
เร็วปานจรวดแบบไร้คนขับ
18 ต.ค. 2557
เวิลด์วาไรตี้ : เร็วปานจรวดแบบไร้คนขับ
เมื่อไม่นานมานี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ส่งคลิปรถบรรทุกต้นแบบคันล่าสุดที่ "ฉลาด" ล้ำสามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเองจากการติดตั้งระบบไพลอต เข้าไปในตัวรถ ทำให้รถบรรทุกขนาดใหญ่คันนี้สามารถวิ่งไปตามถนนหลวงได้ด้วยตัวเองอย่างปลอดภัย ระบบไพลอตจะอ่านเครื่องหมายบนท้องถนนเพื่อกำหนดตำแหน่งเลนและปรับตำแหน่งพวงมาลัยให้รถอยู่ในเลนที่ถูกต้อง ไม่ไปยุ่งกับรถที่อยู่ข้างเคียง
แต่นั่นยังไม่น่าตื่นเต้นเท่ากับการที่ออดี้ ผู้ผลิตรถยนต์ร่วมประเทศเยอรมนี ประกาศว่ากำลังพัฒนารถแรงที่สามารถวิ่งได้ด้วยตัวเองที่ความเร็วสูงสุด 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยรถคันนี้สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะหันพวงมาลัยเลี้ยวไปในทิศทางที่ถูกต้อง โดยไม่ต้องมีคนขับนั่งอยู่หลังพวงมาลัย
ออดี้ นำรถแรงรุ่นอาร์เอส 7 ตัวกลั่นที่พัฒนาให้มีพลังความแรงเพิ่มขึ้นจากรถยนต์ 5 ประตู รุ่นอาร์ 7 ที่ใช้เป็นพื้นฐาน นำเอาเครื่องยนต์ วี 8 ทวินเทอร์โบขนาด 4.0 ลิตร 560 แรงม้ามาใส่แทนเครื่องยนต์เดิมๆ และปรับจูนช่วงล่างให้แน่นหนึบ ใส่ล้ออัลลอยขนาดใหญ่เข้าไปพร้อมกับยางแก้มเตี้ย ทั้งยังปรับแต่งชุดสปอยเลอร์เพื่อรีดกระแสลมให้ผ่านตัวถังอย่างเป็นระเบียบ ทำให้รถคันนี้วิ่งฝ่าอากาศไปด้วยความราบรื่นและเกาะติดกับพื้นถนนให้มากที่สุด ไม่เสียการทรงตัวในช่วงที่วิ่งด้วยความเร็วกว่า 300 กิโลเมตร
ที่พิเศษขึ้นไปกว่านั้นคือการติดตั้งระบบขับเคลื่อนด้วยตัวเองเข้าไป และฝ่ายเทคนิคของออดี้ ก็นำเอาออดี้ อาร์เอส 7 ทั้งสองคันที่ติดตั้งระบบดังกล่าวไปทดลองวิ่งในสนาม ออสเชอร์เลเบน จนได้ความเร็วสูงสุดที่ 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์นั่งอยู่หลังพวงมาลัย!! ซึ่งนับเป็นรถในกลุ่มแรกๆ ของโลกที่วิ่งได้ด้วยความเร็วสูงโดยไม่พึ่งพามนุษย์ควบคุม
บริษัท ลักซ์ รีเสิร์ช ประเมินว่าในปี 2573 รถยนต์ไร้คนขับจะได้รับความนิยมมากขึ้นมากและจะเติบโตจนมีมูลค่าตลาดสูงถึง 87,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.61 ล้านล้านบาท) จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศต่างๆ จะเร่งพัฒนายานยนต์ไร้คนขับขึ้นมาตั้งแต่เนิ่นๆ
สำหรับออดี้แล้ว การที่รถยนต์ไร้คนขับพลังแรงอย่างเจ้า อาร์เอส 7 ทั้งสองคัน วิ่งได้ด้วยความเร็วสูงถึง 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของบริษัท ที่สามารถไปอวดอ้างกับผู้บริโภคได้ว่าบริษัทมีความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีนี้แล้ว และเป็นการ "เกทับ" คู่แข่งจากเมืองเบียร์ด้วยกันเอง ที่กำลังทดลองยานยนต์ประเภทนี้อยู่เช่นกัน
แต่ดูเหมือนว่าออดี้ จะออกหมัดล่าช้ากว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่นำเอารถยนต์หรูรุ่นเอส-คลาส แบบไร้คนขับมาทดลองวิ่งบนถนนทั่วไปในเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2556 ทั้งยังติดตั้งระบบ Stop&Go Pilot เข้าไปในรถเบนซ์ ซี คลาสรุ่นใหม่ ที่จะทำให้รถแล่นด้วยความเร็วที่เท่ากันกับรถคันข้างหน้า และเบรกจนนิ่งสนิทได้ด้วยตัวเองโดยผู้ขับไม่ต้องทำอะไรเลย ซึ่งถือเป็นการเปิดโลกทัศน์ของผู้ใช้รถยนต์ให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่โลกแห่งรถยนต์ไร้คนขับอย่างแท้จริง



