ข่าว

ผู้เชี่ยวชาญชี้การถอดชุดป้องกันเป็นขั้นตอนเสี่ยงติดอีโบลา

ผู้เชี่ยวชาญชี้การถอดชุดป้องกันเป็นขั้นตอนเสี่ยงติดอีโบลา

15 ต.ค. 2557

ผู้เชี่ยวชาญชี้การถอดชุดป้องกันเป็นขั้นตอนเสี่ยงติดอีโบลา

 
          ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ(ซีดีซี) ระบุว่า สาเหตุที่ นีนา พาล์ม พยาบาลในดัลลัส รัฐเท็กซัส กลายเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในสหรัฐฯรายแรก เกิดจากการละเมิดขั้นตอนปฏิบัติระหว่างให้การดูแล นายโทมัส เอริค ดันแคน ผู้ป่วยอีโบลาชาวไลบีเรียที่เสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ก่อน  แต่อะไรคือความผิดพลาดที่ทำให้พยาบาลเคราะห์ร้ายที่สวมชุด-อุปกรณ์ป้องกันครบ ได้รับเชื้ออีโบลา ที่ทราบกันว่าแพร่ผ่านของเหลวทางร่างกายของผู้ติดเชื้อ 
 
          ซีดีซีแนะนำบุคลากรการแพทย์ต้องสวมชุด-อุปกรณ์ป้องกันตนเอง รวมถึงถุงมือ ชุดกันน้ำ หน้ากากป้องกันตาหรือกระบังป้องกันหน้า และแนะนำเทคนิคเฉพาะ อาทิ เวลาถอดถุงมือให้กลับด้านในออก เพื่อให้ผู้ส่วมใส่ถอดอุปกรณ์อื่นๆ ออกอย่างปลอดภัยหลังจากสัมผัสผู้ป่วยอีโบลา 
          
          ดร.ซานโดร ซินติ ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อ มหาวิทยามิชิแกน บอกกับเวบไซต์ไลฟ์ ไซแอนซ์ ว่าความเสี่ยงที่สุด คือ การถอดอุปกรณ์ป้องกัน ที่จะต้องระมัดระวังการปนเปื้อนตัวเองหรือเสื้อผ้า เชื้ออีโบลาเข้าร่างกายผ่านทางผิวหนังไม่ได้ แต่ไวรัสบนผิวหนัง อาจจะถูกส่งต่อไปที่ตา หรือเยื่อบุผิวในช่องจมูกและปากที่สร้างน้ำเมือกหล่อลื่น (mucous membrane ) และจะเข้าร่างกายในที่สุด ดังนั้นการเผลอหรือละเลยเพียงเล็กน้อยก็นำไปสู่การติดเชื้อได้ 
          
          ซีดีซี แนะนำว่า ในบางสถานการณ์ อาทิ มีเลือดหรือสารคัดหลั่งจำนวนมาก อาจจำเป็นต้องเสริมชั้นป้องกัน เช่น ถุงมือสองชั้น ถุงคลุมขา-รองเท้าแบบใช้ครั้งเดียว โรงพยาบาลหลายแห่งในสหรัฐฯจึงกำลังพิจารณาเพิ่มเครื่องป้องกันให้กับบุคลากร รวมถึงอาจใช้ชุดหมีผ้าไทเวคป้องกันสารเคมี 
          
          ดร.ซินติ กล่าวว่า เวลาอยู่ในชุดป้องกัน สิ่งสำคัญคือมือและข้อมือจะต้องคลุมมิดชิด  วิธีหนึ่งที่ดีที่สุดคือในทีมงานช่วยกันสอดส่องกันเอง 
           
          อุปกรณ์ทั้งหมดควรโละทิ้งหลังจากใช้หรือหากนำมาใช้อีกได้ ต้องผ่านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ล้างมือบ่อยครั้งก็เป็นเรื่องสำคัญมากในการป้องกันการติดเชื้อ เพียงสบู่หรือน้ำยาล้างมือที่เราใช้กันอยู่ ทำให้ไวรัสอีโบลาตายได้แล้ว 
         
          ผู้เชี่ยวชาญคนเดียวกัน กล่าวด้วยว่า กรณีพยาบาลติดเชื้อเป็นเรื่องที่น่าวิตก แต่ไม่ควรตื่นตระหนก ประชาชนไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการไปโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยอีโบลาอยู่ที่นั่น และบุคลากรการแพทย์ก็สามารถเลี่ยงติดเชื้อได้หากดำเนินมาตรการเหมาะสม