ข่าว

ยกหนี้1.5ล.ให้ป้าเผาตัวแล้ว!

ยกหนี้1.5ล.ให้ป้าเผาตัวแล้ว!

16 ต.ค. 2557

นายทุนยอมยกหนี้ 1.5 ล้านบาท ให้ ‘ป้าสังเวียน’ ที่ก่อเหตุจุดไฟเผาตัวเองแล้ว หลังผู้ว่าฯลพบุรีช่วยไกล่เกลี่ย ด้านแพทย์เผยอาการพ้นขีดอันตราย เตรียมผ่าตัด

 
                16 ต.ค.57 นายประวิทย์ ประวัติเมือง นายอำเภอโคกสำโรง จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ เข้าร่วมไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สิน กับนายทุนเจ้าของหนี้ นางสังเวียน รักษาเพ็ชร อายุ 52 ปี ที่ก่อเหตุจุดไฟเผาตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะร้องทุกข์หน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) โดยได้ข้อสรุปว่า นายทุนยินยอมยกหนี้ทั้งหมด จำนวน 1,500,000 บาท ที่ป้าสังเวียนเคยทำข้อตกลงเอาไว้ก่อนหน้านี้  นอกจากนั้น นายทุนยังยินยอมให้นางสังเวียนทำนาได้ต่อไปอีกด้วย
 
                ทั้งนี้ นางสังเวียน ถูกไฟไหม้ตามร่างกายไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหน้า ทรวงอก หลัง โดยเฉพาะลำคอและกล่องเสียง ถูกไฟไหม้จนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ส่วนจะตาบอดหรือไม่นั้นต้องรอดูอาการ คนไข้ยังอยู่ห้องไอซียู ขณะนี้รู้สึกตัวแต่ยังไม่สามารถพูดได้และยังต้องระวังการติดเชื้ออย่างใกล้ชิด
 
 
แพทย์เผยอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว เตรียมผ่าตัด ดูอาการใกล้ชิด
 
 
                จากกรณีนางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ อายุ 57 ปี ก่อเหตุใช้น้ำมันราดใส่ตัวเองก่อนจุดไฟเผาบาดเจ็บสาหัส ระหว่างที่มายื่นหนังสือร้องทุกข์กรณีเป็นหนี้นายทุนจนมีการเจรจาประนอมหนี้เหลืออยู่ที่ 1.5 ล้านบาททำให้รู้สึกเครียดคิดไม่ตกจึงมาร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล และเผาตัวเองจนเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือนำตัวส่งรพ.วชิระ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา
 
                ความคืบหน้าที่รพ.วชิระ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16ตุลาคม นพ.ผลเลิศ พันธุ์ธนกุล รองคณบดีฝ่ายบริการปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ รพ.วชิระฯเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าได้เข้าไปเยี่ยมผู้ป่วย พบว่าตอนนี้คนไข้ยังใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ แต่ไม่ได้มีอาการต้านเครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้ยังไม่ได้เคลื่อนย้ายคนไข้ไปไหน เบื้องต้นอาการพ้นขีดอันตรายแต่ยังอยู่ในระดับทรงตัวอยู่ แพทย์ยังไม่สามารถระบุว่าบาดแผลที่ถูกไฟไหม้ร้อยละ 50 ตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงลำตัวว่ามีความลึกระดับไหน เนื่องจากบาดแผลยังบวมอยู่ ซึ่งจุดนี้แพทย์ยังเป็นห่วง ต้องรอผลหลังจากทำการผ่าตัดอีกครั้งหนึ่งในช่วงบ่ายนี้ (16 ต.ค.) เพื่อประเมินอาการต่อไป ส่วนหลังการรักษาแล้วอาการจะกลับมาปกติ อวัยวะใช้งานได้เหมือนเดิมไหม ต้องประเมินผลกันอีกครั้ง
 
                นพ.ผลเลิศ กล่าวว่า ตอนนี้แพทย์เป็นห่วงเรื่องปัสสาวะที่มีการขับถ่ายออกมาน้อย เนื่องจากการไหลเวียนของเสียไปที่ไตน้อยกว่าปกติ ทำให้น้ำที่ให้คนไข้ไม่เพียงพอต่อร่างกาย แต่จากการวิเคราะห์ระบบไต พบว่ามีเกณฑ์ใช้ได้ปกติ ตอนนี้พบว่าคนไข้มีขวัญกำลังใจดี ชีพจรและความดันอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ปลายประสาทยังใช้ได้ ส่วนปอดนั้น จะต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าต้องเข้ารับการเอ็กซเรย์หรือไม่ จากนี้ต้องค่อย ๆ ประเมินรอดูอาการคนไข้ต่อไปอย่างใกล้ชิด สำหรับดวงตาของคนไข้นั้น เบื้องต้นพบว่าอาการบวมที่ตายุบลงเล็กน้อย แต่เนื่องจากคนไข้ใช้เครื่องช่วยหายใจ จึงไม่สามารถสื่อสารกับแพทย์ผู้รักษาได้ ทำให้ยังประเมินเรื่องการมองเห็นได้ไม่ชัดเจน ต้องประเมินผลกันอีกที
 
                นพ.ผลเลิศ กล่าวอีกว่า ช่วงเช้าทางมล.ปนัดดา ดิศกุล รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์มาสอบถามอาการคืบหน้าของผู้ป่วย ตอนนี้ทางรพ.ก็มุ่งรักษาคนไข้ให้หาย โดยสามารถโอนสิทธิ์การรักษาที่จ.ลพบุรีมารักษาที่รพ.วชิระฯได้ โดยจากสิทธิ์ฉุกเฉินตามกฎหมายสามารถรักษาได้ 72 ชั่วโมงหรือ 3 วัน ถ้านานกว่านั้นก็ต้องประสานสิทธิ์กันอีกครั้ง และดูว่าคนไข้มีความพร้อมที่จะสามารถย้ายโรงพยาบาลได้หรือไม่ ถ้าไม่ไหว ทางรพ.ก็จะดูแลจนกว่าอาการจะอยู่ในภาวะปลอดภัย
 
 
ผู้ว่าฯลพบุรีรุดเยี่ยมครอบครัว เสียใจทำงานช้า
 
 
                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บ้านพักของนายธงชัย รักษาเพ็ชร์ สามีของนางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ ชาวนาที่ก่อเหตุเข้าร้องเรียนที่ทำเนียบรัฐบาลและจุดไฟเผาตัวเอง บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ (16 ต.ค.57) ได้มีกลุ่มเพื่อนบ้านเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของป้าสังเวียน ซึ่งนายนายธงชัยสามีออกไปดูพื้นที่นาข้าวที่เช่าจากเพื่อนบ้านทำ จำนวน 20 ไร่  ส่วนพื้นที่นาข้าวจำนวน 150 ไร่ ที่นายทุนยึดไป ได้ให้ชาวนาคนอื่นทำแล้ว ซึ่งทางนายธงชัยก็ได้พาทีมข่าวดูนาข้าวหอมมะลิ ที่เคยเป็นนาเช่าของตนเองที่ได้เช่าจากนายทุนก่อนถูกยึดไป
 
                ซึ่งในเวลาต่อมา นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เดินทางมาพบ นายธงชัย สามีของนางสังเวียน พร้อมกล่าวคำขอโทษกลับครอบครัวของนางสังเวียน ที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาและขอโทษที่ทางส่วนราชการอาจจะทำงานล่าช้าจนไม่ทันใจป้าสังเวียนจนทำให้เผาตัวเอง ซึ่งในเบื้องต้นทางจังหวัดจะดูแลค่ารักษาพยาบาลให้ป้าสังเวียนทั้งหมด พร้อมกับขอให้นายธงชัย ผู้เป็นสามีอย่าไปคิดอะไรเรื่องหนี้สิน ให้ดูแลป้าสังเวียนให้ดีก่อนให้หายกับมาอย่างปลอดภัย ส่วนเรื่องหนี้สินและนาข้าวที่ถูกนายทุนยึดไปนั้น ทางจังหวัดจะเข้ามาดูแลเจรจากับนายทุนให้อีกครั้ง หลังมีการเจรจาเบื้องต้นแล้ว ทางนายทุนเองก็ส่งสัญญาณที่ดีและยอมอ่อนลงมามากแล้ว ที่เหลือก็คือรอป้าสังเวียนหายจากบาดเจ็บและมาพูดคุยกันอีกครั้ง เพื่อเป็นการคืนความสุขให้กับป้าสังเวียน หลังจากหายจากการรักษาอาการบาดเจ็บ
 
 
น้องสาวป้าเผาตัววอนอย่าซ้ำเติมพี่สาว เชื่อปมเครียดหนี้เพิ่ม
 
 
                เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.จันทร์จ๋า ทองอร่าม อายุ 41 ปี น้องสาวหญิงชาวนาที่เผาตัวเองเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ตนเดินทางมาที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (15 ต.ค.)เพราะเป็นห่วงสุขภาพของพี่สาว เมื่อมาถึงก็รู้สึกตกใจและร้องไห้ อยากให้พี่สาวหายไว ๆ อยากวิงวอนขอความยุติธรรมให้กับพี่สาว อย่าซ้ำเติมพี่ของตน คาดว่าที่พี่สาวก่อเหตุลักษณะดังกล่าว คงจะมีความเครียด หาทางออกไม่ได้ เพราะว่าโดนเจ้าหนี้ทวงถามอยู่ตลอดเวลา นิสัยของพี่สาวเป็นคนขี้กลัว ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุลักษณะนี้
 
                น.ส.จันทร์จ๋า กล่าวอีกว่า ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น.ของเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) พี่สาวได้โทรศัพท์มาชวนให้เข้ากรุงเทพฯเพื่อมาร้องทุกข์พร้อมกัน ก็ได้พูดคุยกันตลอดเวลา พอเวลา 05.30 น. พี่สาวก็เดินทางมาถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิด้วยรถตู้ ก่อนจะต่อรถเมล์อีกต่อหนึ่งมาที่จุดเกิดเหตุ ปกติตนจะเป็นคนพาพี่สาวมาที่ศูนย์ร้องทุกข์ ก่อนหน้านี้มา 6 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้ความคืบหน้าอะไร ครั้งที่ก่อเหตุนี้ถือเป็นครั้งที่ 7 ที่มาและพี่สาวมาคนเดียวด้วย ส่วนน้ำมันที่เอามาราดนั้น ก็ไม่ได้พกก่อนออกจากบ้าน น่าจะหาซื้อระหว่างทาง ขณะที่มีดพกนั้นก็พกไว้ป้องกันตัว เนื่องจากมีอาชีพรับทวงหนี้กับเจ้าหนี้ที่พี่สาวตนเป็นลูกหนี้อยู่ โดยทรัพย์สินที่นาทั้งหมดก็เป็นของเจ้าหนี้
 
                น.ส.จันทร์จ๋า กล่าวต่อว่าจุดเริ่มต้นของการเป็นหนี้ครั้งนี้เกิดจาก 5 ปีก่อน ได้ไปกู้เงินจากเจ้าหนี้มาเรื่อย ๆ รวมทั้งหมด 250,000 บาท ก็เลยรับจ้างทวงหนี้เพื่อชดใช้หนี้เดิม แต่หลัง ๆ มา ทวงไม่ค่อยได้ เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ค่อยดี และคิดว่า 2 ปีที่ผ่านมาทำนาก็หวังจะได้เงินมาชดใช้หนี้ แต่มันไม่เป็นดังที่หวัง เจ้าหนี้ก็เลยทบหนี้ต่าง ๆ นานาทำให้มาติดหนี้ทั้งหมด 3.5 ล้านบาท ก่อนไกล่เกลี่ยลดหนี้ลงเหลือ 1.5 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าเงินต้นเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความเครียดและมาก่อเหตุดังกล่าว
 
                "หลังเกิดเหตุเจ้าหนี้โทรศัพท์มาหาฉัน พร้อมบอกว่ารู้สึกตกตะลึงไม่คิดว่าพี่สาวจะทำจริง ฉันก็เลยบอกไปว่า อย่ามาซ้ำเติมพี่สาวฉันอีก ก่อนที่ฉันจะวางสายไปพร้อมทั้งน้ำตา และหลังเกิดเหตุก็มีนักข่าวเดินทางไปที่บ้านของเจ้าหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้ก็ปิดบ้านไม่มีการออกมาให้สัมภาษณ์ใด ๆ เลย" น.ส.จันทร์จ๋า กล่าว