ข่าว

โศกนาฏกรรม‘เซโวล’6เดือนแห่งความเจ็บปวด

โศกนาฏกรรม‘เซโวล’6เดือนแห่งความเจ็บปวด

16 ต.ค. 2557

โศกนาฏกรรม"เซโวล" อุบัติเหตุทางน้ำครั้งเลวร้ายที่สุดในเกาหลีใต้ ผ่านมา 6 เดือนแห่งความเจ็บปวด

 
          โศกนาฏกรรมเรือเซโวลล่ม อุบัติภัยทางน้ำครั้งเลวร้ายที่สุดในเกาหลีใต้ ผ่านมา 6 เดือนแล้ว แต่การค้นหาร่างผู้สูญหายที่ยังเหลืออยู่อีก 10 ราย ยังดำเนินอยู่ต่อไป แม้ศพหลังสุดที่กู้จากเรือพลิกคว่ำนอนนิ่งอยู่ก้นทะเลนอกชายฝั่งเกาะชินโด คือตั้งแต่ 18 กรกฎาคม และศพก่อนหน้านั้นที่พบก็คือ 19 มิถุนายน เท่ากับว่าพบเพียง 2 ศพในรอบเกือบ 4 เดือน 
         
          ถึงอย่างนั้น นายคิม ซาง อิน เจ้าหน้าที่สำนักงานใหญ่จัดการภัยพิบัติเกาหลีใต้ กล่าวว่า ภารกิจนี้ไม่มีเส้นตาย จะดำเนินต่อไปแบบไม่มีกำหนด จะไม่ยุติโดยไม่ได้รับความยินยอมจากครอบครัวของเหยื่อ 
        
          หน่วยงานของนายคิม ยังคงส่งอีเมล์รายงานสถานการณ์ประจำวัน บางครั้ง วันละหลายครั้ง แจ้งทุกรายละเอียดของปฏิบัติการที่อาจถูกลืมหรือมองข้ามไปมากแล้วเมื่อเวลาผ่านไป แต่สำหรับครอบครัวผู้สูญหายอีก 10 คนยังคงปักหลักรอในสนามกีฬา แห่งเดียวกับที่ครอบครัวของเหยื่อเรือเซโวลไปรวมตัวกันอยู่หลายร้อยคนหลังเกิดเหตุ พวกเขายังทำใจไม่ได้ที่จะให้ยุติการค้นหา ซึ่งนั่นหมายถึงการยกซากเรือจะยังไม่เกิดขึ้นเช่นกัน 
         
          เรือโดยสารเซโวลหนัก 6,825 ตันล่มเมื่อ 16 เมษายน พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือ 476 คน จำนวนนี้เป็นนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังเดินทางไปทัศนศึกษาเกาะเชจู 325 คน มีเด็กนักเรียนเพียง 75 คนเท่านั้นที่รอดชีวิต  
         
          สำนักข่าวเอเอฟพี สัมภาษณ์นายฮู ฮอง ฮวาน คนงานโรงงานเหล็กวัย 56 ปี หนึ่งในพ่อของเด็กที่ยังสูญหายเป็นตัวอย่างหนึ่งของญาติที่ยัง
รอฟังข่าวว่า  ชีวิตประจำวันของพ่อคนนี้ตลอด 6 เดือน วนเวียนกับกิจกรรมเดิมๆ หลังตื่นนอน 7.00 น. รับประทานอาหารเช้าเสร็จ เดินไปตามข่าวคืบหน้าที่สำนักงานเขตท้องถิ่น บางวัน เดินทางไปที่ท่าเรือชินโด ลงเรือไปยังแท่นทำงานของนักประดาน้ำ หรอไม่ก็ไปดูโทรทัศน์หรือพูดคุยกับญาติเหยื่อคนอื่น
          
          "เราดูแลกันและกัน มันเป็นเรื่องยากมากทั้งใจและกาย ผมรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งและติดกับ บางครั้ง เคยคิดฆ่าตัวตาย แต่แล้วก็กระตุ้นตัวเองว่ายังมีความหวังที่จะพบลูกสาว"      
          
          เหตุเรือโดยสารขนาดใหญ่ล่มคร่าชีวิตเยาวชนของชาติจำนวนมาก ทำให้ประชาชนทั้งประเทศตกอยู่ในอาการช็อค โศกเศร้า เต็มไปด้วยคำถามและที่สุด กลายเป็นโกรธแค้น เมื่อความจริงเริ่มปรากฎและได้ข้อสรุปว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดจากน้ำมือคน ตั้งแต่การดัดแปลงเรืออย่างผิดกฎหมาย การบรรทกุน้ำหนักเกินอัตรา ลูกเรือขาดประสบการณ์ การเกี้ยเซียะระหว่างผู้ประกอบการกับผู้คุมกฎ 
         
          นอกจากนี้ ยังกลายเป็นประเด็นที่สร้างความแตกแยก รัฐสภาเกาหลีใต้แทบไม่ได้พิจารณาผ่านกฎหมายอื่นมานานหลายเดือน อันเป็นผลจากพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาล ถกเถียงกันเกี่ยวกับร่างกฎหมายว่าด้วยตั้งคณะสอบสวนพิเศษหาสาเหตุเรือล่มและดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง ในประเด็นองค์ประกอบและขอบข่ายอำนาจของคณะสอบสวน  ที่สุด เพิ่งประณีประณอมกันได้เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว แต่เสียงส่วนใหญ่ของครอบครัวเหยื่อยังไม่เห็นด้วยอยู่ดี เพราะยังต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดตัวกรรมการ และเป็นสาเหตุให้ญาติเหยื่อยังคงผลัดกันอดอาหารประท้วงอยู่ในบริเวณจตุรัสควังฮามุน กลางกรุงโซล เพื่อผลักดันข้อเรียกร้องต่อไป       
 
          นายชุน มยอง ซัน บิดาของหนึ่งในนักเรียนที่เสียชีวิต และเป็นประธานกลุ่มที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของครอบครัวเหยื่อส่วนใหญ่ กล่าวว่า สิ่งที่พวกเขาต้องการคือการสอบสวนอย่างครอบคลุม เปิดเผยความจริงทั้งหมดว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เป้าหมายหลักคือต้องการให้สังคมปลอดภัยกว่าเดิม