มาเป็น "ราชบัณฑิตย์สภา" เนื่องจากชื่อราชบัณฑิตย์สภา เป็นชื่อเดิมที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2469 เพื่อถวายเป็นพระเกียรติยศในโอกาส 120 ปี พระบรมราชสมภพ ขณะเดียวกัน กฎหมายฉบับนี้ ยังได้ปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตย์สภา และการบริหารงานวิชาการของราชบัณฑิตย์สภา ให้แพร่หลายแก่วงวิชาการของประเทศ และประชาชนทั่วไปมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้จัดให้การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการสมาชิกราชบัณฑิตย์สภา เพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิกราชบัณฑิตย์สภา
โดยสำนักงานราชบัณฑิตย์สภา มีอำนาจหน้าที่ค้นคว้าวิจัย และบำรุงสรรพวิชา แล้วนำผลงานที่ได้สร้างสรรค์ ออกเผยแพร่ให้เป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศ และประชาชน ติดต่อแลกเปลี่ยนความรู้ และประสานงานทางวิชาการกับสถาบันทางวิชาการอื่นๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาทางวิชาการแก่นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี และกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย การอนุรักษ์ภาษาไทย มิให้แปรเปลี่ยนไปในทางที่เสื่อม และส่งเสริมภาษาไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ให้ปรากฏเด่นชัดยิ่งขึ้น ซึ่งที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 192 เสียง รับหลักการในวาระที่ 1 ของร่าง พ.ร.บ.ราชบัณฑิตย์สภา พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 15 คน เพื่อพิจารณาในรายละเอียด โดยจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วัน



