ข่าว

‘สานต่อ-รักแรกพบบนบีทีเอส’

‘สานต่อ-รักแรกพบบนบีทีเอส’

16 ต.ค. 2557

"สานต่อ-รักแรกพบบนบีทีเอส" : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ เรื่อง... ศุภกร อรรคนันท์ เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน

 
 
          ตั้งแต่เล็ก "วนิดา โอกุงอาดิ" ต้องเติบโตในอ้อมกอดของยาย เพราะพ่อแม่ที่ยังเป็นวัยรุ่นต้องเลิกรากันไป ถึงแม้ชีวิตขาดบางอย่างไป แต่เมื่อถูกเติมเต็มจากคนรุ่นเก่า กลับทำให้ชีวิตของวนิดาพบกับสิ่งสวยงาม ยายสอนให้เป็นคนรู้จักหน้าที่ อดทน ขยันทำงาน ตามแบบฉบับกุลสตรีไทย ไม่นั่งงอมืองอเท้า วนิดาต้องช่วยยายขายอาหารที่ร้านตั้งแต่เด็ก เสาร์-อาทิตย์ก็ไม่ได้หยุด แต่สิ่งที่ยายปลูกฝังเหล่านี้กลับทำให้วนิดาเป็นคนมีความสุขกับการทำงาน เป็นนักต่อสู้มีความมุ่งมั่นมาตั้งแต่เด็ก ประกอบกับความชอบภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ ป.1-ป.6 เธอสามารถสอบภาษาอังกฤษได้ที่หนึ่งมาโดยตลอด และมีความใฝ่ฝันตั้งแต่เรียนในระดับชั้นประถมว่า โตมามีครอบครัวจะต้องมีสามีเป็นชาวต่างชาติ เพราะความหลังครั้งพ่อทิ้งแม่เป็นบาดแผลเจ็บลึกในใจเด็กน้อย จนสาบส่งผู้ชายไทย 
 
          “เราเป็นครอบครัวใหญ่ มีบ้าน 3 หลังติดกัน หนูอยู่กับยายหลังหนึ่ง คุณแม่อยู่กับพ่อใหม่และน้องสาวอีกหลังหนึ่ง ส่วนอีกหลังมีน้ากับน้าเขยอาศัยอยู่ ชีวิตตอนเป็นเด็ก ก็จะไม่มีเพื่อน ในช่วงปิดเทอมก็ต้องออกจากบ้านที่วงศ์สว่าง ตั้งแต่ตี 2 ไปช่วยคุณยายขายอาหารไทยที่สี่เสาเทเวศร์ทุกวัน คุณยายมักจะอบรมสั่งสอนอยู่เสมอให้มีความขยัน เป็นลูกผู้หญิงต้องอดทน ทำอะไรอย่าให้ใครดูถูกเรา และอย่าไปง้อผู้ชาย ทำให้เราเป็นคนค่อนข้างเจ้าระเบียบตั้งแต่เด็ก" 
 
          ระหว่างเรียน ด้วยความไม่อยากเป็นภาระของยาย จึงสมัครเข้าทำงานตำแหน่งเลขาฯ ผู้บริหารบริษัทแห่งหนึ่ง จำหน่ายสินค้าประเภทโปรแกรมมัลติมีเดีย ขายแผ่นสไลด์ ซีดีรอม ให้แก่หน่วยงานราชการ และตามโรงเรียนทั่วประเทศ ทำอยู่ได้ประมาณ 1 ปี เจ้านายเสียชีวิต บริษัทจึงปิดตัวไป เหตุการณ์นี้ทำให้ชีวิตสะดุด จนต้องหยุดเรียนไปด้วย 
 
          หลังจากนั้นได้เข้าทำงานเป็นเลขาฯ กับอีกบริษัทหนึ่ง ทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายพลอย ด้วยความขยันที่ติดตัวมา เธอจึงไม่หยุดนิ่ง ไปขายรองเท้าที่สวนจตุจักร ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เป็นอาชีพเสริม ที่นี่ทำให้เธอได้มีโอกาสฝึกฝนพัฒนาด้านภาษาอังกฤษกับลูกค้าที่เป็นเจ้าของภาษาโดยตรง ดูแลเอาใจใส่ลูกค้า ได้แสดงตัวตนความเป็นไทย ซึ่งเต็มไปด้วยมิตรภาพและรอยยิ้ม ทำให้สนิทสนมกับลูกค้าชาวอังกฤษครอบครัวหนึ่ง ที่ไว้วางใจเธอให้เป็นไกด์นำเที่ยวระหว่างที่มาพักผ่อนในเมืองไทย ซึ่งต่อมาครอบครัวนี้ยังได้แนะนำเพื่อนชาวอังกฤษที่มาเที่ยวในไทยให้เธอได้รู้จัก ทำให้มีรายได้เพิ่ม และได้ฝึกการใช้ภาษาให้ดียิ่งขึ้น 
 
          การทำงานในแต่ละวันเต็มไปด้วยสีสัน วนิดามีความสุขมาก แม้จะไม่เคยมีรักแท้มากล้ำกราย แต่ความตั้งใจที่จะตั้งหลักปักฐาน มอบหัวใจให้ชายต่างชาติยังอยู่ในความคิดเสมอ ทำให้ไม่เคยเปิดโอกาสให้ชายไทยคนใดที่เข้ามาเลียบเคียง 
 
          เมื่อแปดปีก่อน ในวัยใกล้เข้าเลข 3 เต็มที่ วันหนึ่งบนรถไฟฟ้าบีทีเอส มีชายต่างชาติผิวดำ เข้ามาทักด้วยภาษาอังกฤษ "ยู สปีค อิงลิช" จึงส่งภาษาตอบไป มิตรภาพเกิดขึ้นบนรถไฟฟ้า เวลาไม่กี่นาทีที่ทั้งคู่ได้ทักทายกัน ก่อนแยกทางฝ่ายชายได้ขอหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งเธอไม่ปฏิเสธกับมิตรภาพครั้งนี้ และยังเป็นโอกาสได้พูดคุยใช้ภาษาอังกฤษอย่างที่ชอบ จึงบอกหมายเลขโทรศัพท์ไป
 
          แสงแรกของเช้าวันใหม่ผ่านเข้ามา วนิดาสูดลมหายใจเต็มปอด รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก ทันใดก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น บทสนทนาแรกที่ได้ยินคือ "กู๊ด มอนิ่ง " วนิดาจำเสียงได้ว่าเป็นเขา ชายผิวดำ รูปร่างดีที่พบบนสถานีไฟฟ้า จึงสนทนาตอบ สอบถามเรื่องราวสั้นๆ ทราบเพียงว่า ชื่อ “ไมเคิล โอกุงอาดิ” จากวันนั้นเขาก็โทรมาทักทาย ถามไถ่ถึงทุกข์สุขฝ่ายหญิงอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ หรือบางทีก็สไกป์คุยกัน 
 
          จนกระทั่งผ่านไป 2-3 เดือน จึงนัดเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพื่อเริ่มพูดคุยบอกเล่าเรื่องส่วนตัว ถามอายุ อาชีพ เรื่องครอบครัว เคยแต่งงานไหม มีลูกหรือยัง มีอาชีพอะไร อยู่เมืองไทยกี่ปีแล้ว ทำให้รู้ว่าเขาเป็นชาวไนจีเรีย เป็นอดีตนักฟุตบอลที่เดินทางมาค้าแข้งในเมืองไทย อยู่มานานเกือบ 20 ปีแล้ว โดยอยู่กับสโมสรดังในเมืองไทย เมื่ออายุมากขึ้นก็เปลี่ยนมาเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอล และตั้งใจว่าจะอยู่อาศัยในเมืองไทยตลอดไป 
 
          มิตรภาพก่อเกิดอย่างรวดเร็ว การสื่อสารพูดคุยเข้าใจกันและกัน ยิ่งเมื่อได้ไปงานกินเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนเขาและได้มีโอกาสไปเที่ยวบ้านของเขาที่ธนาซิตี้ สัมพันธภาพก็พัฒนาไป รู้สึกถูกใจซึ่งกันและกัน นำไปสู่การพูดคุย เขาขอมาคุยกับครอบครัวว่า อยากใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับวนิดา แต่ไม่ถึงกับขั้นว่าขอแต่งงาน ซึ่งที่บ้านก็ไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด มีเพียงเตือนให้ดูดีๆ อย่าถูกหลอก อย่ามองภาพฉาบฉวยที่เขาหยิบยื่นให้ แต่ทั้งหมดให้เกียรติที่วนิดาจะเป็นผู้ตัดสินทางเดินชีวิตของตัวเอง 
 
          ทั้งคู่ตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน โดยไม่แต่งงาน กระทั่งมีบุตรชาย ปัจจุบันอายุ 7 ปี จึงได้จดทะเบียนสมรสกัน เพื่อให้ครอบครัวสมบูรณ์ทั้งทางกายภาพ และให้ถูกต้องตามกฎหมาย 
 
          "ประทับใจภรรยาสาวไทยตรงที่เป็นผู้หญิงขยัน ประหยัด และอดทน ทำงานบ้านทุกอย่างโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่ลักขโมย ไม่จุกจิก มีความเป็นแม่บ้านที่ดี ดูแลครอบครัวทั้งลูก สามีและยายอย่างดี อดีตที่ผ่านมามีหญิงเข้ามาในชีวิตมากมาย แต่ไม่มีใครที่จะรัก จริงใจ และดูแลกันได้ดีเท่าวนิดา"
 
          ปัจจุบัน "วนิดา โอกุงอาดิ" วัย 37 ปี เปิดบริษัทรับจองตั๋วเครื่องบินเล็กๆ แห่งหนึ่ง โดยมีไมเคิล ในวัย 51 ปี ช่วยเหลือในด้านการตลาด เพื่อเข้าถึงลูกค้า ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาบุ๊กกิ้งในระบบ ขณะที่แม้ว่าจะแขวนสตั๊ดแล้ว แต่ความชื่นชอบลูกหนังกลมๆ ทำให้เขาตั้งทีมฟุตบอลชื่อ “แอฟฟริกันออลสตาร์” และยังเปิดสอนฟุตบอลให้เยาวชนทั้งไทยและชาวแอฟริกันในเมืองไทยด้วย 
 
.......................................
(หมายเหตุ  "สานต่อ-รักแรกพบบนบีทีเอส" : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ เรื่อง... ศุภกร อรรคนันท์  เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน)