
'ทิชา'เมิน'นายกฯ'จี้สปช.จ้อน้อยๆ
15 ต.ค. 2557
'อลงกรณ์' คาด 'ประยุทธ์' ปรามเสนอความเห็นปฏิรูปเฉพาะเรื่องการเมืองเท่านั้น 'ทิชา' ลั่น สปช.ทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในแถว
15 ต.ค. 57 นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สนช.) ด้านพลังงาน ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนักการเมืองฝ่ายต่างๆ ท้วงติงการเสนอความเห็นล่วงหน้าของ สปช. และขอให้ยุติไปจนกว่าจะมีการเปิดประชุม สปช. ระบุเพียงว่า "เขาคงท้วงติงเฉพาะเรื่องการเมืองเท่านั้น"
นายอลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า ในการประชุม สปช. วันที่ 21 ต.ค.นี้ นอกจากจะมีวาระพิจารณาเลือกผู้ดำรงตำแหน่ง ประธาน สปช. และรองประธาน สปช. แล้ว สมาชิก สปช.ควรหารือ และพูดคุยร่วมกันถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินงาน ด้วยการตั้งคณะกรรมการประสานงาน หรือวิป สปช. เพื่อประสานงาน อาทิ วาระประชุม , เรื่องที่จะเข้าประชุม , การกำหนดบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการปฏิรูปด้านต่างๆ , ตั้งกรรมการเพื่อพิจารณาเลือก สปช.เข้าไปทำหน้าที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงตั้งกรรมการเพื่อพิจารณายกร่างข้อบังคับของ สปช.ด้วย รวมถึงรูปแบบความร่วมมือ และระดมความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็น สปช.ที่ไม่ผ่านการคัดเลือก รวมถึงประชาชนภาคต่างๆ ที่ตรงกับการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน
นายอลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า ตนให้ความสำคัญกับการยกร่างข้อบังคับการประชุม สปช.ที่ต้องมีลักษณะเฉพาะ เบื้องต้น ผู้ที่เข้าไปยกร่างนั้น ต้องรับฟังความเห็น และรูปแบบการทำงานจากสมาชิก สปช. ที่นำเสนอด้วย จากนั้นใช้เวลายกร่างไม่เกิน 1 เดือน
'ทิชา' ลั่น ต้องทำให้เกิดการมีส่วนร่วมจากปชช.ให้มากที่สุด
นางทิชา ณ นคร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังรายงานตัว ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือสมาชิก สปช.ให้ไปแสดงความเห็นปฏิรูปด้านต่างๆ ในสภาฯ มากกว่าการออกมาพูดผ่านสื่อ ว่า นายกรัฐมนตรีต้องเข้าใจว่า สปช.ไม่ได้เข้ามาทำงานรับใช้นายกรัฐมนตรี แต่เข้ามาทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และน่าจะเป็นเป้าหมายเดียวกันกับนายกรัฐมนตรี รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารเพียงช่วยปลดล็อกให้สามารถเข้ามาแก้ปัญหาได้สะดวกขึ้น ดังนั้น สปช.ควรมีโอกาสแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องอยู่ในแถว ไม่เช่นนั้นมุมมองในการแก้ปัญหาจะอยู่ในวงที่แคบ อีกทั้ง สปช.ต้องตระหนักด้วยว่า ไม่ได้เป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ ยังมีตัวจริงเสียงจริงอยู่เต็มประเทศ ต้องทำให้เสียงของประชาชนมีความหมายอย่างแท้จริง สปช.ทุกคน ต้องไม่ลืมว่าไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ต้องทำให้เกิดแนวทางการรับฟังความเห็น การมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อนำความเห็นเหล่านั้นสู่เวทีสภาปฏิรูปให้ได้มากที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรอบเวลาที่มีอยู่จะสามารถก่อให้เกิดการปฏิรูปได้ตามที่หวังหรือไม่ นางทิชา กล่าวว่า ภายใต้กรอบเวลาที่จำกัด อาจจะไม่สามารถปฏิรูปได้สำเร็จ เพราะสถานการณ์ไม่ปกติ อาจจะไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร และกังวลความคาดหวังจากสังคมวงนอกที่อาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันอุดมการณ์ว่า ต้องทำให้เกิดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนให้มากที่สุด หากไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ก็จะไม่ตอบโจทย์ใดๆ และปัญหาของประเทศในรูปแบบวังวนเดิมๆ ก็จะกลับมา
'อลงกรณ์' แนะเปลี่ยนเขตความมั่นคงเป็นเขตเศรษฐกิจใน 4 ประเทศเพื่อนบ้าน
นายอลงกรณ์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตนเดินทางไปดูงานการค้าชายแดนระหว่างไทย ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ และมาเลเซีย นั้นพบว่า ปริมาณการส่งออกของประเทศไทย ติดลบมา 2 ปีแล้ว หากรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และสำนักนายกรัฐมนตรี เร่งรัดขจัดอุปสรรคการค้าชายแดนให้ผ่อนปรนลง โดยเปลี่ยนจากเขตความมั่นคงเป็นเขตเศรษฐกิจ จะช่วยส่งเสริมการขายสินค้า และบริการไปยัง 4 ประเทศเพื่อนบ้านได้มากขึ้น โดยสามารถเจรจากำจัดปัญหาได้แบบรัฐต่อรัฐ เพื่อทำให้การค้าชายแดนมีความคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการขนส่งสินค้า และการโดยสารของคน ซึ่งยอดรวมการส่งออกไปยัง 4 ประเทศ มีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านบาท ขณะที่ยอดรวมการส่งออกของไทยทั้งหมด คือ 7 ล้านล้านบาท และการส่งออกไปทั่วโลกของทั้ง 4 ประเทศ มีมูลค่า 15 ล้านล้านบาท ดังนั้น หากเราขจัดอุปสรรคได้ จะสามารถเข้าไปแบ่งตลาดในส่วนนี้ได้ด้วย รวมไปถึงการขยายตลาดไปยังประเทศเวียดนาม อินเดีย บังกลาเทศ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย จะช่วยให้การส่งออกของไทยกระเตื้องขึ้น และกลับมาเป็นบวกได้ภายใน 3 เดือน ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวขึ้น



