ข่าว

พระสุเทพทอดกฐินเกาะเต่าพม่าต้อนรับ

พระสุเทพทอดกฐินเกาะเต่าพม่าต้อนรับ

16 ต.ค. 2557

พระสุเทพทอดกฐินเกาะเต่าพม่าจัดริ้วขบวนต้อนรับอย่างสวยงาม ทูตอังกฤษทวงถามจริยธรรมสื่อเสนอข่าว

               16ต.ค.2557 ) บนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พระสุเทพ ปภากโร ได้รับกิจนิมนต์ไปร่วมทอดกฐินสามัคคีที่วัดเกาะเจริญสันติธรรม (วัดเกาะเต่า ) อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หลังเกิดเหตุฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวอังกฤษที่บริเวณหาดทรายรี ต.เกาะเต่า ครบ 1 เดือน

               บรรยากาศการแห่องค์กฐินเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนบนเกาะเต่าได้ร่วมแรงร่วมใจกับประดับพุ่มกฐินจัดบวนแห่กฐินกันอย่างสวยสดงดงาม ในขณะที่ชุมชนแรงงานเมียนมาร์บนเกาะเต่าก็ได้จัดริ้วขบวนแห่องค์กฐินร่วมกับชาวเกาะเต่าสวยสดงดงามอย่างยิ่ง โดยมีการแสดงศิลปวัฒธรรมประเพณีพื้นบ้านชาวเมียนม่าร์โชว์ประชันกับศิลปวัฒธรรมพื้นบ้านของชาวเกาะเต่า ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก

               พระสุเทพ ได้กล่าวกับชาวเกาะเต่าว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบุคคลที่ไม่รู้เรื่องก็ได้ประณามชาวเกาะเต่าไปในทางไม่ดี ทางตนเองก็เขียนลงเฟสบุ๊คส่วนตัวพร้อมชี้แจงความจริงให้ฟัง ว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันและถูกต้อง


ทูตอังกฤษทวงถามจริยธรรมสื่อเสนอข่าว

               ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อเวลา 13.30 น. นายมาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ได้เข้าพบนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสทช.) เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนไทยเรื่องคดีเกาะเต่า โดยการหารือมีขึ้นประมาณ 1 ชั่วโมง 

               นางสาวสุภิญญา ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เป็นการหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งมีบางสื่อนำเสนออัตตลักษณ์และเผยแพร่พาสปอร์ตของผู้เสียชีวิตชาวอังกฤษ ซึ่งในอังกฤษแล้ว จะต้องมีการแจ้งให้ญาติของผู้เสียชีวิตทราบเหตุการณ์ก่อนจะเผยแพร่ทางสื่อ โดยเรื่องนี้ กสทช.คงต้องหารือร่วมกับกลุ่มวิชาชีพสื่อมวลชนต่อไป ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือกับทางอังกฤษ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และขอแนวทางการทำงานของสื่ออังกฤษ ในเรื่องของการเคารพศักดิ์ศรีและสิทธิส่วนบุคคล โดยเรื่องนี้ ไม่ได้กระทบต่อพลเมืองอังกฤษเท่านั้น แต่แรงงานต่างด้าว ไม่ว่าชาติใด ก็ต้องรับการปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกัน

               "เราคงต้องขอความร่วมมือกับสื่อมวลชน หากมีการนำเสนอข่าวที่เกินกว่าขอบเขตกฎหมาย จะต้องมีการปรับ ที่ผ่านมาก็มีการปรับให้เห็นเป็นตัวอย่าง และสื่อก็ต้องรู้ว่า อะไรเป็นการเลยขอบเขตกฎหมายที่กำหนดไว้ หากบางเรื่องไม่เกินกว่ากรอบกฎหมาย แต่ก็ต้องคำนึงถึงการปกป้องศักดิ์ศรีที่ต้องทำร่วมกัน นอกเหนือจากที่ต้องแข่งขันในยุคดิจิตอล ก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบจริยธรรมสื่อมวลชนด้วยกัน สิ่งเหล่านี้ ทาง กสทช. และท่านทูตอังกฤษมีความเห็นร่วมกัน ว่า เสรีภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำรงไว้ และการพูดคุยกันในวันนี้ ไม่ใช่จะลดทอนเสรีภาพสื่อ แต่ต้องคงเสรีภาพสื่อมวลชนให้ทำหน้าที่ที่ถูกต้องและเหมาะสม" นางสาวสุภิญญากล่าว

               ด้านนายมาร์ค เคนท์ กล่าวว่า วันนี้มาขอความร่วมมือกับทาง กสทช. เกี่ยวกับการนำเสนอข่าวที่มีความสมดุล ซึ่งมีผู้ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว ทำให้กระทบกระเทือนจิตใจญาติของผู้เสียชีวิต ที่ต้องมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่า จะทำอย่างไรให้สื่อมวลชนได้ร่วมแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งการนำเสนอข่าวคดีเกาะเต่า เป็นอีกหนึ่งในหลายๆ เหตุการณ์ที่เป็นปัญหาของชาวอังกฤษ ในฐานะที่ตนเป็นตัวแทนของคนอังกฤษต้องดูแลความรู้สึกที่ยังไม่ใครออกมาบอกในเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยวันนี้ ตนมาขอความร่วมมือและขอให้ กสทช.แสดงความคิดเห็น น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และหวังว่าสื่อไทยจะเห็นด้วย

               เมื่อถามว่า เอกอัครราชทูตอังกฤษมีความเห็นว่า เสรีภาพสื่อมวลชนไทยมีมากไปหรือไม่ นายมาร์ค เคนท์ กล่าวว่า มีบางสื่อที่มีเสรีภาพ และบางสื่อก็มีความรับผิดชอบ เชื่อว่า สื่อที่ดีต้องมีเสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยเฉพาะต้องมีจริยธรรมสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม ผมไม่อยากสนอความคิดต่อสื่อมวลชนไทย เชื่อว่า บทบาทสื่อมีความสำคัญมาก การนำเสนอข่าวต้องมีเสรีภาพ และสิทธิในการแสดงความคิดห็น ขณะเดียวกัน เราจะต้องเคารพสิทธิส่วนบุคคลด้วย ต่อคำถามเกี่ยวกับความพอใจต่อการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคดีเกาะเต่า นายมาร์ค เคนท์ กล่าวว่า ผมไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพราะเราต้องอยู่กับความเป็นส่วนตัว และจะไม่ทำสิ่งใดที่จะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกญาติของผู้เสียชีวิต โดยขณะนี้เรากำลังประสานงานอยู่กับรัฐบาลไทย และคดีนี้มีความสำคัญ ผมคิดว่า ท่าทีของรัฐบาลอังกฤษมีความชัดเจนอยู่แล้ว

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพบปะกันในครั้งนี้ นางสาวสุภิญญาได้มอบ "หนังสือคู่มือจริยธรรมและการกำกับดูแลกันเอง ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์" ให้กับเอกอัครราชทูตอังกฤษ โดยเอกอัครราชทูตอังกฤษได้สอบถามถึงการหลักการตรวจสอบปฏิบัติงานของสื่อไทย ด้านนางสาวสุภิญญาก็ได้อธิบายการทำงานของสื่อมวลชนไทย ที่จะมีการตรวจสอบการนำเสนอข่าวของตนเอง ก่อนจะเผยแพร่ พร้อมกับรับปากจะแปลคู่มือฉบับดังกล่าว เป็นภาษาอังกฤษส่งให้กับสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ต่อไป